×

ทำไม ฟุตบอลโลกยังต้องมีนัดชิงอันดับ 3 ทั้งที่แทบไม่มีใครอยากเล่น?

17.07.2026
  • LOADING...
ภาพนักฟุตบอลกำลังแข่งขันในฟุตบอลโลก

ในโลกฟุตบอล มีแมตช์บางประเภทที่ผู้เล่นใฝ่ฝันอยากมีส่วนร่วมตั้งแต่เด็ก เกมนัดชิงชนะเลิศคือหนึ่งในนั้น ขณะที่เกมชิงอันดับ 3 อาจอยู่ตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง เพราะแทบไม่มีใครตั้งเป้าหมายว่าจะเดินทางมาถึงฟุตบอลโลกเพื่อจบอันดับ 3 หรือ 4

 

อังกฤษและฝรั่งเศสต่างมาถึงเกมนี้หลังเพิ่งผ่านความผิดหวังครั้งใหญ่ อังกฤษเสียโอกาสเข้าชิงหลังถูกอาร์เจนตินาแซงชนะช่วงท้ายเกม ส่วนฝรั่งเศสถูกสเปนหยุดเส้นทางสู่แชมป์โลกอย่างหมดจด

 

นักเตะทั้งสองทีมจึงไม่ได้ลงสนามพร้อมความรู้สึกว่า ‘กำลังจะคว้ารางวัล’ แต่เหมือนถูกขอให้ลุกขึ้นมาแข่งขันอีกครั้ง ทั้งที่ความฝันเพิ่งพังทลายไปไม่กี่วันก่อน

 

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าอังกฤษหรือฝรั่งเศสจะคว้าอันดับ 3 แต่คือ ‘เหตุใดฟุตบอลโลกยังต้องมีแมตช์นี้อยู่’

 

เกมชิงอันดับ 3 ถูกมองได้หลายแบบ บางคนเรียกมันว่าเกมปลอบใจที่โด่งดังที่สุดในโลก บางคนเห็นว่าเป็นโอกาสให้ตัวสำรองได้ลงสนาม ขณะที่บางฝ่ายมองอย่างตรงไปตรงมาว่าเป็นเพียงการแข่งขันที่เพิ่มรายได้อีกหนึ่งนัดให้กับ FIFA และเมืองเจ้าภาพ

 

ความจริงอาจประกอบด้วยทุกเหตุผลเหล่านี้ เพราะการแข่งขันหนึ่งเกมไม่ได้หมายถึงแค่ 90 นาทีในสนาม แต่หมายถึงตั๋วเข้าชม ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด โฆษณา การท่องเที่ยว การใช้จ่ายในเมือง และพื้นที่ทางการตลาดที่ยังขายได้ก่อนถึงนัดชิงชนะเลิศในวันถัดไป

 

ในเชิงประวัติศาสตร์ เกมชิงอันดับ 3 ไม่ใช่สิ่งที่มีมาตั้งแต่ฟุตบอลโลกครั้งแรก เพราะเมื่อปี 1930 สหรัฐอเมริกาและยูโกสลาเวีย ซึ่งแพ้ในรอบรองชนะเลิศ ไม่ได้ลงเล่นกันอีกครั้ง ก่อนที่สหรัฐฯ จะถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 3 จากผลงานที่ดีกว่า

 

เกมนี้เพิ่งถูกนำมาใช้ในฟุตบอลโลก 1934 เมื่อเยอรมนีชนะออสเตรีย 3-2 จากนั้นมีการจัดอีกครั้งในปี 1938 หายไปในปี 1950 เพราะใช้ระบบรอบสุดท้ายแบบพบกันหมด และกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอลโลกอย่างถาวรตั้งแต่ปี 1954 เป็นต้นมา

 

ตรงกันข้ามกับฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ซึ่งยกเลิกเกมชิงอันดับ 3 หลังปี 1980 และไม่เคยนำกลับมาใช้อีก

 

หากมองจากมุมของผู้จัดการแข่งขัน เหตุผลที่เกมนี้ยังอยู่ก็ไม่ซับซ้อน ฟุตบอลโลกคือมหกรรมกีฬาขนาดใหญ่ที่ทุกแมตช์มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง

 

นัดระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศสยังคงขายได้ในฐานะเกมระดับโลก เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์ และเป็นแมตช์สุดท้ายของทั้งสองชาติในทัวร์นาเมนต์ นอกจากนี้

 

เกมชิงอันดับ 3 ยังช่วยเติมช่องว่างระหว่างรอบรองชนะเลิศกับรอบชิง ทำให้กระแสฟุตบอลโลกไม่หายไปยาวนานเกินไป ด้านสถานีโทรทัศน์มีคอนเทนต์สำคัญให้ถ่ายทอด ผู้สนับสนุนมีพื้นที่เพิ่ม และเมืองก็ได้รับประโยชน์จากนักท่องเที่ยวซึ่งเดินทางมาชมการแข่งขัน

 

ยังมีเหตุผลทางการแข่งขันที่ถูกพูดถึงน้อยกว่ารายได้ นั่นคือคะแนนสะสมอันดับโลกของ FIFA เกมชิงอันดับ 3 มีน้ำหนักมากกว่าเกมอุ่นเครื่อง

 

การชนะจึงอาจช่วยให้ทีมขยับอันดับโลก ซึ่งมีผลต่อการจัดโถหรือเส้นทางในทัวร์นาเมนต์ต่อไป รวมถึงการจับสลากรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกและรายการระดับทวีป

 

แม้มันอาจไม่ใช่แรงจูงใจที่เร้าใจสำหรับนักเตะซึ่งเพิ่งพลาดนัดชิง แต่สำหรับสมาคมฟุตบอลและฝ่ายวางแผนระยะยาว ผลการแข่งขันนี้ยังมีคุณค่าอยู่

 

อีกด้านหนึ่ง ฟุตบอลโลกก็ใช้แนวคิดคล้ายโอลิมปิก คือมอบเหรียญทองแดงให้ทีมอันดับ 3 เพื่อรับรองว่าการผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศไม่ควรถูกจดจำเพียงในฐานะ ‘หนึ่งในทีมที่แพ้’

 

รางวัลของผู้ชนะเกมนี้อาจไม่ได้ยิ่งใหญ่เท่าถ้วยแชมป์ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งว่างเปล่า ทีมอันดับ 3 จะได้รับเหรียญทองแดงและเงินรางวัลรวม 29 ล้านดอลลาร์ มากกว่าทีมอันดับ 4 ซึ่งได้รับ 27 ล้านดอลลาร์อยู่ 2 ล้านดอลลาร์

 

ตัวเลขดังกล่าวอาจไม่เปลี่ยนชีวิตนักเตะทีมชาติอังกฤษหรือฝรั่งเศส แต่มีความหมายต่อสมาคมฟุตบอลและโครงสร้างการพัฒนาทีม

 

นอกจากนี้ นักเตะบางคนยังมีเป้าหมายส่วนบุคคล คีลิยัน เอ็มบัปเป้ และ แฮร์รี เคน ยังสามารถใช้เกมนี้เพิ่มโอกาสในตำแหน่งดาวซัลโว เหมือนที่ ยูเซบิโอ, โตโต สคิลลาชี, ดาวอร์ ซูเคอร์ และ โธมัส มุลเลอร์ เคยทำประตูในเกมชิงอันดับ 3 ก่อนคว้ารางวัลรองเท้าทองคำ

 

ประวัติศาสตร์ยังพิสูจน์ว่า แมตช์ซึ่งถูกมองว่าไม่มีความหมายมากนักสามารถสร้างสถิติสำคัญได้ ในปี 1958 ฌุสต์ ฟงแตน ยิงสี่ประตูช่วยฝรั่งเศสชนะเยอรมนีตะวันตก 6-3 ส่งให้เขาจบทัวร์นาเมนต์ด้วย 13 ประตู ซึ่งยังเป็นสถิติการทำประตูสูงสุดในฟุตบอลโลกหนึ่งสมัย

 

ส่วนปี 2002 ฮาคาน ซูเคอร์ ยิงให้ตุรกีนำเกาหลีใต้หลังเริ่มเกมเพียง 11 วินาที กลายเป็นประตูที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก

 

เกมชิงอันดับ 3 จึงอาจไม่ใช่สนามของความฝันสูงสุด แต่กลับมีพื้นที่มากพอให้เรื่องราวที่ไม่มีใครคาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ

 

อย่างไรก็ตาม เหตุผลทั้งหมดเหล่านี้อาจไม่เพียงพอสำหรับคนที่ต้องลงเล่นจริง เพราะในมุมของนักเตะและโค้ช เกมชิงอันดับ 3 คือการถูกบังคับให้กลับไปเผชิญหน้ากับความผิดหวังทันที

 

หลุยส์ ฟาน กัล เคยบอกว่าเกมนี้ไม่ควรถูกจัด เพราะทีมอาจต้องแพ้สองนัดติดต่อกันและกลับบ้านในฐานะผู้แพ้ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นทำผลงานยอดเยี่ยมมาตลอดทัวร์นาเมนต์

 

แกเร็ธ เซาธ์เกต ก็เคยพูดก่อนเกมชิงอันดับ 3 ปี 2018 ว่า “นี่ไม่ใช่เกมที่ทีมใดอยากเล่น” ขณะที่ อลัน เชียเรอร์ เรียกการแข่งขันประเภทนี้ว่าไร้สาระ เพราะสิ่งสุดท้ายที่นักเตะต้องการคือการลงเล่นอีกครั้งหลังจากฝันสลาย

 

การจัดทีมในเกมชิงอันดับ 3 จึงมักสะท้อนความรู้สึกเหล่านั้น หลายทีมโรเตชันผู้เล่น เปิดโอกาสให้ตัวสำรอง และพักกำลังหลักที่เหนื่อยล้าหรือบาดเจ็บ

 

ฝรั่งเศสเคยไม่ส่ง มิเชล พลาตินี ลงเล่นในเกมชิงอันดับ 3 ทั้งปี 1982 และ 1986 เพราะมองว่าการแข่งขันไม่ได้มีความสำคัญพอจะเสี่ยงกับผู้เล่นคนสำคัญ

 

สำหรับอังกฤษและฝรั่งเศสในปี 2026 ประเด็นนี้ยิ่งชัด เพราะผู้เล่นบางคนผ่านเกมหนักมาตลอดเกือบหนึ่งเดือน และต้องกลับไปเตรียมตัวกับสโมสรในเวลาไม่นาน การบังคับลงเล่นอีก 90 นาทีจึงอาจถูกมองว่าเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น

 

แต่เกมนี้ก็ไม่ได้ไร้ความหมายสำหรับทุกชาติ สวีเดนฉลองอันดับ 3 ในปี 1994 อย่างภาคภูมิ เพราะเป็นความสำเร็จที่เกินความคาดหมาย

 

โครเอเชียในปี 1998 มองเหรียญทองแดงฟุตบอลโ,กเป็นช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของประเทศเกิดใหม่ ขณะที่ในฟุตบอลโลก 2022 โครเอเชียก็ฉลองชัยชนะเหนือโมร็อกโกอย่างจริงจัง

 

ความหมายของเกมชิงอันดับ 3 จึงขึ้นอยู่กับบริบท สำหรับชาติซึ่งไม่ค่อยผ่านเข้ารอบลึก การจบบนโพเดียมคือเกียรติประวัติครั้งใหญ่

 

แต่สำหรับทีมที่ตั้งเป้าเป็นแชมป์อย่างอังกฤษและฝรั่งเศส มันอาจถูกมองเป็นเพียงหลักฐานว่าพวกเขาเข้าใกล้ถ้วย แต่ยังดีไม่พอ

 

ดังนั้น คำตอบว่าทำไมฟุตบอลโลกยังต้องมีเกมชิงอันดับ 3 อาจไม่ได้อยู่ในเหตุผลข้อใดข้อหนึ่ง มันดำรงอยู่เพราะสร้างรายได้ มีคุณค่าต่ออันดับโลก มอบเหรียญและเงินรางวัล เปิดพื้นที่ให้สถิติส่วนบุคคล และรักษาธรรมเนียมของการแข่งขันระดับโลกเอาไว้

 

แต่ในเวลาเดียวกัน มันก็ยังเป็นเกมที่ขัดแย้งกับความรู้สึกของผู้เล่นอย่างรุนแรง เพราะไม่มีใครอยากลงสนามเพื่อยืนยันว่าตัวเองคือทีมที่ดีที่สุดในบรรดาผู้แพ้

 

นัดระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศสจึงอาจมีฟุตบอลคุณภาพสูง มีประตูมาก และมีเรื่องราวให้จดจำ แต่ต่อให้นัดนี้สนุกเพียงใด มันก็ยังเป็นเกมที่ทั้งสองทีมอยากให้ตัวเองไม่ต้องมาเล่นตั้งแต่แรก

 

อ้างอิง

 

ภาพ: BSR Agency, Ian MacNicol / Getty Images

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising