×

จับกุมแกนนำยากูซ่าบงการแก๊งคอลเซ็นเตอร์กัมพูชา-ลวงค้ามนุษย์ กวาดเงินกว่า 200 ล้านบาท ก่อนเตรียมบินหนีผ่านไทย

โดย THE STANDARD TEAM
10.06.2026
เจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงผลการจับกุมแกนนำยากูซ่า ทาคาฟุมิ

วันนี้ (9 มิถุนายน) ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยกองกำกับการสืบสวนสอบสวน (บก.สส.) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) แถลงผลการควบคุมตัว ทาคาฟุมิ (MR.TAKAFUMI) อายุ 31 ปี สัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบุคคลต้องห้ามตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 12(7)

 

เนื่องจากมีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขและความมั่นคงของประเทศ โดยเจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับกุมตัวได้ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ในขณะที่ผู้ต้องหากำลังเตรียมเดินทางหลบหนีไปยังประเทศที่สาม

 

การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากนโยบายเชิงรุกของรัฐบาลในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและกลุ่มคนร้ายข้ามชาติ ซึ่งในระหว่างวันที่ 26-28 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ศูนย์ ACSC ได้ร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกาและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจาก 11 ประเทศ

 

จัดปฏิบัติการสกัดกั้นเครือข่ายมิจฉาชีพออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อมาได้รับการประสานข้อมูลจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นเพื่อแกะรอยขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติขนาดใหญ่ ซึ่งจากการสืบสวนของทางการญี่ปุ่นพบว่า มีองค์กรอาชญากรรมยากูซ่า อยู่เบื้องหลังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีฐานปฏิบัติการในประเทศกัมพูชา โดยมีทาคาฟุมิทำหน้าที่เป็นผู้สั่งการหลัก

 

พฤติการณ์ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวจะใช้วิธีการหลอกลวงผู้เสียหายอย่างเป็นระบบถึง 3 ขั้นตอน เริ่มต้นจากการใช้ระบบเสียงอัตโนมัติโทรศัพท์ทางไกลแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทโทรคมนาคม NTT เพื่อแจ้งเตือนเหยื่อว่ากำลังจะถูกตัดสัญญาณโทรศัพท์ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อกดต่อสายเจ้าหน้าที่ กลุ่มพนักงานแนวหน้าจะทำหน้าที่หลอกถามข้อมูลส่วนบุคคล ก่อนจะส่งต่อสายไปยังทีมที่สองและสามซึ่งสวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานอัยการ ข่มขู่ว่าเหยื่อมีส่วนพัวพันกับกลุ่มยากูซ่าและบังคับให้โอนเงินมาตรวจสอบ

 

นอกจากนี้ ขบวนการดังกล่าวยังมีพฤติการณ์ล่อลวงชาวญี่ปุ่นผ่านการโฆษณาจัดหางานปลอม ก่อนจะบังคับพาตัวขึ้นเครื่องบินไปยังกรุงพนมเปญเพื่อกักขังหน่วงเหนี่ยวและบังคับให้ทำงานเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเครือข่ายนี้ก่อเหตุมาแล้วไม่ต่ำกว่า 40 คดี สร้างความเสียหายรวมกว่า 1,000 ล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 200 ล้านบาท

 

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 18.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้รับข้อมูลเชิงลึกว่า ทาคาฟุมิได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อใช้เป็นสถานที่กบดานและเป็นทางผ่านในการหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้สนธิกำลังแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และเข้าแสดงตัวจับกุมในนาทีสุดท้ายก่อนเคาน์เตอร์เช็กอินของสายการบินจะปิดทำการ พร้อมทั้งแจ้งยกเลิกสิทธิการพำนักในราชอาณาจักร ก่อนนำตัวส่งห้องกัก กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อเตรียมดำเนินการผลักดันส่งกลับไปรับโทษตามกฎหมายที่ประเทศญี่ปุ่นต่อไป

 

ทั้งนี้ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ได้ฝากแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชน ให้เพิ่มความระมัดระวังประกาศรับสมัครงานออนไลน์ในต่างประเทศที่อ้างรายได้สูงและเดินทางฟรี เนื่องจากอาจเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ ซึ่งควรตรวจสอบความถูกต้องกับกรมการจัดหางานก่อนทุกครั้ง

 

รวมถึงหากได้รับสายโทรศัพท์ในลักษณะระบบเสียงอัตโนมัติ หรือมีการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐข่มขู่ให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ ขอให้ตั้งสติและตัดสายทิ้งทันที เนื่องจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของประเทศไทยไม่มีนโยบายโทรศัพท์ไปข่มขู่หรือให้ประชาชนโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวในทุกกรณี


READ MORE




Latest Stories

Close Advertising