×

ทรัมป์งัดอำนาจใหม่สู้คำตัดสินศาลฎีกา! ปรับเพิ่มภาษีทั่วโลกจาก 10% เป็น 15% ทันที ภายใต้มาตรา 122 ที่ไม่เคยถูกใช้เก็บภาษีมาก่อน

22.02.2026
  • LOADING...
ภาพ โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขณะประกาศนโยบายปรับเพิ่มภาษีทั่วโลกเป็น 15%

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศปรับเพิ่มอัตราภาษีศุลกากรทั่วโลกเป็น 15% โดยอ้างว่ามีผลทันที เพียง 1 วันหลังศาลฎีกาตัดสินว่ามาตรการภาษีชุดเดิมของเขาไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยเป็นการเพิ่มอีก 5% จากที่ประกาศไปก่อนหน้านี้

 

รายงานของ The Wall Street Journal ระบุว่า ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันเสาร์ (21 ก.พ.) ที่ผ่านมาว่า อัตราภาษีระดับใหม่ที่ปรับเพิ่มขึ้นจากเดิม 10% จะมีผลบังคับใช้ในทันที โดยเขาให้เหตุผลว่าการตัดสินใจเพิ่มอัตราภาษีในครั้งนี้เป็นผลมาจากการทบทวนอย่างถี่ถ้วน อย่างไรก็ตาม รายงานของ CNBC ระบุว่ายังไม่ชัดเจนว่ามีการลงนามในเอกสารทางการใดๆ เพื่อระบุกรอบเวลาบังคับใช้แล้วหรือไม่

 

ทรัมป์ ได้อธิบายถึงคำตัดสินของศาลฎีกาว่า “ไร้สาระ เขียนออกมาได้แย่มาก และต่อต้านอเมริกันอย่างเหลือเชื่อ” หลังจากที่เมื่อวันศุกร์ (20 ก.พ.) ศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยล้มล้างมาตรการภาษีส่วนใหญ่ในวาระการดำรงตำแหน่งที่ 2 ของเขา

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ศาลได้ปฏิเสธข้อโต้แย้งของรัฐบาลที่ระบุว่า กฎหมายอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ หรือ IEEPA ซึ่งเป็นกฎหมายตั้งแต่ปี 1977 ได้ให้อำนาจโดยนัยในการเรียกเก็บภาษี ทำให้ทรัมป์ออกมาประณามคำตัดสินดังกล่าวทันที

 

ทรัมป์หันใช้อำนาจตามมาตรา 122

 

หลังจากนั้นเขาได้นำอัตราภาษีทั่วโลก 10% กลับมาใช้ใหม่ภายใต้อำนาจที่แตกต่างออกไป นั่นคือมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ซึ่งอนุญาตให้ประธานาธิบดีสามารถเรียกเก็บภาษีได้สูงสุด 15% เป็นระยะเวลา 150 วัน ทั้งนี้ มาตรา 122 ไม่เคยถูกนำมาใช้เก็บภาษีมาก่อน โดยเดิมทีถูกออกแบบมาเพื่อจัดการปัญหาดุลการชำระเงินในตลาดเงินตรา

 

เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ทรัมป์ระบุว่า มาตรการเหล่านี้จะถูกแทนที่ด้วยอำนาจทางภาษีที่มีผลยาวนานกว่าอย่างมาตรา 301 ของกฎหมายการค้า ซึ่งอนุญาตให้มีการจัดเก็บภาษีแบบถาวรได้ แต่จำเป็นต้องใช้เวลาสอบสวนนานหลายเดือนก่อน โดยปกติกระบวนการสอบสวนใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี แต่ทรัมป์ระบุว่าจะเสร็จภายใน 5 เดือน เพื่อให้ทันก่อนที่มาตรา 122 จะหมดอายุ

 

ทรัมป์โพสต์ว่า “ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า รัฐบาลทรัมป์จะกำหนดและประกาศอัตราภาษีใหม่ที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจะสานต่อกระบวนการทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง (Make America Great Again) ที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง”

 

คำตัดสินด้วยคะแนนเสียง 6 ต่อ 3 โดยมีประธานศาลฎีกา จอห์น โรเบิร์ตส์ เป็นผู้ร่างคำวินิจฉัย ถือเป็นการตัดเครื่องมือทางการทูตที่ทรัมป์ใช้มาอย่างหนักหน่วง เพื่อปรับเปลี่ยนข้อตกลงการค้าและจัดเก็บเงินภาษีหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐจากบริษัทผู้นำเข้า

 

ทั้งนี้ ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าทางการสหรัฐฯ จะต้องจ่ายเงินคืนให้กับประเทศและธุรกิจที่ประสบกับราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ เนื่องจากศาลไม่ได้ระบุไว้ในคำตัดสินว่าจำเป็นต้องมีการคืนเงินชดเชยแต่อย่างใด

 

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง กล่าวว่า “ผมคิดว่าประชาชนอเมริกันคงไม่ได้เงินคืน” แม้จะมีการประเมินว่ารัฐบาลสหรัฐฯ อาจต้องคืนเงินให้ผู้นำเข้ามากกว่า 1.75 แสนล้านดอลลาร์ (5.45 ล้านล้านบาท) ก็ตาม ขณะที่ตลาดหุ้นตอบรับคำตัดสินของศาลฎีกาในเชิงบวก โดยนักลงทุนคาดว่าจะช่วยลดความตึงเครียดทางการค้าและอาจส่งผลให้เงินเฟ้อชะลอตัวลง

 

ผลกระทบต่อประเทศคู่ค้า

 

การปรับเพิ่มภาษีทั่วโลกเป็น 15% ถือว่าสอดคล้องกับเงื่อนไขของข้อตกลงการค้าสำคัญที่ทรัมป์เคยทำไว้กับประเทศอื่นๆ เช่น ข้อตกลงกับสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ในปี 2025 ที่บังคับใช้ภาษี 15% ไปแล้ว

 

รายงานของ CNN ระบุเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาทรัมป์เคยบังคับใช้มาตรการภาษีเป็นวงกว้าง ซึ่งรวมถึง ‘ภาษีต่างตอบแทน’ ที่เคยส่งผลให้อัตราภาษีพุ่งสูงถึง 50% กับประเทศคู่ค้าสำคัญอย่างอินเดียและบราซิล และเคยสูงถึง 145% กับประเทศจีน

 

โจ บรูซูเอลัส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก RSM US วิเคราะห์ว่า สำหรับหลายประเทศแล้ว การเผชิญกับอัตราภาษี 15% ถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่าอัตราภาษีเดิมภายใต้กฎหมาย IEEPA

 

ประเทศอย่างบราซิล, แคนาดา, จีน, อินเดีย, เม็กซิโก และแอฟริกาใต้ จะเผชิญอัตราภาษีที่ต่ำลง ขณะที่ประเทศอย่างอาร์เจนตินา ออสเตรเลีย ซาอุดีอาระเบีย และสหราชอาณาจักร จะต้องเผชิญกับอัตราภาษีที่สูงขึ้นแทน

 

เอริกา ยอร์ก จาก Tax Foundation ประเมินว่าภาษี 15% จะทำให้อัตราภาษีที่แท้จริง (effective tariff rate) ของสหรัฐฯ สำหรับปีนี้อยู่ที่ 6%

 

ธุรกิจได้-เสียอย่างไร

 

ธุรกิจค้าปลีกอย่าง Walmart หรือ Amazon มีแนวโน้มที่จะได้รับประโยชน์จากภาษีที่ลดลง แต่ผู้บริโภคที่จ่ายราคาสินค้าแพงขึ้นไปแล้วอาจไม่ได้ประโยชน์จากภาษีที่ลดลงในทันที

 

อย่างไรก็ตาม การใช้อำนาจใหม่นี้ได้ยกเว้นสินค้าบางประเภทจากภาษีทั่วโลก รวมถึงสินค้าเกษตรจำนวนมาก สินค้าที่ปฏิบัติตามข้อตกลง USMCA ตลอดจนสินค้าที่ครอบคลุมโดยภาษีความมั่นคงของชาติอย่างเหล็กและรถยนต์

 

ทรัมป์แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อคำตัดสินของศาลฎีกา โดยกล่าวว่า “ผมละอายใจแทนผู้พิพากษาบางคนในศาล ละอายใจอย่างที่สุด ที่ไม่กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อประเทศของเรา” ซึ่งในจำนวนนั้นรวมถึงผู้พิพากษาที่เขาเป็นคนแต่งตั้งขึ้นมาเองอย่าง นีล กอร์ซัช และ เอมี โคนีย์ แบร์เรตต์

 

ไคล์ แฮนด์ลีย์ ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก มองว่ายุคที่ประธานาธิบดีเจรจาข้อตกลงเฉพาะเจาะจงกับแต่ละอุตสาหกรรมนั้น ‘ได้จบลงแล้ว’

 

ทรัมป์ซึ่งมีกำหนดจะขึ้นแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ต่อสภาคองเกรสในวันอังคาร (24 ก.พ.) นี้ คาดว่าจะหยิบยกประเด็นการค้าโลกขึ้นมาพูดด้วย

 

แฟ้มภาพ: Eva Marie Uzcategui/Getty Images

 

หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 31.12 บาท ณ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising