×

จากนำ 2-0 พลิกแพ้ 2-3 ตลาดซื้อขาย, นักเตะ หรือคาร์ริก ‘ปัญหา’ แมนฯ ยูไนเต็ดอยู่ตรงไหน?

17.09.2026
  • LOADING...

เพียงแค่ 10 นาทีแรกของเกมกับไบรท์ตัน ทุกอย่างดูเหมือนกำลังไปได้สวยสำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

 

เช เลซีย์ ประเดิมยิงประตูในการออกสตาร์ทเป็นตัวจริงครั้งแรก ก่อนที่ เมสัน เมาท์ จะบวกเพิ่มให้สกอร์ขยับเป็น 2-0 ในศึกคาราบาวคัพ รอบ 3 ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด

 

แต่เมื่อสิ้นเสียงนกหวีดยาว 90 นาที สกอร์บนป้ายกลับกลายเป็น 2-3

 

แมนฯ ยูไนเต็ด เสีย 3 ประตูรวดจนตกรอบ พร้อมสถิติสุดเจ็บปวด นี่คือครั้งแรกในรอบ 50 ปีที่พวกเขาแพ้เกมในโอลด์แทรฟฟอร์ด ทั้งที่เป็นฝ่ายออกนำก่อน 2-0

 

เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าผลแข่งขัน คือรูปเกมหลังผ่านช่วง 20 นาทีแรก

 

จากทีมที่เริ่มเกมได้เร็วและมีแนวทางเข้าทำชัดเจน แมนฯ ยูไนเต็ด ค่อยๆ เสียการควบคุมให้ไบรท์ตัน พวกเขาจ่ายบอลพลาดง่ายขึ้น เล่นบอลจากแดนหลังลำบาก และเปิดพื้นที่ให้ทีมเยือนบุกมากดดันหน้าประตูตัวเองบ่อยครั้ง

 

ก่อนหมดครึ่งแรก ไบรท์ตันแย่งบอลในพื้นที่สุดท้ายของแมนฯ ยูไนเต็ดได้ถึง 8 ครั้ง มากที่สุดสำหรับทีมเยือนที่มาเล่นในโอลด์แทรฟฟอร์ดในครึ่งแรก นับตั้งแต่ฟูแลมเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2022 ขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ดจ่ายบอลสำเร็จเพียง 80% ต่ำที่สุดของทีมในฤดูกาลนี้

 

หลังจากไบรท์ตันตีไข่แตกก่อนพักครึ่ง เกมก็เริ่มไหลไปทางทีมเยือนอย่างเห็นได้ชัด

 

เลนี โยโร กับ เอเดน เฮฟเวน เจองานหนักเมื่อต้องรับมือทั้งการเพรสซิ่งและเกมปะทะของไบรท์ตัน ส่วน ดิโอโก ดาโลต์ และ นุสแซร์ มาซราอุย สองผู้เล่นเก๋าประสบการณ์ กลับไม่ได้ช่วยให้แนวรับนิ่งขึ้นเลย

 

ประตูตีเสมอเริ่มจากการเสียบอลในจังหวะที่ไม่ควรเสีย ดาโลต์ เตะบอลขึ้นกลางสนาม เบนจามิน เชชโก ต้องโหม่งย้อนกลับมาท่ามกลางแรงกดดัน ก่อนบอลจะไปเข้าทางผู้เล่นไบรท์ตันในพื้นที่ว่าง

 

ส่วนประตู 3-2 ไบรท์ตันเริ่มเล่นจากแดนตัวเอง ใช้การจ่ายบอลเพียง 4 ครั้งก็พาบอลผ่านแนวรับแมนฯ ยูไนเต็ดไปถึง มักซิม เดอ คูเปอร์ สังหารในเขตโทษอย่างง่ายดาย

 

ภาพที่เกิดขึ้นทำให้การตัดสินใจในตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์ถูกหยิบกลับมาพูดถึงอีกครั้ง

 

แมนฯ ยูไนเต็ด ทุ่มเงินก้อนใหญ่กับการยกเครื่องแดนกลาง แต่ตลาดกลับปิดลงโดยไม่มี เซ็นเตอร์แบ็ก และ แบ็กซ้าย คนใหม่เข้ามา ทั้งที่เป็นสองตำแหน่งที่ถูกยกเป็นโจทย์ใหญ่มาตลอด

 

เคสแบ็กซ้ายเห็นภาพชัดที่สุด สโมสรเคยสอบถามถึง ลูอิส ฮอลล์ แต่ถูกนิวคาสเซิลปฏิเสธ ก่อนจะจบตลาดโดยไร้ตัวเลือกใหม่

 

สุดท้ายในเกมกับไบรท์ตัน มาซราอุยต้องรับบทแบ็กซ้าย ดาโลต์ยังอยู่ในช่วงฟอร์มไม่ดี ขณะที่คู่เซ็นเตอร์กลายเป็น โยโร กับ เฮฟเวน สองดาวรุ่งที่ยังขาดชั่วโมงบิน

 

แกรี เนวิลล์ เคยเตือนไว้ก่อนตลาดปิดว่า แมนฯ ยูไนเต็ดควรหาเซ็นเตอร์แบ็กและแบ็กซ้ายเพิ่ม เพราะขุมกำลังในแนวรับยังบางเกินไปสำหรับฤดูกาลเต็ม

 

เกมกับไบรท์ตันทำให้คำเตือนนั้นกลับมามีน้ำหนักอีกครั้ง

 

อย่างไรก็ตาม นักเตะที่อยู่ในสนามก็หนีความรับผิดชอบไม่ได้

 

ตลอด 6 เกมแรกของฤดูกาล แมนฯ ยูไนเต็ดมีความผิดพลาดส่วนบุคคลเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และเกมนี้ก็เต็มไปด้วยจังหวะเสียบอล การตัดสินใจผิดพลาด และการสื่อสารในแนวรับที่ไม่ลงตัว

 

แม้กระทั่งแดนกลางซึ่งเป็นพื้นที่ที่สโมสรลงทุนมากที่สุดในซัมเมอร์ กลับทำหน้าที่ไม่ได้เมื่อโดนไบรท์ตันบีบเพรสซิ่งหนักขึ้น พวกเขาหาทางนำบอลออกจากแดนตัวเองไม่ได้ และไม่มีใครคุมจังหวะเพื่อชะลอความร้อนแรงของเกมหลังทีมนำ 2-0

 

ตรงนี้ทำให้คำถามเริ่มมาถึง ไมเคิล คาร์ริก ด้วยเช่นกัน..

 

ทีมของเขาถือไพ่เหนือกว่ามากตั้งแต่นาทีแรก แต่หลังจากไบรท์ตันเริ่มตั้งหลักได้ กลับไม่มีการปรับแท็กติกที่ช่วยให้แมนฯ ยูไนเต็ด ดึงการควบคุมกลับมา แม้กระทั่งช่วงท้ายที่ส่ง บรูโน แฟร์นันด์ส และแกนหลักลงสนาม สถานการณ์ก็แทบไม่ดีขึ้น

 

คาร์ริกยอมรับหลังเกมว่า ทีมชุดนี้อยู่ในความรับผิดชอบของเขา เมื่อผลงานดีเขาได้รับเครดิต และเมื่อผลการแข่งขันออกมาไม่ดี เขาก็ต้องรับสิ่งที่ตามมาเช่นกัน

 

เวลานี้แมนฯ ยูไนเต็ดลงเล่นไป 6 นัดและแพ้ไปแล้ว 3 เกม

 

ตัวเลขดังกล่าวต่างจากช่วงแรกของคาร์ริกอย่างชัดเจน เพราะหลังเข้ามารับงานแทน รูเบน อโมริม เมื่อเดือนมกราคม เขาเคยแพ้เพียง 3 จาก 17 นัด ก่อนเริ่มต้นฤดูกาลนี้

 

เสียงโห่ดังขึ้นในโอลด์แทรฟฟอร์ดระหว่างครึ่งหลัง และเมื่อจบเกม แฟนบอลจำนวนมากเลือกเดินออกจากสนาม ขณะที่บางส่วนที่ยังอยู่ตะโกนถามคาร์ริกและนักเตะว่าเกิดอะไรขึ้นกับทีม

 

คาร์ริก บอกว่าเขาไม่ได้กังวลกับแรงกดดัน สิ่งสำคัญคือการกลับมาชนะเพื่อทำให้ทุกคนรู้สึกว่าทีมกำลังเดินไปข้างหน้า แต่ปัญหาคือช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่ได้แสดงภาพนั้นออกมาเลย

 

ตลาดซัมเมอร์จบไปแล้ว ช่องว่างบางตำแหน่งยังอยู่ นักเตะบางคนกำลังมีปัญหาเรื่องฟอร์ม และทีมที่นำ 2-0 ในบ้านยังไม่สามารถพาตัวเองผ่านเกมที่ควรได้เปรียบไปจนถึงเสียงนกหวีดสุดท้าย

 

วันอาทิตย์นี้พวกเขาจะออกไปเยือนฟูแลมในพรีเมียร์ลีก ก่อนเข้าสู่ช่วงพักเบรกทีมชาติ

 

แน่นอนว่า 3 คะแนนในเกมนั้นจึงมีความหมายต่อคาร์ริกอย่างยิ่ง

 

เพราะหลังคืนที่ปล่อยสกอร์ 2-0 หลุดมือจนกลายเป็น 2-3 สิ่งที่แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการมากที่สุดในเวลานี้ คือชัยชนะเพื่อหยุดวิกฤต ก่อนที่แรงกดดันจะโถมทับหนักไปกว่าเดิม

 

.

 

และหากทัพปีศาจแดงยังหาชัยชนะไม่เจอในเกมถัดไป คนที่ต้องรับแรงกดดันมากที่สุดคงหนีไม่พ้น ไมเคิล คาร์ริก..

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising