×

เปิดรายละเอียดดีลสำคัญที่ทำให้ตุรกีเลิกค้านสวีเดน-ฟินแลนด์เข้า NATO

โดย THE STANDARD TEAM
01.07.2022
NATO

องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (North Atlantic Treaty Organization) หรือ NATO มีท่าทียินดีอย่างยิ่ง หลังตุรกี ฟินแลนด์ และสวีเดน สามารถบรรลุข้อตกลงที่ทำให้รัฐบาลตุรกี ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิก NATO ยอมถอนวีโต้คัดค้านการเข้าร่วมเป็นสมาชิก NATO ของสวีเดนและฟินแลนด์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน ผู้นำตุรกี กล่าวหา 2 ประเทศนี้อย่างดุเดือดว่าให้การสนับสนุนกองกำลังชาวเคิร์ด ที่ตุรกีระบุชัดว่าเป็น ‘กลุ่มก่อการร้าย’

 

ที่มาที่ไปของดีลนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรและมีรายละเอียดสำคัญอะไรบ้าง ที่ทำให้ตุรกียอมกลับลำเปิดทางให้ 2 ประเทศที่อยู่ใกล้รัสเซียเข้าร่วมกับ NATO และทำให้อุณหภูมิความขัดแย้งระหว่าง NATO และรัสเซีย ยิ่งทวีความคุกรุ่นมากขึ้นไปอีก

 

ตุรกี ‘ได้สิ่งที่ต้องการ’

 

การปิดดีลสำคัญระหว่างตุรกี ฟินแลนด์ และสวีเดน เกิดขึ้นภายหลังการพูดคุยเจรจาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (28 มิถุนายน) ซึ่งกินเวลายาวนานกว่า 4 ชั่วโมง และผ่านการถกเถียงและพยายามหาทางออกมาก่อนหน้านี้แล้วหลายสัปดาห์ กระทั่งกลายเป็นข้อตกลงไตรภาคีหรือข้อตกลง 3 ฝ่าย

 

เงื่อนไขสำคัญหลักๆ ที่ทำให้ตุรกีตอบรับข้อตกลงฉบับนี้ ได้แก่

 

  • ฟินแลนด์และสวีเดน ยกเลิกมาตรการห้ามจัดส่งอาวุธแก่ตุรกี
  • เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มเคลื่อนไหวของกองกำลังชาวเคิร์ด
  • ดำเนินการตามข้อเรียกร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนของตุรกี สำหรับผู้ต้องสงสัยที่เป็นนักรบชาวเคิร์ด

 

กองกำลังชาวเคิร์ดนั้นถือเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ไม่มีประเทศบ้านเกิด โดยประชากรกว่า 30 ล้านคน กระจายอยู่ทั่วตุรกี อิรัก อิหร่าน และซีเรีย ซึ่งกองกำลังติดอาวุธหลักของชาวเคิร์ดที่เรียกว่ากลุ่ม PKK นั้นถูกรัฐบาลตุรกีตราหน้าเป็นกลุ่มก่อการร้ายและกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ทำสงครามกับรัฐบาลอังการามาตั้งแต่ยุคทศวรรษ 1980 ซึ่งการสู้รบระหว่าง 2 ฝ่าย ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปมากกว่า 40,000 คน

 

โดยตุรกี สวีเดน และฟินแลนด์ ต่างก็จัดให้กลุ่ม PKK เป็นองค์กรก่อการร้าย แต่ประธานาธิบดีแอร์โดอันกล่าวหา 2 ประเทศนอร์ดิกว่าให้ที่พักพิงและการสนับสนุนด้านการเงินแก่นักรบ PKK ซึ่งทั้ง 2 ประเทศยืนกรานปฏิเสธ แต่สวีเดนนั้นพบว่าเคยสนับสนุนและส่งความช่วยเหลือแก่กลุ่มชาวเคิร์ดอื่นๆ ในซีเรีย ซึ่งตุรกีมองว่ากลุ่มชาวเคิร์ดเหล่านี้ไม่แตกต่างไปจาก PKK

 

สำหรับแอร์โดอัน การให้การรับรองและเพิ่มความร่วมมือในประเด็นชาวเคิร์ด และการแสดงให้เห็นถึงการให้ความเคารพต่อประเด็นความมั่นคงของตุรกีนั้นถือเป็นเรื่องจำเป็นอันดับ 1 ที่มีผลต่อการเจรจาข้อตกลงกับสวีเดนและฟินแลนด์

 

ซึ่งตุรกี ‘ได้รับสิ่งที่ต้องการ’ จากดีลกับฟินแลนด์และสวีเดน ที่มีการจรดปากกาลงนามไปเมื่อช่วงคืนวันอังคารที่ผ่านมา โดยทำเนียบประธานาธิบดีตุรกีออกแถลงการณ์ ระบุว่า

 

“นั่นหมายถึงความร่วมมืออย่างเต็มที่กับตุรกีในการต่อสู้กับกลุ่ม PKK และเครือข่าย” แถลงการณ์ระบุ ซึ่งเครือข่ายของ PKK นั้นหมายถึงกลุ่ม YPG ในซีเรีย ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และชาติตะวันตก ในการต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้าย ISIS

 

ขณะที่รัฐบาลสตอกโฮล์มและเฮลซิงกิยังให้คำมั่นว่า “จะไม่กำหนดข้อจำกัดการส่งออกอาวุธและสิ่งที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศให้แก่ตุรกี” และยอมที่จะดำเนินการตามขั้นตอน ‘อย่างเป็นรูปธรรม’ เพื่อส่งตัวกลุ่มผู้ต้องสงสัยชาวเคิร์ดให้แก่ตุรกี

 

ความหวังได้ครอบครอง F-16

 

สิ่งหนึ่งที่ถูกมองว่าอาจเป็นผลพลอยได้จากการบรรลุข้อตกลงกับสวีเดนและฟินแลนด์ คือการที่ประธานาธิบดีแอร์โดอันได้พบปะพูดคุยแบบ ‘ตัวต่อตัว’ กับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำ NATO ที่กรุงมาดริดของสเปน ซึ่งปิดฉากไปเมื่อวานนี้ (30 มิถุนายน)

 

โดยสิ่งที่ตุรกีคาดหวังจากการพูดคุยกับไบเดนคือการผลักดันให้สหรัฐฯ ยอมขายเครื่องบินขับไล่รุ่น F-16 ให้กับตุรกี เพื่อปรับปรุงศักยภาพทัพฟ้าของตุรกีให้มีความทันสมัยมากขึ้น ซึ่งเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2021 ตุรกีเคยยื่นข้อเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยอมขายเครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวน 40 เครื่อง แต่รัฐบาลวอชิงตันไม่มีท่าทีตอบรับใดๆ นอกจากบอกว่า การขายอาวุธทั้งหมดจะต้องผ่านกระบวนการตามกฎหมาย

 

ซึ่งหลังการพูดคุยล่าสุดระหว่างแอร์โดอันและไบเดน ท่ามกลางบรรยากาศอันดีที่สหรัฐฯ เองก็ต้องการให้ตุรกีเปิดทางให้ฟินแลนด์และสวีเดนเข้าร่วมเป็นสมาชิก NATO เพื่อรับมือภัยคุกคามจากรัสเซีย ทำให้รัฐบาลไบเดนแสดงท่าทีสนับสนุนความเป็นไปได้ที่อาจจะขายเครื่องบินขับไล่ F-16 แก่ตุรกี ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่า โอกาสที่สหรัฐฯ จะขาย F-16 แก่ตุรกีนั้นเป็นไปได้ แต่ต้องผ่านการรับรองจากสภาคองเกรสเสียก่อน ขณะที่ตุรกีนั้นเคยถูกสหรัฐฯ ขับออกจากโครงการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ F-35 มาแล้ว หลังจากที่ไปซื้อระบบป้องกันขีปนาวุธ S-400 ของรัสเซีย

 

ชัยชนะของ NATO และตุรกี แต่เป็นความพ่ายแพ้ของ ‘ปูติน’

 

ทิโมธี แอช เจ้าหน้าที่ยุทธศาสตร์ของบริษัทจัดการสินเชื่อและกลยุทธ์การลงทุนรายใหญ่ของยุโรปมองว่า การบรรลุข้อตกลงระหว่างตุรกี ฟินแลนด์ และสวีเดน ถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่สำหรับ NATO และยังเป็นชัยชนะของตุรกีด้วย ส่วนผู้แพ้รายใหญ่ของข้อตกลงนี้คือรัสเซีย ที่กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน

 

โดยข้อตกลงฉบับนี้อาจพูดได้อีกอย่างว่าเป็น ‘ความสำเร็จสำหรับประธานาธิบดีแอร์โดอัน’ ซึ่งการได้ในสิ่งที่ต้องการบางอย่างจากชาติตะวันตก ในขณะที่พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาสามารถใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบที่มี ทำให้แอร์โดอันสามารถกลับไปตุรกีพร้อมกับแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เขาทำได้จากความพยายามเจรจาของเขา 

 

ซึ่งเรื่องนี้อาจส่งผลดีต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีตุรกีที่จะจัดขึ้นในเดือนมิถุนายนปีหน้า แต่แรงสนับสนุนทางการเมืองหรือผลประโยชน์ต่างๆ จากเรื่องนี้อาจจะมีข้อจำกัดจากสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจในประเทศที่กำลังย่ำแย่ ซึ่งเงินเฟ้อในประเทศพุ่งกว่า 70%

 

‘การกระทำ’ สำคัญกว่า ‘คำพูด’

 

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีแอร์โดอันเตือนว่า ตุรกียังสามารถขัดขวางการเข้าเป็นสมาชิก NATO ของฟินแลนด์และสวีเดนได้ หากทั้ง 2 ประเทศ ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ตุรกีคาดหวังไว้อย่างเต็มที่

 

โดยเขากล่าวหลังการประชุมผู้นำ NATO ว่า หาก 2 ประเทศนอร์ดิกไม่รักษาคำสัญญาตามข้อตกลงที่ให้ไว้ รัฐสภาตุรกีอาจปฏิเสธการให้สัตยาบันรับรองข้อตกลงดังกล่าว

 

ขณะที่เสียงของตุรกีในการรับรองให้ฟินแลนด์และสวีเดนเข้าเป็นสมาชิก NATO นั้นมีความสำคัญ เนื่องจากการเข้าร่วมเป็นสมาชิกของทั้ง 2 ประเทศ จะเกิดขึ้นได้ ต้องผ่านฉันทามติรับรองจากสมาชิก NATO ทั้ง 30 ประเทศ

 

“ธุระนี้จะเป็นไปไม่ได้หากเราไม่ผ่านเรื่องนี้ในสภาของเรา ประการแรก สวีเดนและฟินแลนด์ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้สำเร็จ และนั่นก็อยู่ในเนื้อหา (ข้อตกลง) แล้ว แต่หากพวกเขาไม่ปฏิบัติตามนั้น แน่นอนว่าไม่มีทางที่เราจะส่งเรื่องนี้ไปยังสภาของเรา” แอร์โดอันกล่าว พร้อมอ้างว่า สวีเดนให้สัญญาที่จะส่งมอบ ‘กลุ่มก่อการร้าย’ ชาวเคิร์ด จำนวน 73 คนที่ตุรกีต้องการ และจะกวาดล้างกิจกรรมการเกณฑ์กำลังพลและการสนับสนุนทางการเงินของกลุ่ม PKK

 

ภาพ: Photo by TUR Presidency / Murat Cetinmuhurdar / Anadolu Agency via Getty Images

อ้างอิง:


READ MORE






Latest Stories