×

จับสัญญาณความขัดแย้งครั้งใหม่? ทรัมป์เล็ง ‘คิวบา’ เป็นรายถัดไปจากอิหร่าน ชี้อีกไม่นานประเทศจะล่มสลาย

07.03.2026
  • LOADING...
โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวถึงสถานการณ์วิกฤตของคิวบาที่ใกล้ล่มสลาย

จับตามองสัญญาณความขัดแย้งใหม่ต่อจากอิหร่าน หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกากล่าวถึง ‘คิวบา’ ชี้กำลังจะล่มสลายเร็วๆ นี้ เตรียมส่ง มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ไปทำข้อตกลง แหล่งข่าววงในชี้ หนทางเดียวคือการเปลี่ยนแปลงระบอบคอมมิวนิสต์ในคิวบา

 

เมื่อวานนี้ (7 มีนาคม) ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ เดนา แบช (Dana Bash) ผู้สื่อข่าวการเมืองจาก CNN ถึงอิหร่านและความสำเร็จของสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารงานในสมัยที่สองของตน แต่ปรากฏว่าในช่วงหนึ่ง ทรัมป์กลับเปลี่ยนประเด็นกะทันหัน โดยกล่าวว่า คิวบากำลังจะล่มสลายในไม่ช้า และรัฐบาลฮาวานาอยากทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ มาก

 

“อย่างไรก็ตาม คิวบาก็กำลังจะล่มเร็วๆ นี้ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกันโดยตรง แต่คิวบาก็กำลังจะล่มเช่นกัน พวกเขาอยากทำข้อตกลงมาก” ทรัมป์กล่าว

 

ผู้นำสหรัฐฯ ระบุต่อว่า แม้สหรัฐฯ จะให้ความสำคัญกับประเด็นอิหร่านเป็นอันดับแรก แต่รู้ดีว่า รัฐบาลคิวบาอยากทำข้อตกลงมาก ซึ่งเขาจะมอบหมายให้รูบิโอไปจัดการเจรจา แล้วรอดูว่า ผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร โดยเชื่อว่า สหรัฐฯ ยังมีเวลาอีกมาก

 

“ผมเฝ้าดูเรื่องนี้มา 50 ปีแล้ว และตอนนี้มันก็เหมือนตกมาอยู่ในมือผม…แต่ไม่ว่าจะอย่างไร มันก็ตกมาอยู่ในมือเรา และเรากำลังทำได้ดีมาก” ทรัมป์ย้ำ

 

ทั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตจาก BBC ว่า หลังจากคิวบาเผชิญเหตุไฟดับนานกว่า 24 ชั่วโมง ทรัมป์ได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่า คิวบาจะเป็นวาระถัดไปของสหรัฐฯ โดยระบุว่า การเปลี่ยนแปลงการปกครองบนเกาะแห่งนี้เป็นเพียงเรื่องของ ‘เวลา’ เท่านั้น

 

สัญญาณดังกล่าวเกิดขึ้นหลังทรัมป์เข้าพบนักเตะฟุตบอลของทีม Inter Miami CF โดยได้กล่าวกับ ฮอร์เก มาส (Jorge Mas) เจ้าของสโมสรฟุตบอลเชื้อสายอเมริกัน-คิวบาว่า ในอีกไม่ช้า พวกเขาจะได้เฉลิมฉลองกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคิวบา โดยย้ำว่า รัฐบาลฮาวานาต้องการทำข้อตกลงมากๆ ชนิดที่ไม่มีใครคาดถึง

 

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวว่า รูบิโอทำงานได้ดีมาก และสนใจเจรจาเรื่องคิวบาเป็นพิเศษ เพียงแต่รอให้จัดการประเด็นอิหร่านให้เสร็จสิ้นก่อน แม้จะยอมรับว่า สหรัฐฯ อาจทำทุกอย่างพร้อมกันได้ แต่ถ้าทำเร็วมากเกินไป เรื่องไม่ดีจะเกิดขึ้นกับคิวบา

 

ขณะที่ Axios รายงานข้อมูลวงในจากแหล่งข่าว 3 รายว่า รูบิโอกำลังหารือลับกับ ราอูล กีเยร์โม โรดริเกซ คาสโตร (Raúl Guillermo Rodríguez Castro) หลานชายของ ราอูล คาสโตร ผู้นำของคิวบา โดยระบุว่า นี่ไม่ใช่การเจรจา แต่เป็นการหารือเกี่ยวกับอนาคตของคิวบาว่าจะเป็นอย่างไรต่อ

 

รายงานระบุว่า รูบิโอมองราอูลและเครือข่ายเป็นตัวแทนชาวคิวบารุ่นใหม่ที่สนับสนุนทุนนิยม และเชื่อว่า ระบอบคอมมิวนิสต์ล้มเหลวแล้ว ขณะที่เห็นประโยชน์ในการปรับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ

 

“จุดยืนของรัฐบาลสหรัฐฯ คือระบอบการปกครองนี้ต้องจบลง แต่หน้าตาของมันจะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งยังไม่ได้ตัดสินใจ รูบิโอยังพูดคุยกับหลานของเขาอยู่” แหล่งข่าวรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับ Axios

 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า ทรัมป์อาจตัดสินใจไม่เปลี่ยนระบอบคิวบาเบ็ดเสร็จ แต่ปล่อยให้เจ้าหน้าที่บางคนยังอยู่ในอำนาจเหมือนกับกรณีเวเนซุเอลา โดยแนวคิดดังกล่าวมาจากบทเรียนของการล้มพรรคบาธ (Ba’ath Party) หลังสหรัฐฯ เปิดฉากรุกรานอิรักในปี 2003 ซึ่งก่อให้เกิดความวุ่นวายที่ตามมาอย่างรุนแรง เช่น การก่อกำเนิดของกลุ่มรัฐอิสลามอิรักและเลแวนต์ (Islamic State of Iraq and the Levan: ISIL)

 

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า รูบิโอจะเป็นกุญแจสำคัญในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับคิวบา เนื่องจากรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ มีเชื้อสายคิวบา โดยครอบครัวของเขาเป็นผู้อพยพที่หนีลัทธิคอมมิวนิสต์มาอยู่ในสหรัฐฯ

 

รูบิโอมีจุดยืนต้านระบอบคาสโตร โดยครั้งหนึ่งเคยกล่าวว่า สหรัฐฯ จะไม่ยกเลิกคว่ำบาตรคิวบา จนกว่าจะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง

 

มอง ‘คิวบา’ วิกฤตขนาดไหน จนอาจต้องเปลี่ยนระบอบ?

 

อนึ่ง คิวบาอยู่ในจุดวิกฤตครั้งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ 67 ปี และความล้มเหลวของรัฐบาลในการบริหารประเทศ หลังเผชิญปัญหาต่างๆ ที่อาจนำไปสู่การเป็นรัฐล้มเหลว (Failed State) ไม่ว่าจะเป็นโครงข่ายไฟฟ้ากำลังล้มเหลว, โรงพยาบาลจำกัดการผ่าตัด, อาหารและเชื้อเพลิงขาดแคลน, การท่องเที่ยวหดตัว และขยะจำนวนมากไม่ได้รับการเก็บตามท้องถนน

 

นอกจากนี้ วิกฤตดังกล่าวยิ่งรุนแรงขึ้น หลังทรัมป์สั่งปฏิบัติการลักพาตัว นิโกลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลาในวันที่ 3 มกราคม ทำให้ผู้จัดหาน้ำมันราคาถูกให้คิวบาหายไปต่อหน้าต่อตา ขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ ยังขู่คว่ำบาตรเม็กซิโกที่จัดหาน้ำมันให้คิวบาอีกราย

 

ภาพวิกฤตดังกล่าวตอกย้ำด้วยบทความพิเศษจาก CNN หลังมีคนขับรถสามล้อปั่นเดินมากระซิบ แพทริก ออปมันน์ (Patrick Oppmann) ผู้สื่อข่าวที่ประจำการในกรุงฮาวานา โดยขอให้ชาวอเมริกันหรือทรัมป์เข้ามา ถึงเวลาที่ระบอบคิวบาจะต้องจบลงสักที ซึ่งคำพูดนี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรงมาก โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ผู้นำสหรัฐฯ กำลังข่มขู่คิวบาในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนตั้งแต่ยุคสงครามเย็น

 

“พวกเราทนไม่ไหวแล้ว ผู้คนเลี้ยงครอบครัวไม่ได้” คนขับรถสามล้อปั่นย้ำ

 

ออปมันน์ย้ำว่า ขณะนี้ คิวบาดูโดดเดี่ยวและถูกทอดทิ้งมากที่สุด นับตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต โดยเฉพาะไฟฟ้าดับยืดเยื้อเป็นเวลาหลายวัน หรือหากไฟฟ้ากลับมาเพียงช่วงเวลาใดช่วงหนึ่ง ประชาชนต้องรีบตื่นมาทำอาหารหรือรีดผ้าในเวลานั้นทันที

 

นอกจากนี้ ยังมีการขายน้ำมันหนึ่งถังในตลาดมืดถึง 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.1 หมื่นบาท) ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่ารายได้ทั้งปีของประชาชนส่วนใหญ่ ขณะที่ผู้คนบางส่วนคุ้ยขยะหาอาหารจนเป็นภาพที่คุ้นชินตา

 

ปัจจุบัน รัฐบาลคิวบาระบุว่า ไม่มีน้ำมันเชื้อเพลิง Jet A-1 ให้บริการที่สนามบินนานาชาติทั้ง 9 แห่ง ขณะที่สายการบิน Air France ประกาศระงับเที่ยวบินปารีส-ฮาวานาตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคมเป็นต้นไป หลังจากวิธีการแวะเติมน้ำมันที่บาฮามาสอาจทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น เช่นเดียวกับ สายการบิน Air Canada และ Air Transat ซึ่งหมายความว่า รายได้หลักของคิวบาจากการท่องเที่ยวกำลังเป็นศูนย์

 

ภาพ: Norlys Perez / Reuters

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising