โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศส่งทหารอเมริกันเพิ่มเติมจำนวน 5,000 นายไปยังประเทศโปแลนด์ โดยอ้างอิงถึงความสัมพันธ์อันดีและชัยชนะในการเลือกตั้งของ คาโรล นาวร็อคกี ประธานาธิบดีโปแลนด์ที่ทรัมป์เคยให้การสนับสนุน ขณะที่ผู้นำและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมโปแลนด์ได้ออกมากล่าวขอบคุณทันทีและย้ำถึงความเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งระหว่างสองประเทศ
การเปลี่ยนนโยบายอย่างกะทันหัน
การประกาศเพิ่มกำลังทหารนี้ถือเป็นการกลับลำอย่างชัดเจน เพราะก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วัน กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพิ่งตัดสินใจชะลอแผนการหมุนเวียนกำลังพล 4,000 นายไปยังโปแลนด์ ซึ่งการชะลอแผนเดิมนั้นสร้างความประหลาดใจและความกังวลให้กับผู้นำโปแลนด์อย่างมาก ท่ามกลางท่าทีที่แข็งกร้าวของรัสเซียและสงครามที่ดำเนินอยู่ในยูเครน
ปัจจุบันมีทหารสหรัฐฯ ประจำการอยู่ในโปแลนด์ประมาณ 10,000 นาย แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่า กองกำลังที่ส่งไปเพิ่มนี้จะเป็นการประจำการแบบถาวรหรือแบบหมุนเวียน และยังไม่แน่ชัดว่าเกี่ยวข้องกับการที่ทรัมป์เคยตัดสินใจถอนทหาร 5,000 นายออกจากเยอรมนีก่อนหน้านี้หรือไม่
ความตึงเครียดภายในกลุ่ม NATO
การส่งทหารครั้งนี้เกิดขึ้น ท่ามกลางรอยร้าวระหว่างสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรในยุโรป โดยทรัมป์และ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้แสดงความผิดหวังและวิพากษ์วิจารณ์ชาติสมาชิก เช่น สเปน ที่ไม่ยอมให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพบนดินแดนของตน เพื่อสนับสนุนแคมเปญทางการทหารของสหรัฐฯ-อิสราเอลในอิหร่าน ความไม่พอใจนี้ ทำให้ทรัมป์พิจารณาที่จะถอนตัวออกจากพันธมิตร NATO และตั้งคำถามถึงสนธิสัญญาป้องกันร่วมกัน
ในขณะที่ทรัมป์มีปัญหากับชาติอื่นในยุโรป โปแลนด์กลับวางตัวเป็นพันธมิตรชั้นนำของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้มาตลอด โดยเป็นประเทศที่ใช้งบประมาณด้านกลาโหมสูงที่สุดในกลุ่มสมาชิกยุโรป และเคยร่วมกับสหรัฐฯ ส่งทหารไปปฏิบัติภารกิจในอิรักและอัฟกานิสถานในช่วงต้นทศวรรษ 2000
แฟ้มภาพ: Kent Nishimura / Reuters
อ้างอิง:


