×

TU รายงานกำไร 4Q63 เติบโต YoY ตามคาด หนุนจากรายได้อาหารทะเลแปรรูปที่แข็งแกร่ง

23.02.2021
  • LOADING...
TU รายงานกำไร 4Q63 เติบโต YoY ตามคาด หนุนจากรายได้อาหารทะเลแปรรูปที่แข็งแกร่ง

เกิดอะไรขึ้น:

เมื่อวานนี้ (22 กุมภาพันธ์) บมจ. ไทยยูเนี่ยน (TU) รายงานกำไรสุทธิ 4Q63 ที่ 1.46 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 38%YoY แต่ลดลง 29%QoQ ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด หากตัดรายการพิเศษออกไปกำไรปกติ 4Q63 จะอยู่ที่ 1.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 26%YoY แต่ลดลง 30%QoQ โดยกำไรปกติที่เติบโต YoY ได้รับการสนับสนุนจากผลการดำเนินงานของธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปที่แข็งแกร่ง

 

โดยรายได้จากธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป 4Q63 เพิ่มขึ้น 9%YoY ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการ Social Distancing ทำให้ผู้บริโภคทำอาหารทานเองในครัวเรือนมากขึ้น และการทำกิจกรรมการตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และยุโรป ด้านอัตรากำไรของธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปปรับตัวดีขึ้น 140 bps YoY ตามปริมาณการขายที่แข็งแกร่ง 

 

นอกจากนี้ยอดขายจากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง 4Q63 เพิ่มขึ้น 8%YoY จากประชาชนใช้จ่ายเพื่อสัตว์เลี้ยงมากขึ้นในช่วงล็อกดาวน์ ขณะที่ยอดขายจากธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระป๋อง 4Q63 ยังปรับตัวดีขึ้น ซึ่งปัจจัยบวกเหล่านี้มากพอที่จะชดเชยยอดขายจากธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นที่ลดลงได้เนื่องจากอุตสาหกรรมให้บริการอาหารอ่อนแอจากผลกระทบของโควิด-19 

 

สำหรับธุรกิจ Red Lobster สร้างผลขาดทุนให้ TU จำนวน 190 ล้านบาท ใน 4Q63 แย่ลงจากขาดทุน 165 ล้านบาทใน 4Q62

 

นอกจากนี้ TU ประกาศจ่ายเงินปันผลที่อัตรา 0.40 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 8 มีนาคม 2564

 

กระทบอย่างไร: 

เมื่อวานนี้ราคาหุ้น TU ปรับตัวขึ้น 2.96%DoD สู่ระดับ 13.90 บาท ขณะที่วันนี้ (23 กุมภาพันธ์) ราคาหุ้น TU ไม่เคลื่อนไหวมากนักปิดที่ 13.90 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า

 

มุมมองระยะสั้น:

SCBS คาดแนวโน้มกำไร 1Q64 ของ TU จะลดลง QoQ จากผลกระทบทางปัจจัยฤดูกาล แต่จะเติบโต YoY โดยได้รับการสนับสนุนจากรายได้ของธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องและมีอัตรากำไรที่ดีขึ้นท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 

 

มุมมองระยะยาว:

TU ตั้งเป้ายอดขายปี 2564 เติบโต 3-5%YoY โดยได้ปัจจัยสนับสนุนมาจากยอดขายอาหารทะเลแช่แข็งที่ฟื้นตัวจากฐานต่ำในปี 2563 แต่อัตรากำไรขั้นต้นจะกลับสู่ระดับปกติที่ 17% (จาก 17.7% ในปี 2563) เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนยอดขายอาหารทะเลแช่แข็งซึ่งมีอัตรากำไรต่ำ

 

สำหรับงบลงทุนปี 2564 TU ตั้งไว้ที่ 6-6.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากฐานต่ำในปี 2563 ที่ 3.7 พันล้านบาท โดยจะลงทุนเพิ่มในผลิตภัณฑ์นวัตกรรม เช่น การเปิดไลน์เครื่องจักรการผลิตใหม่สำหรับผลิตผงแคลเซียมจากกระดูกปลาทูน่าในประเทศไทย

 

สำหรับเป้าหมายระยะยาวบริษัทตั้งเป้าเพิ่ม EBITDA สู่ 450-550 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2568 ซึ่งมาจากการมุ่งเน้นธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปและธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งซึ่งเป็นธุรกิจหลัก ด้วยการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสู่ระดับ 10% ของรายได้รวม ซึ่งรายได้ส่วนนี้มีอัตรากำไรสูงกว่า 20%

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories