กองทัพสหรัฐอเมริกาภายใต้คำสั่งของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เริ่มมาตรการปิดล้อมเรือที่เข้า-ออกจากท่าเรืออิหร่านในฮอร์มุซ ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (13 เมษายน) เวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
นักวิเคราะห์จาก Chatham House มองว่า การประกาศในตอนแรกของทรัมป์ดูเหมือนจะเป็นการปิดกั้นการเดินเรือทั้งหมดที่ผ่านช่องแคบ ซึ่งการหยุดการจราจรทั้งหมดผ่านช่องแคบถือเป็นการกระทำที่ ‘ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน’ เพราะการทำเช่นนั้นจะทำให้ประเทศในอ่าวอาหรับและประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่ต้องพึ่งพาน้ำมันและก๊าซกลายเป็นผู้รับเคราะห์หลักแทนที่จะเป็นอิหร่าน
นักวิเคราะห์ยังระบุว่า ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ปี 1982 ช่องแคบฮอร์มุซอยู่ภายใต้ระบอบทางกฎหมายพิเศษที่เรียกว่า ‘การผ่านแบบผ่านแดน’ (Transit Passage) ซึ่งรับประกันสิทธิให้เรือของทุกชาติสามารถเดินทางผ่านได้โดยเสรีและไม่มีอุปสรรค ซึ่งไม่สามารถถูกระงับหรือถูกขัดขวางโดยรัฐชายฝั่งได้ในทุกสถานการณ์ ทั้งในยามสงบและยามสงคราม
แม้สหรัฐฯ จะไม่ได้เป็นภาคีของ UNCLOS แต่สหรัฐฯ เองก็ยอมรับว่า สิทธิการผ่านช่องแคบนี้ถือเป็นกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศที่ผูกพันและบังคับใช้กับทุกรัฐ สิทธิเสรีภาพในการเดินเรือนี้เป็นกฎระเบียบระดับโลกที่ส่งผลต่อทุกประเทศ ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านจึงไม่สามารถกำหนดขอบเขตหรือลิดรอนสิทธินี้ไปได้เพียงฝ่ายเดียว
ข้อโต้แย้งทางกฎหมายของฝั่งทรัมป์ (Legal Strategy)
นักวิเคราะห์มองว่า รัฐบาลทรัมป์อาจพยายามปรับภาพลักษณ์การปิดล้อมให้ดู ‘ถูกกฎหมายและดูชอบธรรม’ มากขึ้นโดยใช้คำว่า ‘การปิดล้อมแบบเลือกปฏิบัติ’ (Selective Naval Blockade)
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (US Central Command) ได้ออกมาชี้แจงในภายหลังว่า สหรัฐฯ จะไม่ขัดขวางเสรีภาพในการเดินเรือของเรือที่เดินทางเข้าและออกจากท่าเรือที่ไม่ได้เป็นของอิหร่าน การชี้แจงนี้แสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ ตั้งเป้าจะใช้การปิดล้อมที่มุ่งบีบคั้นเศรษฐกิจของอิหร่านเท่านั้น แทนที่จะหยุดการจราจรทั้งหมด เนื่องจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลทำให้เกิดสถานะความขัดแย้งทางอาวุธระหว่างประเทศ ช่องแคบฮอร์มุซจึงเข้าสู่สถานะ ‘ช่องแคบของคู่สงคราม’ (Belligerent Strait) ซึ่งทำให้การนำกฎเกณฑ์ในยามสงครามมาบังคับใช้มีความซับซ้อนขึ้น
อย่างไรก็ตาม การประกาศปิดล้อมถือเป็นการกระทำอันเป็นสงคราม (Act of war) ซึ่งยิ่งตอกย้ำข้อเท็จจริงที่ว่าการที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากทำสงครามกับอิหร่านนั้นเป็นสงครามที่ผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังพุ่งเป้าไปที่การต่อต้านนโยบายเก็บค่าผ่านทางของอิหร่าน โดยประกาศว่าเรือลำใดที่ยอมจ่ายค่าผ่านทางที่ผิดกฎหมายจะไม่ได้รับความปลอดภัยในทะเลหลวง ซึ่งคำขู่นี้อาจทำให้เรือบรรทุกน้ำมันของประเทศที่สามเสี่ยงต่อการถูกกองกำลังสหรัฐฯ จับกุมหรือยึดเรือนอกพื้นที่ช่องแคบได้ ซึ่งถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นไปอีก
แฟ้มภาพ: Dado Ruvic / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.chathamhouse.org/2026/04/strait-hormuz-shipping-and-law
- https://www.justsecurity.org/136186/iran-mining-us-blockade/
- https://www.un.org/depts/los/convention_agreements/texts/unclos/part3.htm


