×

แคนาดาสั่งอพยพ 30,000 ครัวเรือนในบริติชโคลัมเบีย หลังไฟป่าลามแรงเกือบ 400 แห่งทั่วรัฐ

21.08.2023
ไฟป่า แคนาดา

สำนักข่าว BBC รายงานว่า ทางการแคนาดาได้สั่งอพยพประชาชนในกว่า 30,000 ครัวเรือนของรัฐบริติชโคลัมเบีย หลังจากพื้นที่ดังกล่าวเผชิญกับไฟป่าเผาไหม้เกือบ 400 แห่งด้วยกัน

 

ในช่วงแรกนั้นทางการได้สั่งอพยพประชาชนราว 15,000 ครัวเรือนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (18 สิงหาคม) ก่อนที่จะเพิ่มจำนวนเป็น 30,000 ครัวเรือนในช่วงเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา (19 สิงหาคม) เนื่องจากสถานการณ์นั้นค่อนข้างรุนแรง

 

รายงานระบุว่า ไฟป่าขนาดใหญ่ 2 แห่งในภูมิภาคชูสวาป ได้ลามมารวมตัวกันกลายเป็นไฟป่าขนาดใหญ่เมื่อคืนที่ผ่านมา ทำลายบ้านเรือนและอาคารหลายหลังพังเสียหาย ขณะที่ทางการได้ออกคำสั่งจำกัดการเดินทางไปยังเมืองเคโลวนา ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของรัฐหากไม่มีเหตุจำเป็น ส่วนทะเลสาบโอคานากัน แหล่งท่องเที่ยวที่มีทัศนียภาพอันงดงามในตอนนี้ได้ถูกปกคลุมด้วยกลุ่มควันสีเทาหนาซึ่งลอยมาจากไฟป่าหลายแห่งที่รายล้อมอยู่

 

นอกจากนี้เปลวเพลิงยังได้เผาผลาญบ้านหลายหลังในเมืองเวสต์ เคโลวนา ที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งมีประชากรราว 36,000 คนด้วยกัน

 

สำหรับสาเหตุที่ทางการแคนาดาออกคำสั่งจำกัดการเดินทางรอบเมืองเคโลวนานั้น เป็นเพราะต้องการสร้างหลักประกันว่าในบริเวณดังกล่าวจะมีที่พักเพียงพอสำหรับบรรดาผู้อพยพและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานรับมือไฟป่า นอกจากนี้ยังมีคำสั่งจำกัดการเดินทางไปยังอีกหลายเมืองด้วยกัน เช่น แคมลูปส์, โอลิเวอร์ และโอซอยออส เป็นต้น

 

ส่วนในเมืองเยลโลว์ไนฟ์ สถานการณ์ไฟป่ายังคงรุนแรง โดยประชาชนได้ทยอยเดินทางออกจากพื้นที่ทั้งทางรถยนต์และทางเครื่องบิน หลังจากที่ทางการกำหนดเส้นตายในการอพยพประชาชนออกจากเมืองดังกล่าวในวันศุกร์ที่ผ่านมา

 

ข้อมูลจาก Canadian Interagency Forest Fire Centre (CIFFC) ระบุว่า ปัจจุบันแคนาดากำลังเผชิญกับฤดูไฟป่าที่รุนแรงสุดในประวัติศาสตร์ โดยขณะนี้มีเหตุไฟป่าเกิดขึ้นกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญกล่าวตรงกันว่า ภาวะโลกรวนมีส่วนทำให้สถานการณ์ไฟป่าที่เป็นอยู่นี้เลวร้ายลง เนื่องจากมันเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้สภาพภูมิอากาศโลกร้อนขึ้น แล้งขึ้น ซึ่งเอื้อต่อการเกิดไฟป่าได้เป็นอย่างดีเมื่อผสมกับกระแสลมที่พัดแรง โดยแคนาดามียอดผู้เสียชีวิตจากฤดูไฟป่านี้แล้ว 4 คน ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นนักดับเพลิงที่เข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขัน

 

ภาพ: Nikki Goyer via REUTERS

อ้างอิง:


READ MORE





Latest Stories

Close Advertising