×

ทรัมป์พูดอะไรบ้างบนเวทีดาวอส สรุปจบในที่เดียว

22.01.2026
  • LOADING...
The given headline already adheres to the Khaosod/Thairath spacing rule for proper nouns in this context. ดาวอส (Davos) is part of a compound noun phrase เวทีดาวอส (Davos stage), and the rule of adding a space *before* proper nouns that follow a verb doesnt apply here. Therefore, the re-formatted headline remains the same: **ทรัมป์พูดอะไรบ้างบนเวทีดาวอส สรุปจบในที่เดียว**

ตามปกติแล้ว การประชุม World Economic Forum ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มักเป็นพื้นที่แสวงหาความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์ เป็นเวทีที่ผู้นำโลกและภาคธุรกิจมาร่วมกันขบคิดเพื่อแก้ปัญหาระดับสากล แต่บรรยากาศในปีนี้กลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อจุดสนใจของคนทั่วโลกไม่ได้อยู่ที่วาระการพัฒนาที่ยั่งยืน แต่อยู่ที่การปรากฏตัวของบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของโลกอย่างโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

 

ค่ำคืนนี้ ทั่วโลกกำลังจับจ้องไปที่สุนทรพจน์สำคัญของทรัมป์ ซึ่งมีการแตะประเด็นที่เปราะบางและสั่นคลอนเสถียรภาพโลกมากที่สุดในเวลานี้ นั่นคือความทะเยอทะยานในการครอบครองกรีนแลนด์

 

สถานการณ์ทวีความตึงเครียดถึงขีดสุด เมื่อท่าทีของสหรัฐฯ ไม่เป็นเพียงแค่คำขู่ ขณะที่ฝั่งยุโรปก็พร้อมเผชิญหน้าอย่างแข็งกร้าว โดยประกาศจุดยืนชัดเจนว่าพวกเขาไม่ยอมเสียกรีนแลนด์ พร้อมทั้งส่งสัญญาณเตรียมใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้าขั้นรุนแรงหรือ ‘บาซูก้าทางการค้า’ เพื่องัดข้อ

 

ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งนี้ ได้ส่งแรงกระเพื่อมไปถึงโลกการเงินอย่างรวดเร็ว ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลกตกอยู่ในภาวะผันผวนอย่างหนัก ขณะที่ราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยมีการปรับเปลี่ยนราคาขึ้น-ลงหลายสิบครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงความวิตกกังวลของนักลงทุนที่มีต่อความไม่แน่นอนนี้

 

ถ้อยแถลงของทรัมป์คืนนี้จึงมีความหมายมากกว่าแค่เรื่องการเมืองระหว่างประเทศ แต่เป็นจุดเปลี่ยนที่อาจกระทบทิศทางเศรษฐกิจโลก และเงินในกระเป๋าของทุกคน ทรัมป์พูดอะไรบ้าง ทีมข่าวต่างประเทศ THE STANDARD สรุปประเด็นสำคัญมาให้อ่านในโพสต์นี้

 

  • อเมริกาเฟื่องฟู โลกก็เฟื่องฟู

 

ทรัมป์เปิดฉากสุนทรพจน์ด้วยการฉายภาพความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในยุคสมัยของเขา โดยประกาศกร้าวว่า “สหรัฐอเมริกาเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจของโลก และเมื่ออเมริกาเฟื่องฟู โลกทั้งใบก็เฟื่องฟูไปด้วย… พวกคุณทุกคนต้องตามเรามาทั้งขาลงและขาขึ้น”

 

เขาเคลมความสำเร็จว่า ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งปี ตนเองสามารถลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ รายเดือนลงได้ 77% โดยไม่ก่อให้เกิดเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักวิเคราะห์หลายฝ่ายเคยบอกว่าเป็นไปไม่ได้

 

นอกจากนี้ยังมีการฟื้นฟูอุตสาหกรรมเหล็ก โดยทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ กำลังสร้างโรงงานเหล็กทั่วประเทศ และบรรลุข้อตกลงการค้าครั้งประวัติศาสตร์กับคู่ค้าหลายชาติ ครอบคลุมกว่า 40% ของมูลค่าการค้าสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงข้อตกลงทางการค้ากับประเทศในยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านน้ำมันและก๊าซ

 

เขากล่าวว่า ข้อตกลงเหล่านี้ได้เพิ่มความมั่งคั่ง และทำให้ตลาดหุ้นเฟื่องฟู ไม่เพียงแต่ในสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเทศอื่นๆ ที่เข้าร่วมในข้อตกลงเหล่านี้ด้วย

 

  • พูดชัด ‘ไม่ใช้กำลังยึดกรีนแลนด์’

 

ประเด็นไฮไลต์ที่ทั่วโลกรอคอยคือท่าทีของทรัมป์ต่อกรีนแลนด์ เขายืนยันชัดเจนว่า ต้องการให้สหรัฐฯ เข้าครอบครองดินแดนแห่งนี้อย่างสมบูรณ์ เพราะเชื่อว่า “ไม่มีชาติหรือกลุ่มประเทศใดที่จะสามารถรักษาความปลอดภัยของกรีนแลนด์ได้ นอกจากสหรัฐฯ

 

ทรัมป์อธิบายว่า “มีเพียงสหรัฐฯ เท่านั้นที่สามารถปกป้องผืนดินขนาดมหึมานี้ ก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่นี้ พัฒนาและปรับปรุงมันให้เป็นประโยชน์ต่อยุโรป ปลอดภัยต่อยุโรป และเป็นประโยชน์ต่อเรา” พร้อมเรียกร้องให้มีการเปิดโต๊ะเจรจาเพื่อเข้าซื้อทันที

 

“สิ่งที่สหรัฐอเมริกาต้องการ คือดินแดนที่เรียกว่ากรีนแลนด์… สิ่งที่เราต้องการคือกรรมสิทธิ์และการเป็นเจ้าของ เพราะคุณจำเป็นต้องมีกรรมสิทธิ์เพื่อปกป้องมัน คุณไม่สามารถปกป้องมันได้ด้วยการเช่า”

 

อย่างไรก็ตาม เขาได้ลดอุณหภูมิความขัดแย้งลงด้วยการให้สัญญาว่า “จะไม่ใช้กำลังทางทหาร” เพื่อยึดครอง

 

“เราอาจจะไม่ได้อะไรเลย เว้นแต่ว่าผมจะตัดสินใจใช้ความแข็งกร้าวและกำลังอย่างมหาศาล ซึ่งบอกตามตรงนะว่าไม่มีใครหยุดเราได้หรอก” ทรัมป์กล่าว “แต่ผมจะไม่ทำแบบนั้น ตกลงไหม ทีนี้ทุกคนก็คงจะบอกว่า ‘โอ้ ดีจัง’”

 

“นั่นน่าจะเป็นคำแถลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ผมได้พูดออกมา เพราะคนคิดกันว่าผมจะใช้กำลัง แต่ผมไม่จำเป็นต้องใช้กำลัง ผมไม่อยากใช้กำลัง และผมจะไม่ใช้กำลัง” ทรัมป์กล่าว

 

  • ตำหนิเดนมาร์ก ‘เนรคุณ’ ทวงบุญคุณสมัยสงครามโลก

 

แม้จะลดโทนเรื่องการใช้กำลัง แต่ทรัมป์กลับใช้ถ้อยคำที่เผ็ดร้อนโจมตีเดนมาร์กว่า “ไม่สำนึกบุญคุณ” (Ungrateful) โดยย้อนความหลังไปถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

 

“เดนมาร์กพ่ายแพ้ต่อเยอรมนีหลังสู้รบไปได้เพียง 6 ชั่วโมง และไม่สามารถปกป้องตัวเองหรือกรีนแลนด์ได้เลย จนทำให้สหรัฐฯ ต้องเข้าไปจัดการแทน และเราก็ทำสำเร็จ” ทรัมป์กล่าว พร้อมแสดงความเสียดายต่อการตัดสินใจของสหรัฐฯ ในตอนนั้นที่ยอมให้เดนมาร์กถือครองกรีนแลนด์เป็นดินแดนของตนต่อไป

 

“ตอนนั้นพวกเราช่างโง่สิ้นดีที่ทำแบบนั้น” ทรัมป์กล่าว

 

“แต่เราก็ทำไปแล้ว เราคืนมันไปแล้ว แต่ดูตอนนี้สิ พวกเขาเนรคุณแค่ไหน?”

 

  • ตั้งคำถาม NATO: เพื่อนแท้หรือแค่ผลประโยชน์?

 

ประเด็นกรีนแลนด์ลุกลามไปสู่การตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์กับองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ทรัมป์แสดงความไม่พอใจที่พันธมิตรยุโรปคัดค้านความต้องการของสหรัฐฯ

 

“ปัญหาของ NATO คือ เราจะอยู่เคียงข้างพวกเขา 100% แต่ผมไม่แน่ใจว่า พวกเขาจะอยู่เคียงข้างเรา” ทรัมป์กล่าว พร้อมขู่ว่า “พวกเขามีทางเลือก คุณตอบตกลงก็ได้ ซึ่งเราจะยินดีมาก แต่คุณจะปฏิเสธก็ได้ และเราจะจำไว้”

 

เขายังตั้งข้อสังเกตถึงความคุ้มค่าในการทุ่มเททรัพยากรของสหรัฐฯ ว่า “ด้วยเงินทั้งหมดที่เราใช้ไป ด้วยเลือด หยาดเหงื่อและน้ำตาที่เราทุ่มเท ผมไม่แน่ใจว่า พวกเขาจะอยู่ตรงนั้นเพื่อเรา”

 

  • เวเนซุเอลา: ความสำเร็จจากการแทรกแซง?

 

ทรัมป์ยกกรณีเวเนซุเอลาเป็นตัวอย่างความสำเร็จของผลงานสหรัฐฯ โดยระบุว่า หลังจากโค่นล้มอดีตประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร ประเทศนี้กำลังจะ “ประสบความสำเร็จอย่างเหลือเชื่อ” ภายใต้การดูแลของสหรัฐฯ

 

“เวเนซุเอลาจะทำเงินได้มากกว่านี้ในอีกหกเดือนข้างหน้า มากกว่าที่พวกเขาทำได้ใน 20 ปีที่ผ่านมา บริษัทน้ำมันรายใหญ่ทุกแห่งกำลังเข้ามาร่วมมือกับเรา มันน่าทึ่งมาก” ทรัมป์กล่าว พร้อมทั้งชื่นชมการทำงานของ เดลซี โรดริเกซ ประธานาธิบดีรักษาการที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยเปรยว่า “คนอื่นๆ ควรทำแบบนั้นบ้าง”

 

“เมื่อปฏิบัติการโจมตีสิ้นสุดลง ทุกอย่างก็จบลง และพวกเขาก็บอกว่า มาทำข้อตกลงกันเถอะ คนอื่นๆ ควรทำแบบนั้นบ้าง” เขากล่าว

 

  • เตือน ‘แคนาดา’ อย่าลืมบุญคุณ

 

ผู้นำสหรัฐฯ ยังพาดพิงถึงแคนาดาอย่างดุเดือด โดยตอบโต้สุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรี มาร์ก คาร์นีย์ ที่คัดค้านมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งทรัมป์กล่าวว่า ผู้นำแคนาดา “ไม่ได้รู้สึกขอบคุณมากนัก”

 

“แคนาดาได้รับของฟรีจากเรามากมายอยู่แล้ว พวกเขาควรจะรู้สึกขอบคุณด้วยซ้ำ แต่กลับไม่” ทรัมป์กล่าวและทิ้งท้ายด้วยประโยคที่แสบสันว่า “แคนาดาอยู่ได้เพราะสหรัฐอเมริกา จำไว้ด้วยนะมาร์ก ในครั้งต่อไปที่คุณกล่าวสุนทรพจน์”

 

  • คนกลางไกล่เกลี่ยสงครามยูเครน

 

ปิดท้ายด้วยประเด็นสงครามยูเครน ทรัมป์เผยว่าเขากำลังสวมบทบาทคนกลางในการเจรจาระหว่าง วลาดิเมียร์ ปูติน และโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี

 

“ผมกำลังเจรจากับประธานาธิบดีปูติน และผมเชื่อว่าเขาต้องการทำข้อตกลง ผมกำลังเจรจากับประธานาธิบดีเซเลนสกี และผมคิดว่าเขาต้องการทำข้อตกลง ผมกำลังจะพบกับเขาในวันนี้ และเขาอาจจะอยู่ในกลุ่มผู้ชมตอนนี้ก็ได้” เขากล่าว

 

“ผมเชื่อว่าตอนนี้ พวกเขาอยู่ในจุดที่พร้อมจะเจรจาตกลงกันได้แล้ว และถ้าพวกเขาทำไม่ได้ พวกเขาก็โง่เอง นั่นใช้ได้กับทั้งสองฝ่าย และผมรู้ว่าพวกเขาไม่โง่ แต่ถ้าพวกเขาทำเรื่องนี้ไม่สำเร็จ พวกเขาก็โง่จริงๆ”

 

ภาพ: Denis Balibouse / Reuters

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising