×

Tested & Tried: Ulthera แก้หางตาตก ร่องแก้มลึก ยกกระชับหน้า เป๊ะทุกองศา ทำได้จริงหรือ

14.05.2021
Ulthera

เมื่อพูดถึงปัญหาผิว ไม่ว่าเราจะดูแลตัวเองอย่างดี กินแต่อาหารที่มีประโยชน์ ใช้สกินแคร์หรือทำทรีตเมนต์บ่อยขนาดไหนก็ตาม แต่ก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่เราไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นั่นคือ การรับมือกับความโรยราที่เกิดขึ้นตามวัย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเผชิญ เมื่อคนเราอายุมากขึ้น สิ่งที่ตามมาคือผิวหนังเริ่มหย่อนคล้อย ขมับตอบ คิ้วตก มีร่องใต้ตา แก้มห้อยและเกิดร่องแก้ม มุมปากตก คางสองชั้น ฯลฯ ใดๆ เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเราอายุมากขึ้น ซึ่งเป็นขั้นตอนตามธรรมชาติ หรือที่เรียกว่า ‘Aging Progress’ บวกกับกฎแรงโน้มถ่วงโลกที่พร้อมจะดึงใบหน้าของเราลงอยู่ทุกวัน ดังนั้น มันจึงเป็นเรื่องยาก หรือแทบจะเป็นไม่ได้ที่เราจะสามารถสตัฟฟ์ใบหน้าของเราไว้ให้เต่งตึงตลอดกาล 

 

ด้วยเหตุนี้เอง ในโลกความงามจึงมีการคิดค้นนวัตกรรม อยู่เสมอ เพื่อกอบกู้ใบหน้า หรือลดความโรยราตามธรรมชาติ ดังเช่นที่ หมออาร์มหรือ นายแพทย์วรพจน์ ศิรามังคลานนท์ Medical Director ประจำคลินิก Hertitude Clinic และแพทย์ผู้สอนฝึกแพทย์ของ Allergan Medical Institute ได้แนะนำถึงวิธีแก้ไขปัญหาผิวหน้าที่หย่อนคล้อยด้วยทรีตเมนต์ ‘อัลเทอรา’ (Ulthera) ให้เข้าใจง่ายๆ ว่า  

 

“เวลาเรารักษาผิวหย่อนคล้อยตามวัย เราต้องมองว่าผิวหย่อนคล้อยเกิดจากอะไร ซึ่งมีอยู่ 5 ประการด้วยกัน ได้แก่ 1. ภาวะกระดูกใบหน้าพรุน เช่น กระดูกเบ้าตา กระดูกบริเวณจมูก หรือกราม 2. ไขมันบางส่วนภายไป เช่น ไขมันบริเวณขมับ ใต้ตา หรือร่องแก้ม 3. กล้ามเนื้อใบหน้าที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดริ้วรอยขณะแสดงอารมณ์ เช่น เวลายิ้มหรือหัวเราะ 4. ปัญหาเรื่องผิวหน้าด้านบน และสุดท้ายข้อ 5 ได้แก่ เส้นใยคอลลาเจนหาย เพราะเส้นใยคอลลาเจนทำงานเหมือนลวดสลิงที่คอยดึงผิวหนังของเรากับกระดูกไม่ให้ห้อยย้อย เมื่อคอลลาเจนลดน้อยลง ความสามารถในการดึงก็ลดลงด้วย ส่งผลให้ใบหน้าหย่อนคล้อยลง ซึ่งทรีตเมนต์อัลเทอราจะเข้ามาช่วยตรงจุดนี้ ด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อพยุงหน้าของเราไว้”  

 

Ulthera

นายแพทย์วรพจน์ ศิรามังคลานนท์

 

มาทำความรู้จักทรีทเมนต์อัลเทอรา (Ulthera) เพื่อยกกระชับหน้า   

We say: การทำงานของอัลเทอราคือการปล่อยคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ที่มีพลังงานความถี่สูงแบบเฉพาะเจาะจง ยิงลึกลงไปใต้ผิวหนังที่ทำให้ใต้ผิวเกิดการอักเสบเล็กๆ ส่งผลให้เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ที่ทำหน้าที่สร้างคอลลาเจน ต้องออกมาซ่อมแซม จนเกิดเป็นกระบวนการกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ซึ่งเครื่องนี้จะปล่อยคลื่นเสียงในลักษณะบีบคลื่นเสียงให้โฟกัสลงมาใต้ผิวหนัง คล้ายเลนส์นูน (ลองนึกถึงกรวย) จุดรวมแสงที่เกิดความร้อนจึงอยู่บริเวณปลายโฟกัส ซึ่งเป็นระดับความร้อนที่เพียงพอกับการสร้างคอลลาเจน แต่ไม่ทำให้ผิวหนังด้านบนไหม้หรือแสบร้อน เนื่องจากเส้นประสาทที่จับความรู้สึกของเราอยู่ด้านบน ดังนั้น ยิ่งยิงลึกเท่าไร ยิ่งไม่ค่อยเจ็บ ต่างจากเวลายิงตื้นที่เราจะรู้สึกมากกว่า   

 

และเมื่อโดนพลังงาน คอลลาเจนที่เป็นเหมือนสปริงใต้ผิวจึงเกิดการหดตัว ทำให้ใบหน้าของเรายกขึ้น แต่เราจะเห็นผลทันตาก็เพียง 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะต้องรอให้ผิวเกิดกระบวนการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่อย่างสมบูรณ์ ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือน เราจึงจะเห็นผลลัพธ์ 100 เปอร์เซ็นต์ 

 

Ulthera

ภาพเปรียบเทียบ (ซ้าย) ผิวหน้าอ่อนวัย กับผิวหน้าที่อายุมากขึ้น 

 

ขั้นตอนการทำทรีตเมนต์อัลเทอรา

We say: เริ่มจากการทำความสะอาดผิวหน้า จากนั้นมาสก์ยาชาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ก็พร้อมสำหรับการยิง ซึ่งข้อดีของอัลเทอราคือ เครื่องนี้หมอสามารถ See & Treat ได้เลย หมายความว่าคุณหมอสามารถเห็นการสแกนชั้นใต้ผิวหนังที่ลึกลงไป 8 มิลลิเมตรแบบเรียลไทม์ ด้วยระบบ Deep See Technology ทำให้การยิงแต่ละครั้งแม่นยำและเข้าเป้าที่ระดับชั้นกล้ามเนื้อส่วนบน (SMAS) ที่ช่วยเรื่องการยกกระชับใบหน้า ซึ่งหากไม่มีจอมอนิเตอร์ให้เห็นก็อาจพลาดไปยิงโดนกระดูกหรือกล้ามเนื้อ ทำให้เจ็บปวดมาก หรือหากยิงโดนเส้นประสาทก็จะทำให้ชาหรือลุกลามไปสู่ภาวะปากเบี้ยวได้ ในขณะที่การยิงโดนคอลลาเจนจะแค่เจ็บจี๊ดๆ เหมือนโดนยางดีดเท่านั้น     

 

วิธีการคือ คุณหมอจะเริ่มยิงทีละข้างก่อน เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ว่าใบหน้ายกขึ้นแล้วหรือยัง หากสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าว่าหน้ายกขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ คุณหมอก็จะยิงอีกข้างด้วยรูปแบบที่คล้ายคลึงกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เดียวกัน ก่อนดูอีกครั้งว่าหลังทำเสร็จใบหน้าทั้งสองข้างยกขึ้นเท่ากันแล้วหรือยัง เพราะอย่าลืมว่าใบหน้าของคนเราทั้งสองข้างไม่เหมือนกันเสียทีเดียว หากยังก็ต้องยิงซ้ำอีกครั้งเพื่อปรับบาลานซ์ให้เท่ากันทั้งสองข้าง รวมแล้วใช้เวลาไม่เกิน 90 นาที 

 

Ulthera

ลักษณะของหน้าจอมอนิเตอร์ที่สแกนให้เห็นถึงชั้นใต้ผิวหนัง 

 

ผลลัพธ์หลังจากที่ทำ

We say: ก่อนหน้านี้เคยได้ยินว่าการทำอัลเทอราถือเป็นที่สุดของความเจ็บ แต่หลังจากที่ทำก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บขนาดนั้น อาจเพราะคุณหมอไม่ได้ยิงโดนกระดูกหรือกล้ามเนื้อตามที่อธิบายให้ฟังไป เราจึงรู้สึกแค่เจ็บจี๊ดๆ เท่านั้น เรียกได้ว่าชิลมาก และเมื่อทำเสร็จ ใบหน้าไม่มีรอยแดงหรือร่องรอยใดๆ ปรากฏให้เห็น สามารถทำกิจกรรมอื่นต่อได้เลย แต่วันรุ่งขึ้นรู้สึกหน้าระบมเล็กน้อย เมื่อกดผิวจะรู้สึกเจ็บ แต่ก็เพียง 3-4 วันเท่านั้น แต่บางรายอาจนาน 1-2 สัปดาห์ ระยะเวลาในการพักฟื้นจึงสั้นมาก ต่างจาการทำเลเซอร์ที่ต้องพักหน้านานกว่า 

 

ถามว่าเห็นความต่างทันทีเลยไหม ต้องบอกว่าหลังจากที่ดูภาพ Before & After จะเห็นได้ว่าใบหน้ายกขึ้นจริง กรอบหน้าชัดขึ้น แก้มยกทำให้ร่องแก้มตื้นลง แต่ไม่ถึงได้หน้าใหม่กลับบ้านไป เพราะอย่างที่คุณหมอบอกว่าเราต้องรอ 3 เดือนกว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน ซึ่งขณะที่เขียนบทความชิ้นนี้ผ่านไปแล้ว 2 เดือน เมื่อเทียบกับภาพเมื่อเดือนก่อน ก็เห็นได้ว่ากรอบหน้าชัดขึ้นกว่าเดิมอีก  

 

ส่วนการดูแลง่ายมาก แทบไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ไม่เหมือนการทำเลเซอร์ที่ต้องประคบประหงม เพียงแต่เราต้องเสริมสร้างคอลลาเจนด้วยการกินอาหารที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะโปรตีน พักผ่อนเยอะๆ และออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth Hormones) ช่วยในการฟื้นฟูคอลลาเจน และหลบเลี่ยงแสงแดดที่ทำลายคอลลาเจนให้ได้มากที่สุด เพื่อให้คอลลาเจนอยู่คู่กับหน้าของเราไปนานๆ เพราะข้อด้อยของอัลเทอรา ถ้าไม่นับอาการเจ็บที่อาจเกิดกับคุณได้แล้ว คือค่าใช้จ่ายที่ทำเอาหลายคนต้องคิดหนักเลยทีเดียว   

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

FYI
  • นายแพทย์วรพจน์ ศิรามังคลานนท์ สำเร็จการศึกษาด้านแพทย์ศาสตร์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และด้านผิวหนังและเลเซอร์ที่ Harvard Medical School สหรัฐอเมริกา 
  • มาตรการป้องกันโควิด-19 ของ Hertitude Clinic ได้แก่ 1. รับเฉพาะลูกค้าที่จองคิวล่วงหน้าเท่านั้น และรับแบบส่วนตัวโดยไม่มีลูกค้าคนอื่นๆ เข้ามาใช้บริการร่วม 2. พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและทำความสะอาดเครื่องมือทุกพื้นผิวสัมผัส 3. ตรวจกรองและวัดไข้แพทย์ พนักงาน และลูกค้าก่อนเริ่มงานทุกครั้ง 4. แพทย์และพนักงานสวมใส่เครื่องมือป้องกันเชื้อตลอดระยะเวลาปฏิบัติงาน 

 

Hertitude Clinic 

Address: ชั้น L เกษรพลาซ่า ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 

Contact: 08 6341 9007 

Budget: ทรีตเมนต์อัลเทอราทั่วหน้า เริ่มต้น 38,900 บาท 


READ MORE





Latest Stories