การบินจากอุดรธานีไปญี่ปุ่นแต่เดิมต้องซื้อตั๋วแยกกันสองใบ เมื่อถึงกรุงเทพฯ ผู้โดยสารต้องรับกระเป๋าออกจากสายพานแล้วไปเช็กอินใหม่ และหากไฟลต์แรกดีเลย์จนตกเครื่องต่อ ความเสี่ยงนั้นตกอยู่กับผู้โดยสารเอง
ประเด็นสำคัญ
สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์จึงเปิดบริการ Sky ConX ขึ้นมาลดขั้นตอนดังกล่าว ให้เหลือการเช็กอินครั้งเดียวที่ท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี โดยสัมภาระจะถูกส่งตรงไปรับที่ปลายทาง ใช้เวลารอเปลี่ยนเครื่องที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิราว 3-4 ชั่วโมงในสองเส้นทางแรกที่เปิดให้บริการ
จุดหมายที่เชื่อมต่อได้ครอบคลุมโตเกียว (นาริตะ), โอซาก้า (คันไซ), ไทเป และดานัง รวมถึงเมืองอื่นในเครือข่ายของสายการบิน โดยเส้นทางที่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการก่อนคือเส้นทางอุดรธานีสู่ไทเป และอุดรธานีสู่โตเกียว
วิธีนี้นับเป็นการพาสนามบินภูมิภาคเข้าไปอยู่ในเครือข่ายการบินระหว่างประเทศ โดยยังไม่ต้องเปิดเส้นทางบินตรง ซึ่งต้องใช้ทั้งเครื่องบิน สิทธิการบิน และความต้องการเดินทางที่มากพอจะเติมเต็มทุกเที่ยว และเป็นก้าวแรกของโรดแมปที่เวียตเจ็ทไทยแลนด์วางไว้ร่วมกับกระทรวงคมนาคมและกรมท่าอากาศยาน ในการผลักดันอุดรธานีขึ้นเป็นศูนย์กลางการบินของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ทำไมอุดรธานีถึงได้เป็นจังหวัดนำร่อง?
เหตุผลข้อแรกคือขนาดของตลาดที่มีอยู่จริงแล้ว ปี 2568 ท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานีมีผู้โดยสารใช้บริการรวมกว่า 2 ล้านคน สูงเป็นอันดับ 2 ของท่าอากาศยานในสังกัดกรมท่าอากาศยาน ซึ่งเป็นฐานผู้โดยสารที่หนาแน่นพอจะรองรับบริการเชื่อมต่อระหว่างประเทศได้
ข้อที่สองคือกำลังซื้อในพื้นที่ จังหวัดอุดรธานีมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดอยู่ที่ 132,615 ล้านบาท เติบโตในอัตรา 6.25% ต่อปี ควบคู่กับบทบาทการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมไมซ์และแหล่งนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งหมายถึงผู้โดยสารกลุ่มธุรกิจที่เดินทางสม่ำเสมอ ไม่ได้พึ่งฤดูกาลท่องเที่ยวอย่างเดียว
ข้อที่สามคือทำเลที่วางตัวเป็นประตูสู่อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง วรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ระบุว่าอุดรธานีเป็นเมืองใหญ่ที่มีประชากรหนาแน่น มีความเชื่อมโยงใกล้ชิดกับเวียดนามและลาว และมีความผูกพันทางวัฒนธรรมกับเวียดนามในระดับลึก ซึ่งเป็นทุนที่จังหวัดอื่นในภาคเดียวกันไม่มี
จาก 2 เที่ยวบินต่อวัน สู่แผนเพิ่มความถี่และขยายไปสนามบินอื่น
สิ่งที่วรเนติยอมรับคือ ที่ผ่านมาสายการบินจำเป็นต้องจัดสรรฝูงบินไปเน้นเส้นทางท่องเที่ยวเป็นหลักเพราะข้อจำกัดเรื่องจำนวนเครื่องบิน ทำให้แม้จะเริ่มบินสู่อุดรธานี ขอนแก่น และอุบลราชธานี มาตั้งแต่ปี 2563 แต่ความถี่ก็ยังอยู่ที่ราว 2 เที่ยวบินต่อวันมาโดยตลอด ทั้งที่ทั้งสามจังหวัดมีศักยภาพรองรับได้มากกว่านั้น
การเพิ่มความถี่จึงเป็นอีกขาที่เดินคู่กับ Sky ConX โดยเส้นทางอุดรธานีถึงกรุงเทพฯ ขยับเป็น 3 เที่ยวบินต่อวันตั้งแต่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา และเพิ่มเป็น 4 เที่ยวบินต่อวันในเดือนกันยายน ขณะที่เป้าหมายซึ่งสายการบินประกาศไว้คือแตะระดับสูงสุด 5 เที่ยวบินต่อวันภายในปีนี้
หากการตอบรับเป็นไปตามที่คาด สายการบินเตรียมขยายโมเดล Sky ConX จากอุดรธานีไปยังท่าอากาศยานขอนแก่นในช่วงปลายปีนี้ และท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานีในช่วงต้นปีหน้า พร้อมเพิ่มความถี่เที่ยวบินที่ขอนแก่น อุบลราชธานี และสุราษฎร์ธานีไปพร้อมกัน
ส่วนเส้นทางบินตรงระหว่างประเทศจากอุดรธานี ซึ่งมีการพูดถึงเส้นทางอุดรธานีสู่โฮจิมินห์เป็นตัวเลือกแรก ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นศึกษาความเป็นไปได้ และยังไม่มีการยืนยันกำหนดเปิดให้บริการ
โจทย์ที่รออยู่นอกรั้วสนามบิน
สิ่งที่วรเนติมองว่าท้าทายที่สุดในการทำให้เส้นทางบินตรงเกิดขึ้นจริง อยู่นอกอำนาจของสายการบินเกือบทั้งหมด เพราะหากดึงนักท่องเที่ยวเวียดนามให้บินมาลงที่อุดรธานีได้สำเร็จ คำถามถัดมาคือพวกเขาจะเดินทางต่อไปไหนและด้วยวิธีใด
ปัญหาที่เห็นชัดคือเรื่องข้อมูลและภาษา นักท่องเที่ยวเวียดนามส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษได้คล่อง ขณะที่ป้ายบอกทางและข้อมูลท่องเที่ยวทั้งภาษาอังกฤษและภาษาเวียดนามในพื้นที่ยังไม่ได้จัดเตรียมไว้อย่างเป็นระบบ ทำให้การเดินทางต่อไปท่องเที่ยวเป็นเรื่องที่ต้องหาทางเอง จุดนี้ต้องอาศัยหน่วยงานในพื้นที่ร่วมกันวางระบบข้อมูลและจุดบริการนักท่องเที่ยวขึ้นมารองรับ
อีกจุดที่สายการบินมองว่ามีศักยภาพสูงคือ ‘เวียดนามทาวน์’ ในตัวจังหวัด ซึ่งได้รับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ทางเท้า และภูมิทัศน์ไปแล้ว แต่กิจกรรมท่องเที่ยวยังไม่เกิดขึ้นเต็มที่ ปัจจุบันร้านค้าในย่านนี้เปิดขายเพียงช่วง 11.00-13.00 น. และอาหารก็หมดภายในเวลาดังกล่าว
ข้อเสนอของวรเนติคือการขยายเวลาเปิดให้บริการตลอดวัน ทำเป็นถนนคนเดินประจำทุกวันเสาร์ จัดเทศกาลอาหารเวียดนามในช่วงฤดูหนาว และจัดงานตรุษญวนอย่างจริงจังในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นช่วงที่คนเวียดนามหยุดยาวติดต่อกันถึง 2 สัปดาห์และนิยมออกเดินทาง หากทำได้สำเร็จ อุดรธานีจะกลายเป็นทางเลือกที่ดึงนักท่องเที่ยวเวียดนามออกจากกรุงเทพฯ และภูเก็ตได้
ในฝั่งของตัวเอง สายการบินพร้อมสนับสนุนทั้งการจัดโรดโชว์ การพาคณะมาสำรวจแหล่งท่องเที่ยว และการจัดจับคู่ธุรกิจเพื่อเชื่อมผู้ประกอบการอุดรธานีเข้ากับพันธมิตรฝั่งเวียดนาม โดยเงื่อนไขที่วรเนติวางไว้ชัดเจนคือเมื่อแหล่งท่องเที่ยวพร้อมและมีความต้องการเดินทางหนาแน่นพอ สายการบินก็พร้อมเปิดเส้นทางบินตรงให้
สำหรับภาพรวมครึ่งปีหลัง วรเนติประเมินว่าสถานการณ์ปรับตัวดีขึ้นแต่ยังไม่ถึงจุดที่ต้องการ เพราะพฤติกรรมผู้โดยสารยังผันผวนและชะลอการตัดสินใจ ประกอบกับต้นทุนน้ำมันที่เคยผ่อนคลายไปช่วงหนึ่งกลับมาขยับขึ้นอีกครั้ง จนส่งผลให้ราคาบัตรโดยสารต้องปรับตามและทำให้ผู้โดยสารบางส่วนเลือกรอดูสถานการณ์ก่อน
แต่สิ่งที่สายการบินยังมั่นใจคือไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยว จะเป็นจังหวะที่การเดินทางกลับมาคึกคักอีกครั้ง และเป็นบทพิสูจน์รอบแรกว่าโมเดลการเชื่อมสนามบินภูมิภาคเข้ากับเครือข่ายระหว่างประเทศจะไปได้ไกลแค่ไหน

