×

‘สภาทองคำโลก’ ระบุความต้องการทองคำปี 2022 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อานิสงส์เศรษฐกิจโลกฟื้นดันกำลังซื้อเพิ่ม แรงกดดันจากโควิดเริ่มคลี่คลาย

03.02.2022
World Gold Council

สภาทองคำโลก หรือ World Gold Council คาดการณ์ความต้องการทองคำปี 2022 จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปี 2021 เนื่องจากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวขึ้นทั่วโลก ขณะที่แรงกดดันจากสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย แนะจับตาการดำเนินนโยบายของ Fed และอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งจะส่งผลต่อความต้องการทองคำอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากฝั่งนักลงทุนสถาบัน 

 

แอนดรูว์ เนย์เลอร์ (Andrew Naylor) ซีอีโอประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมจีน) ของสภาทองคำโลก กล่าวว่า ในปี 2022 คาดว่าทองคำจะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่คล้ายกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีทั้งปัจจัยสนับสนุนและปัจจัยกดดันประสิทธิภาพของทองคำ โดยในระยะใกล้นี้ราคาทองคำมีแนวโน้มที่จะปรับตามเงินเฟ้อ โดยจะเป็นไปพร้อมๆ กับการกระชับนโยบายทางการเงินและประสิทธิภาพในการควบคุมเงินเฟ้อของธนาคารกลางทั่วโลก 

 

‘เงินเฟ้อ-ดอกเบี้ย’ กดดันราคาทองคำผันผวน

ทิศทางทองคำในปี 2022 ทองคำจะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่คล้ายกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีทั้งปัจจัยสนับสนุนและปัจจัยกดดันประสิทธิภาพของทองคำ ซึ่งในระยะสั้นนี้ ราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตามเงินเฟ้อ โดยจะเป็นไปพร้อมกับการกระชับนโยบายทางการเงินและประสิทธิภาพในการควบคุมเงินเฟ้อของธนาคารกลางทั่วโลก

 

ในอดีตการเปลี่ยนแปลงของตลาดเหล่านี้ได้สร้างกระแสต่อต้านทองคำ อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในช่วงต้นปีนี้และความเป็นไปได้ที่ตลาดจะอ่อนตัวลงมีแนวโน้มที่จะรักษาความต้องการทองคำไว้เป็นเครื่องป้องกันความเสี่ยง นอกจากนี้ทองคำอาจยังคงได้รับการหนุนจากผู้บริโภคและอุปสงค์ของธนาคารกลาง

 

“อัตราดอกเบี้ยจะส่งผลต่อความน่าซื้อของทองคำ ถ้าอัตราดอกเบี้ยเข้าสู่ช่วงขาขึ้นก็จะกระทบต่อทองคำด้วย ส่วนกรณีที่เมื่อเร็วๆ นี้มีการคาดการณ์ว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแรงและเร็วกว่าที่คาดการณ์นั้น หากย้อนดูประวัติศาสตร์จะพบว่าความคาดหวังหรือคาดการณ์ของตลาดจะสูงกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเสมอ และเมื่อย้อนดูสถิติสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ 6 เดือนก่อนที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพอร์ฟอร์แมนซ์ของทองคำจะไม่ดีนัก แต่ 6 เดือนหลังจาก Fed ขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว ทองคำจะปรับตัวดีขึ้นเรื่อยๆ” แอนดรูว์กล่าว 

 

สถิติชี้ ‘ราคาทองคำพุ่ง’ เมื่อเงินเฟ้อสูงกว่า 3% 

ในส่วนของอัตราเงินเฟ้อนั้น หากมองทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยและเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงแล้ว จะพบว่าในช่วงที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 3% ราคาทองคำจะลดลงประมาณ 7% แต่ในภาวะที่อัตราเงินเฟ้อสูงกว่า 3% ทองคำมีโอกาสที่จะปรับขึ้นได้ถึง 14% 

 

ขณะที่ลูอีส สตรีท (Louise Street) นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสของสภาทองคำโลก ให้ความเห็นว่า ผลการดำเนินงานของทองคำในปี 2021 ได้ตอกย้ำถึงคุณสมบัติของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้เป็นอย่างดี 

 

“เราคาดว่าการเปลี่ยนแปลงที่คล้ายๆ กันนี้จะส่งผลต่อประสิทธิภาพทองคำในปี 2022 โดยมีตัวขับเคลื่อนความต้องการที่ผันผวนตามอิทธิพลของตัวแปรทางเศรษฐกิจที่สำคัญ วิธีที่ธนาคารกลางจัดการกับเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยสำคัญต่ออุปสงค์ทางสถาบันและการค้าปลีกในปี 2022 ในขณะเดียวกันความแข็งแกร่งของตลาดอัญมณีในปัจจุบันอาจต้องหยุดชะงัก หากมีการระบาดของโควิดสายพันธุ์ใหม่มาเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงของผู้บริโภคอีก หรืออาจจะคงความแข็งแกร่งต่อไป ถ้าเศรษฐกิจยังคงฟื้นตัว” ลูอีสกล่าว  

 

ความต้องการทองคำทั่วโลกปี 2021 เกิน 4,000 ตัน  

รายงานความต้องการทองคำรายปีทั่วโลก (ไม่รวมตลาด OTC) ในปี 2564 ได้ฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ 4,021 ตัน โดยเฉพาะไตรมาส 4 ปี 2021 ความต้องการทองคำทั่วโลกแตะ 1,147 ตัน เป็นระดับสูงสุดรายไตรมาสนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2019 เป็นต้นมา และเพิ่มขึ้นเกือบ 50% เมื่อเทียบเป็นรายปี ตามรายงานของสภาทองคำโลก

 

ความต้องการทองคำแท่งและเหรียญเพิ่มขึ้น 31% สู่ระดับสูงสุดในรอบ 8 ปีที่ 1,180 ตัน เนื่องจากนักลงทุนรายย่อยมองหาสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยท่ามกลางสภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง อันเกิดจากการระบาดใหญ่ของโควิด

 

สถาบันขาย ETF ทองคำ 173 ตัน เพื่อปรับพอร์ต

ในขณะเดียวกันข้อมูลของสภาทองคำโลกรายงานว่า มีทองคำไหลออกจากกองทุน ETF ที่หนุนด้วยทองคำจำนวน 173 ตันในปี 2021 เนื่องจากนักลงทุนที่ปรับสัดส่วนการลงทุนตามสภาวะของตลาดบางรายได้ลดการป้องกันความเสี่ยงในช่วงต้นปี เมื่อประชาชนทั่วไปเริ่มได้รับวัคซีนป้องกันโควิด ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นทำให้การถือครองทองคำมีราคาแพงขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม การไหลออกของทองคำเหล่านี้เป็นเพียงส่วนน้อยเมื่อเทียบกับทองคำปริมาณถึง 2,200 ตัน ที่กองทุน ETF ทองคำได้สะสมไว้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักลงทุนให้ความสำคัญกับการสะสมทองคำไว้ในพอร์ตการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

 

ธนาคารกลางทั่วโลกถือครองทองเพิ่ม 463 ตัน

เมื่อพิจารณาถึงความต้องการรายปีของผู้บริโภค ธนาคารกลางเป็นผู้ซื้อสุทธิของทองคำในปี 2021 เป็นปีที่ 12 ติดต่อกัน โดยเพิ่มการถือครองทองคำ 463 ตัน ซึ่งสูงกว่าปี 2020 ถึง 82% กลุ่มธนาคารกลางที่มีความหลากหลายจากทั้งตลาดเกิดใหม่และตลาดที่พัฒนาแล้วได้เพิ่มการสำรองทองคำของตน ทำให้ยอดรวมทั่วโลกเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 30 ปี

 

ความต้องการทองคำรูปพรรณและภาคอัญมณีปรับตัวเพิ่มขึ้นจนใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดโควิด หรืออยู่ที่ราว 2,124 ตัน โดยได้รับการหนุนจากภาคเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ปี 2021 ที่แข็งแกร่ง โดยเป็นความต้องการที่สูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2013 เป็นต้นมา

 

ส่วนการใช้ทองคำในภาคเทคโนโลยีในปี 2021 เพิ่มขึ้น 9% สู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี ที่ 330 ตัน แม้ว่าความต้องการในด้านเทคโนโลยีค่อนข้างน้อยกว่าภาคส่วนอื่นๆ แต่มีการใช้งานทองคำอย่างแพร่หลายในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายประเภท ตั้งแต่อุปกรณ์พกพาไปจนถึงกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ (James Webb Space Telescope) อันล้ำสมัยที่เพิ่งเปิดตัวไป

 

ประเทศไทยความต้องการทองคำเพิ่ม 

สำหรับตลาดทองคำในประเทศไทย พบว่าความต้องการทองคำของผู้บริโภคแตะระดับ 12 ตัน ในไตรมาส 4 ปี 2021 เพิ่มขึ้น 44% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

 

ความต้องการเครื่องประดับทองปี 2021 ของประเทศไทยอยู่ที่ 8 ตัน เพิ่มขึ้น 38% จาก 6 ตัน ในปี 2020 และเฉพาะในไตรมาส 4 ปี 2021 การใช้เครื่องประดับเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกันในการเติบโตแบบปีต่อปี และเป็นไตรมาสที่ความต้องการเพิ่มขึ้นมากสุดนับตั้งแต่เกิดการระบาดใหญ่ สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยได้ฟื้นตัวจากผลกระทบของโควิดอย่างต่อเนื่อง

 

ในปี 2021 ประเทศไทยเปลี่ยนจากการถอนการลงทุนสุทธิไปเป็นการลงทุนเชิงบวกสุทธิในทองคำแท่งและเหรียญ สาเหตุหลักมาจากราคาทองคำที่ปรับลดลงในปี 2021 เมื่อเทียบกับปี 2020 และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการทองคำแท่งและเหรียญต่อปีแตะ 29 ตัน เทียบกับการขายสุทธิที่ 87 ตัน ในปี 2020

 

“เราเห็นดีมานด์ในทองคำแท่งและเหรียญเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อประเทศไทยเปลี่ยนจากการถอนลงทุนสุทธิไปเป็นการลงทุนเชิงบวกสุทธิ การรวมกันระหว่างราคาทองคำที่ลดลงและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและค่าเงินบาทที่อ่อนลงมีบทบาทสำคัญในแนวโน้มการลงทุนนี้เป็นอย่างยิ่ง” แอนดรูว์กล่าว 

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP


READ MORE






Latest Stories