ปฏิเสธไม่ได้ว่า ธุรกิจร้านอาหารและธุรกิจเครื่องดื่ม (F&B) ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจ SME ที่มีขนาดใหญ่และมีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย ปัจจัยสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึงการเติบโตของแพลตฟอร์มเดลิเวอรี ที่ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ไม่ยากนักเมื่อเทียบกับหลายอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม แม้จะเห็นการเปิดร้านอาหารใหม่จำนวนมากในแต่ละปี แต่อีกด้านหนึ่ง อัตราการปิดตัวของร้านอาหารก็สูงไม่แพ้กัน สะท้อนให้เห็นว่าการทำธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนคิด ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งการแข่งขันที่รุนแรง ต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงที่เพิ่มขึ้น รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงแค่ จะเปิดร้านอาหารอย่างไรให้สำเร็จ แต่คือ ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องวางแผนธุรกิจอย่างไร? ต้องมองหาระบบปฏิบัติการร้านที่ช่วยเสริมศักยภาพ และช่วยสร้างโอกาสเติบโตให้ธุรกิจได้ในระยะยาว
จากบริบทดังกล่าว ทีทีบี จึงจับมือกับ LINE MAN Wongnai ร่วมกับ FlowAccount และ Skooldio พัฒนาโซลูชันดิจิทัลแบบครบวงจรสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารในปี 2026 เพื่อต่อยอดความสำเร็จจากระบบที่เริ่มวางรากฐานไว้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา
เดินหน้าพัฒนาโซลูชันครบวงจร ดันร้านอาหารไทยกว่า 2.6 แสนร้านโตยั่งยืน
นางกนกพร จูฑา ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจ ทีทีบี กล่าวว่า ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจ SME ที่มีขนาดใหญ่และเติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย โดยมีฐานร้านค้า F&B และค้าปลีกทั่วประเทศรวมกว่า 260,000 ร้าน สะท้อนถึงศักยภาพของตลาดที่ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก

นางกนกพร จูฑา ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจ ทีทีบี
ในปีที่ผ่านมา ทีทีบี ได้ร่วมกับ Wongnai POS เพื่อยกระดับระบบการชำระเงินของร้านอาหารไทย ผ่านการเชื่อมต่อระบบ POS เข้ากับ ttb QR และเครื่องรับบัตร EDC แบบไร้รอยต่อ
ประโยชน์สำคัญคือช่วยให้ร้านค้าสามารถรับชำระเงินได้ทุกรูปแบบ พร้อมลดภาระการจัดการเงินสด โดยข้อมูลยอดขายจะถูกส่งเข้าสู่เครื่องรับชำระเงินโดยอัตโนมัติ ทำให้พนักงานไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำซ้อน ลดความผิดพลาด เช่น เงินขาดหรือเงินเกิน อีกทั้งเมื่อมีการชำระเงิน ระบบจะตัดยอดที่ POS ทันที ช่วยลดความเสี่ยงการทุจริต และทำให้การกระทบยอดหลังปิดร้านเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับก้าวต่อไปในปี 2026 ทีทีบีมุ่งขยายความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อแก้โจทย์ที่ลึกขึ้นของผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยหนึ่งในคำถามสำคัญที่เจ้าของร้านมักเผชิญหลังปิดร้านในแต่ละวันคือ ขายไปแล้วเหลือกำไรเท่าไร จะหาเงินหมุนเวียนจากที่ไหน และจะทำอย่างไรให้ธุรกิจเติบโตต่อไปได้
จากคำถามเหล่านี้ จึงนำไปสู่ความร่วมมือของ 4 พันธมิตร ได้แก่ ทีทีบี, LINE MAN Wongnai, FlowAccount และ Skooldio เพื่อปลดล็อกศักยภาพธุรกิจด้วยแนวคิด Power×3 ซึ่งเป็นการนำโซลูชันดิจิทัลมายกระดับธุรกิจร้านอาหารไทยในอีก 3 มิติ
มิติแรกคือ Power of Automation เพื่อลดงานแมนนวลและเพิ่มความแม่นยำ โดยทีทีบีเป็นธนาคารแรกและธนาคารเดียวที่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลรายการเดินบัญชีธนาคารเข้าสู่ระบบบัญชีออนไลน์ FlowAccount ได้แบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ทำให้ร้านค้าสามารถบันทึกบัญชี เห็นกำไรขาดทุน และบริหารกระแสเงินสดได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องทำงานซ้ำซ้อน
จากเดิมที่ร้านอาหารกว่า 80% ยังทำบัญชีด้วยมือ ระบบดังกล่าวจะช่วยให้การบันทึกบัญชีเป็นไปโดยอัตโนมัติ ทำให้เจ้าของร้านเห็นตัวเลขกำไร–ขาดทุนที่แท้จริง และสามารถบริหารเงินสดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
มิติที่สองคือ Power of Growth ซึ่งมุ่งเปลี่ยนข้อมูลทางธุรกิจให้กลายเป็นโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยทีทีบีจะนำข้อมูลยอดขายจริงจากระบบ POS ผสานกับข้อมูลรับเงินผ่านบัญชีทีทีบี มาใช้ประกอบการพิจารณาวงเงินสินเชื่อ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารรับรองรายได้หรือหลักทรัพย์ค้ำประกันเหมือนในอดีต
ทั้งนี้ แม้ร้านอาหารจะมีรายรับเข้ามาทุกวัน แต่ธุรกิจมักเผชิญรายจ่ายก้อนใหญ่ที่ไม่สอดคล้องกับรายรับรายวัน เช่น เงินเดือนพนักงาน ค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ รวมถึงปัจจัยตามฤดูกาลที่ทำให้ยอดขายผันผวน นอกจากนี้ ยังมีแผนร่วมมือกับพันธมิตรซัพพลายเออร์วัตถุดิบชั้นนำ (Food Supplier Partner) เพื่อมอบสิทธิประโยชน์และส่วนลดด้านวัตถุดิบ ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของร้านอาหาร ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถควบคุมต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการทำกำไรได้
มิติที่สามคือ Power of AI ที่มุ่งเสริมทักษะด้านเทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการ โดยทีทีบีได้ร่วมมือกับ Skooldio เพื่อจัดทำหลักสูตรพิเศษสำหรับธุรกิจร้านอาหาร ให้ผู้ประกอบการสามารถนำเทคโนโลยีและ AI มาช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า และต่อยอดสู่การทำแคมเปญการตลาดที่ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
นางกนกพรย้ำว่า ทีทีบีต้องการเป็นผู้สนับสนุนด้านการเงินให้กับระบบนิเวศร้านอาหารไทย โดยเชื่อมต่อการทำงานตั้งแต่การขายหน้าร้าน การรับชำระเงิน ไปจนถึงบัญชีธนาคารให้ทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เจ้าของร้านเห็นภาพธุรกิจชัดเจนขึ้น และเข้าถึงบริการทางการเงินได้ง่ายขึ้น อันจะช่วยให้ธุรกิจร้านอาหารไทยเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

นายเอกลักษณ์ วิริยะโกวิทยา กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจ Merchant Digital Solutions LINE MAN Wongnai
แก้ Pain Point ร้านอาหาร ผนึกกำลัง 3 ยักษ์ใหญ่ ปั้น POS สู่ระบบบริหารจัดการครบวงจร
ด้านนายเอกลักษณ์ วิริยะโกวิทยา กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจ Merchant Digital Solutions LINE MAN Wongnai กล่าวว่า ภาพรวมยอดขายร้านอาหารในปี 2025 ช่วงไตรมาส 2 มีหลายร้านเริ่มกังวลเกี่ยวกับยอดขายที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มปรับตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาส 3 และ 4
อีกประเด็นสำคัญคือ อัตราการรอดชีวิตของร้านอาหารยังอยู่ในระดับต่ำ แม้จะมีร้านเปิดใหม่จำนวนมาก แต่อัตราการปิดตัวก็สูงเช่นกัน โดยสถิติพบว่าร้านอาหารเปิดใหม่กว่า 50% จะปิดตัวลงภายในปีแรก ซึ่งเป็นปัญหาที่ LINE MAN Wongnai ต้องการเข้ามาช่วยแก้ไข
จากการสำรวจผู้ประกอบการร้านอาหารบนแพลตฟอร์ม พบว่า นอกเหนือจากระบบจัดการร้านค้าและการรับชำระเงินแล้ว สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการมากที่สุดคือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน รองลงมาคือความสนใจด้านการทำบัญชี ซึ่งมีสัดส่วนถึง 29% ซึ่งปัจจุบันระบบ Wongnai POS มีมูลค่าธุรกรรมผ่านระบบสูงถึง 176,000 ล้านบาทต่อปี สะท้อนว่าร้านอาหารจำนวนมากในประเทศไทยยังขาดโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงินและบัญชีที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ
ความร่วมมือระหว่างทีทีบี, FlowAccount และ Skooldio ในครั้งนี้ จึงมีเป้าหมายในการยกระดับ Wongnai POS ให้กลายเป็น “ระบบปฏิบัติการของร้านอาหาร” ที่เชื่อมต่อการทำงานตั้งแต่หน้าร้าน หลังร้าน ไปจนถึงระบบการเงินและบัญชีไว้ในแพลตฟอร์มเดียว
เมื่อร้านค้าใช้งานระบบร่วมกัน ยอดขายจาก Wongnai POS จะถูกส่งเข้าสู่ระบบบัญชีของ FlowAccount โดยอัตโนมัติ ทำให้เจ้าของร้านสามารถบริหารจัดการบัญชีได้ง่ายขึ้น ปิดบัญชีได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ทีทีบีสามารถใช้ข้อมูลธุรกรรมดังกล่าวประกอบการพิจารณาวงเงินสินเชื่อได้ ลดขั้นตอนเอกสารและภาระการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน
ตัวอย่างเช่น ร้านอาหารขนาดเล็กอย่างร้านข้าวแกง เมื่อเชื่อมต่อระบบ Wongnai POS, FlowAccount, Skooldio และทีทีบีเข้าด้วยกัน หลังปิดร้านในแต่ละวัน ระบบจะสรุปบัญชีให้อัตโนมัติ งบการเงินพร้อมใช้งาน และสามารถนำไปใช้เพื่อขอสินเชื่อได้
“เป้าหมายของเราคือทำให้เจ้าของร้านอาหารสามารถเปิดร้านได้อย่างมั่นใจ รู้ตัวเลขธุรกิจของตัวเอง ควบคุมต้นทุนได้ และเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น เพื่อให้มีเวลาโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญที่สุด คือการทำอาหารที่ดีและการดูแลลูกค้า”
ขณะที่ นายกฤษฎา ชุตินธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FlowAccount กล่าวว่า การทำบัญชีถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารธุรกิจร้านอาหาร การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยผ่านโปรแกรมบัญชีออนไลน์ FlowAccount จะช่วยให้เจ้าของร้านเข้าใจตัวเลขของธุรกิจได้ชัดเจนขึ้น เห็นต้นทุน ค่าแรงพนักงาน และภาพรวมกำไร–ขาดทุนได้อย่างเป็นระบบ
ระบบยังสามารถจัดทำงบการเงินและบริหารจัดการภาษีได้ในที่เดียว พร้อมเชื่อมต่อข้อมูลอัตโนมัติ เช่น การนำเข้าข้อมูลยอดขายจาก Wongnai POS เพื่อเปิดบิลอัตโนมัติ รวมถึงการดึงรายการเดินบัญชีจากทีทีบี ซึ่งเป็นธนาคารแรกที่เชื่อมต่อ Statement เข้าสู่ระบบบัญชีออนไลน์ของ FlowAccount ช่วยลดงานซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการธุรกิจ
และ ดร.วิโรจน์ จิรพัฒนกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Skooldio เสริมว่า Skooldio ทำหน้าที่เป็นพันธมิตรด้านการพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับ SME โดยมุ่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการร้านอาหารผ่านหลักสูตรออนไลน์ที่เน้นการเรียนรู้จากกรณีใช้งานจริง (Use Case)
หลักสูตรดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจธุรกิจของตนเองมากขึ้น สามารถใช้เทคโนโลยีและ AI วิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงนำข้อมูลไปต่อยอดในการพัฒนาธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมย้ำว่า เทคโนโลยีจะสร้างประโยชน์ได้ก็ต่อเมื่อผู้ใช้งานสามารถนำไปใช้ได้จริง ดังนั้น Skooldio จึงมุ่งเน้นการ Upskill ด้าน Digital, Data และ AI เพื่อให้เจ้าของร้านสามารถอ่านข้อมูล วิเคราะห์ และตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมั่นใจ
TTB ตั้งเป้าดันผู้ใช้งานโต 2 เท่า ชูโมเดลใช้ Data นำทางธุรกิจ
นางกนกพรกล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินโครงการจะทยอยพัฒนาเป็นหลายระยะ โดยระยะแรกจะเริ่มจากการเชิญชวนกลุ่มร้านอาหารที่ใช้งาน Wongnai POS มาเปิดบัญชีกับธนาคารทีทีบี เนื่องจากหัวใจสำคัญในการประเมินศักยภาพของธุรกิจคือข้อมูลยอดขายจาก POS และข้อมูลการเดินบัญชี โดยมีการจัดเวิร์กช็อปเพื่อช่วยผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบและเปิดบัญชีธนาคาร
ระยะที่สอง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มในอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้า จะเริ่มทยอยเปิดให้บริการสินเชื่อ โดยนำร่องกับกลุ่มร้านอาหารที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลก่อน ในระยะต่อไปจะขยายการให้บริการครอบคลุมร้านอาหารทั้งหมดที่ใช้งานระบบ POS รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดา พร้อมตั้งเป้าหมายผลักดันจำนวนผู้ใช้งานให้เติบโตในระดับสองหลัก และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในอนาคต
“ทั้งหมดสะท้อนเป้าหมายสำคัญของทั้ง 4 พันธมิตร ที่ไม่ได้ต้องการเพียงให้ร้านอาหารขายดีเท่านั้น แต่อยากช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารธุรกิจได้ง่ายขึ้นอย่างครบวงจร พร้อมเติบโตได้อย่างแข็งแรงและยั่งยืน



