×

YLG มั่นใจ ‘ทองคำ’ ดิ่งช่วงสั้น ระยะยาวยังสดใสขานรับดอกเบี้ยต่ำ

โดย THE STANDARD TEAM
10.11.2020
YLG มั่นใจ ‘ทองคำ’ ดิ่งช่วงสั้น ระยะยาวยังสดใสขานรับดอกเบี้ยต่ำ

บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) ตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาด (TFEX) ประเมินว่า ทิศทางราคาทองคำในระยะสั้นมีความผันผวนเพิ่มขึ้น หลังราคาทองคำตลาดโลกวานนี้ (9 พฤศจิกายน) ดิ่งลงแรงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากระดับสูงสุดในระหว่างวัน 1,965.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สู่ระดับต่ำสุดบริเวณ 1,849.98 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่มองภาพรวมระยะยาว ปัจจัยบวกยังไม่เปลี่ยนแปลงแม้มีข่าววัคซีนโควิด-19 เพราะกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 ปี 

 

ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร YLG กล่าวว่า ราคาทองที่ปรับลดลงค่อนข้างมากถึงระดับประมาณ 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์วานนี้ (9 พฤศจิกายน) หลังจากที่มีข่าวความคืบหน้าวัคซีนโควิด-19 ในเชิงบวกนั้น YLG แนะนำให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนระยะสั้น แต่ยังเชื่อว่าการที่ราคาปรับตัวลงมา ยังคงเป็นโอกาสดีที่นักลงทุนซึ่งต้องการสะสมทองคำเข้าพอร์ตการลงทุน ค่อยๆ ทยอยสะสมซื้อได้  

 

ทั้งนี้ มองว่าแม้จะมีวัคซีน แต่การฟื้นฟูเศรษฐกิจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 ปี ดังนั้น ธนาคารกลางทั่วโลกจึงมีแนวโน้มคงนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำต่อไปอีกอย่างน้อย 1-2 ปี ข้างหน้า หากเศรษฐกิจยังคงไม่แข็งแกร่ง ซึ่งตราบใดที่อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำ ในระยะยาวทองคำจึงยังคงเป็นทางเลือกที่ดี 

 

อย่างไรก็ดี ราคาทองคำก็ยังมีปัจจัยบวกจากประเด็นที่ โจ ไบเดน ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนใหม่ โดยจะเห็นว่า ในช่วงที่ทราบผลการเลือกตั้งช่วงแรก ทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาทองคำแกว่งตัวไปในทิศทางขาขึ้น ซึ่งเป็นไปตามที่คาดว่า หากไบเดนชนะการเลือกตั้ง จะส่งผลเชิงบวกต่อตลาดทองคำ ถึงแม้เขาจะมีมาตรการระหว่างประเทศที่ประนีประนอมมากขึ้น แต่เนื่องจากไบเดนมีนโยบายอัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในปริมาณมาก ก็ทำให้ดอลลาร์มีทิศทางเป็นขาลงในระยะยาว ซึ่งจะช่วยหนุนราคาทองคำยังคงเป็นขาขึ้นได้ในระยะยาวเช่นกัน

 

ส่วนประเด็นที่ช่วงเดือนตุลาคม ธนาคารกลางหลายประเทศเริ่มเทขายทองคำที่เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศออกมานั้น ส่วนใหญ่ประเทศที่เทขายออกมาจำนวนมากเป็นประเทศที่มีปัญหาด้านเศรษฐกิจ เช่น ตุรกี ที่มีปัญหาค่าเงินอ่อนค่า ส่วนธนาคารกลางของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น สหรัฐฯ และจีน ไม่ได้มีการขายอย่างมีนัยสำคัญ

 

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในสัปดาห์นี้ แนะนำเล่นตามกรอบ ซึ่งประเมินโซนแนวรับที่ 1,847-1,808 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็น 26,650-26,100 บาทต่อบาททองคำ ขณะแนวต้านประเมินไว้ในโซน 1,921-1,966 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็น 27,750-28,400 บาทต่อบาททองคำ (ราคาทองคำในประเทศคำนวณจากค่าเงินบาทที่ระดับ 30.48 บาทต่อดอลลาร์) 

 

อย่างไรก็ดี ในระยะนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเริ่มมีทิศทางอ่อนค่า ขณะที่เงินบาทแข็งค่า ซึ่งจะมีผลกดดันราคาทองคำในประเทศ ทั้งนี้นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนทองคำในตลาด TFEX ผ่านการลงทุนโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส (Gold Online Futures) ที่เป็นการซื้อขายทองคำล่วงหน้าในรูปแบบดอลลาร์ ทำให้นักลงทุนไม่ต้องมีความกังวลด้านความเสี่ยงจากการผันผวนของค่าเงินบาท อย่างไรก็ตาม การลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนต้องศึกษาให้เข้าใจก่อนการลงทุน

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล


READ MORE





Latest Stories