วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย เฉลิมพงศ์ แสงดี สส. ภูเก็ต พรรคประชาชน เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อร้องเรียนให้ตรวจสอบกรณีแชทไลน์หลุดของอธิบดีกรมการปกครองที่ว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย”
วิโรจน์ชี้ว่า ประเด็นดังกล่าวสามารถพิสูจน์ได้ผ่านระบบดิจิทัลว่ามีการพิมพ์ข้อความดังกล่าวจริงหรือไม่ การชี้แจงที่ผ่านมาของอธิบดีกรมการปกครองนั้นไม่ใช่สาระสำคัญ นัยสำคัญอยู่ที่มีการพิมพ์คุยกับข้าราชการในบังคับบัญชาจริงหรือไม่ และมีการพิมพ์ข้อความว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” จริงหรือไม่ ซึ่งไม่ต้องตีความเลยว่า ข้อความดังกล่าวในช่วงการเลือกตั้งนั้นหมายถึงช่วยพรรคการเมืองใด
วิโรจน์เน้นย้ำว่า การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย เพราะข้าราชการต้องคงความเป็นกลางทางการเมือง ไม่อิงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือใช้อำนาจรัฐเพื่อให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์ โดยเฉพาะในช่วงของการเลือกตั้ง จึงนำมาสู่การร้องเรียนต่อ 2 หน่วยงานในวันนี้
ด้านเฉลิมพงศ์ระบุว่า รู้สึกได้ถึงระบอบสีน้ำเงินตั้งแต่ช่วงการเลือกตั้งในการสั่งการต่างๆ ตั้งแต่ระดับรองผู้ว่าราชการจังหวัด ที่มีข้อสงสัยว่ามีการซื้อเสียง รวมถึงอธิบดีเองที่ส่งข้อความ “ช่วยน้ำเงินด้วย” ถึงปลัดจังหวัดภูเก็ต กรณีเหล่านี้แสดงถึงการสั่งการที่เป็นขั้นตอนและเป็นระบบของระบอบสีน้ำเงินในช่วงเลือกตั้ง จึงได้มาร้องเรียนเรื่องความไม่เป็นกลางทางการเมืองของข้าราชการ การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และมาตรา 172 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วย ป.ป.ช.
เฉลิมพงศ์เปิดเผยด้วยว่า มีการสั่งให้ย้ายนายอำเภอเมือง โดยย้ายออกนอกพื้นที่ จากการที่ไม่ตอบสนองระบอบสีน้ำเงิน จึงเห็นได้ชัดว่ามีการกลั่นแกล้ง ซึ่งจะต้องขอความเป็นธรรมให้กับข้าราชการชั้นผู้น้อยด้วย ที่โดนผู้บังคับบัญชาบีบบังคับให้ทำตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ทำให้เราเห็นแล้วว่าปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาและเป็นระบอบที่กัดกินประเทศไทยของพวกเราอยู่
เฉลิมพงศ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ถ้าเราเปิดแชตไลน์ของจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด ก็คงทราบว่ามีการสั่งการจริงหรือไม่ และแชตไลน์ที่มีการพูดคุยกันนั้นเป็นของจริงหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ ตรวจสอบไอดีไลน์ได้ โดยข้อมูลทั้งหมดสามารถขอออกมาเพื่อนำมาเป็นพยานหลักฐานที่จะใช้ในชั้นศาลต่อไป
ทั้งนี้ ขอฝากถึง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าทำไมจนถึงตอนนี้ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบในกรณีแชตไลน์ดังกล่าว ทั้งที่นายกรัฐมนตรีเป็นคนสั่งการเองว่าข้าราชการควรวางตนเป็นกลางและเก็บความรู้สึกส่วนตัวไว้เบื้องหลัง


