×

ทรัมป์เรียกประชุมคณะรัฐมนตรี หวังปิดดีลยุติสงครามกับอิหร่าน

โดย THE STANDARD TEAM
27.05.2026
  • LOADING...
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังพูดในที่ประชุม

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ (27 พฤษภาคม) เพื่อหาแนวทางยุติสงครามกับอิหร่าน พร้อมแสดงความมั่นใจอย่างมากว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้อีกครั้ง และลดศักยภาพทางนิวเคลียร์ของอิหร่าน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอนสูง หลังกองทัพสหรัฐฯ เพิ่งส่งเครื่องบินรบไปโจมตีฐานยิงขีปนาวุธและเรือวางทุ่นระเบิดทางตอนใต้ของอิหร่าน โดยระบุว่าเป็นปฏิบัติการโจมตีเพื่อป้องกันตัวเอง

 

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลงและเตรียมเซ็น MOU โดยเงื่อนไขหลักของข้อตกลงระบุว่า อิหร่านต้องยอมสละคลังสะสมยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงเพื่อแลกกับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร โดยมีแผนจะนำยูเรเนียมบางส่วนมาเจือจางและส่งส่วนที่เหลือไปประเทศที่ 3 ภายในกรอบเวลา 60 วัน ซึ่งปัจจุบันข้อมูลจาก IAEA ระบุว่า อิหร่านถือครองยูเรเนียมบริสุทธิ์ 60% อยู่ถึง 440.9 กิโลกรัม ซึ่งทางเทคนิคแล้วถือว่าเข้าใกล้ระดับ 90% ที่ใช้ทำอาวุธนิวเคลียร์ได้ แต่ทางอิหร่านยังไม่ได้ออกมาประกาศยอมรับเงื่อนไขการสละยูเรเนียมนี้อย่างเป็นทางการ

 

แม้ทรัมป์จะมองโลกในแง่ดีว่าจะสามารถตกลงกับอิหร่านได้ แต่เขากำลังเผชิญการตรวจสอบอย่างหนักจากพันธมิตรรีพับลิกันสายเหยี่ยวในประเทศ นำโดยสมาชิกวุฒิสภาชื่อดังอย่าง ลินด์เซย์ แกรแฮม จากรัฐเซาท์แคโรไลนา และเท็ด ครูซ จากรัฐเท็กซัส ที่พากันรุมวิจารณ์ว่า เงื่อนไขในข้อตกลงนี้เอื้อประโยชน์ให้รัฐบาลเตหะรานมากเกินไป และมีหน้าตาคล้ายคลึงกับ “ดีลนิวเคลียร์” ในยุคอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่ทรัมป์เคยฉีกทิ้งเองกับมือในสมัยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีวาระแรก ซึ่งหากลงเอยเช่นนั้น อิหร่านก็อาจจะได้ใจและมองว่าตนเป็นผู้ชนะ

 

ที่ผ่านมาทรัมป์ได้ส่งสัญญาณยอมลดท่าทีที่เคยแข็งกร้าวลง จากเดิมที่เคยยืนกรานว่าสหรัฐฯ ต้องเป็นผู้เข้าควบคุมคลังยูเรเนียมทั้งหมด มาเป็นยอมให้ส่งมอบยูเรเนียมให้ประเทศที่ 3 หรือทำลายในพื้นที่ โดยมีคณะกรรมาธิการพลังงานปรมาณูร่วมเป็นสักขีพยานแทน

 

อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขในการหยุดยิงก็ยังมีความซับซ้อนและต้องใช้เวลาที่จะหาข้อสรุป เพราะอิหร่านเรียกร้องให้ข้อตกลงหยุดยิงครอบคลุมถึงกลุ่มฮิซบอลลาห์ในเลบานอนด้วย ขณะที่อิสราเอลกำลังยกระดับปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน และมีความต้องการให้คงเงื่อนไขในการชิงโจมตีฮิซบอซเลาะห์อีกครั้ง หากเห็นว่ามีภัยคุกคามจวนตัว โดยอิสราเอลกังวลว่าอิหร่านจะนำเงินที่ได้จากการคลายมาตรการคว่ำบาตรไปสนับสนุนกลุ่มฮิซบอลเลาห์ในการทำสงครามกับอิสราเอลต่อ

 

ยังมีอีกอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การเจรจายังอีกยาวไกล นั่นคือทรัมป์ยังพยายามผลักดันเงื่อนไขให้ประเทศในตะวันออกกลาง เช่น ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และปากีสถาน เข้าร่วม “ข้อตกลงอับราฮัม” (Abraham Accords) เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล ทว่าความพยายามนี้ถูกมองว่าเกินจริงและอาจกลายเป็นประเด็นที่ยากที่สุด เนื่องจากมหาอำนาจในภูมิภาคอย่างซาอุดีอาระเบียยังคงยึดมั่นในเงื่อนไขเดิมคือ ต้องให้มีการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นสิ่งที่อิสราเอลคัดค้านอย่างรุนแรง

 

มีรายงานว่า ข้อเสนอเรื่องข้อตกลงอับราฮัมของทรัมป์ในสายพูดคุยกับผู้นำอาหรับเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ถูกตอบรับด้วย “ความเงียบงัน ระคนความตกตะลึง” จากบรรดาพันธมิตรตะวันออกกลาง แม้ว่าคนใกล้ชิดของทรัมป์จะปฏิเสธข่าวนี้และอ้างว่ามีสัญญาณบวกก็ตาม โดยนักวิเคราะห์มองว่า แม้พันธมิตรในภูมิภาคจะรู้ดีว่าอิหร่านอาจนำเงินทุนที่ได้ไปเสริมทัพทางทหารต่อ แต่พวกเขาก็จำใจต้องสนับสนุนทรัมป์ให้ปิดดีลนี้ เพราะ “มองไม่เห็นทางออกอื่น” อีกแล้วอันเนื่องมาจากความผิดพลาดในการดำเนินสงครามตั้งแต่ช่วงแรกของรัฐบาลสหรัฐฯ

 

ภาพ: REUTERS / Kylie Cooper

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising