วันนี้(9 กันยายน) พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการตรวจสอบและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 2 ว่า ที่ประชุมได้ติดตามผลการดำเนินงานของคณะทำงานทั้ง 7 ชุดในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยประเด็นสำคัญที่ใช้เวลาหารืออย่างเข้มข้นคือ การแก้ปัญหาทุนต่างชาติและเครือข่ายนอมินี
แฉพฤติการณ์กุนซือกฎหมาย-บัญชี เอื้อต่างชาติถือครองที่ดิน
จากการตรวจสอบพบรูปแบบการกระทำความผิด โดยเฉพาะกรณีกลุ่มชาวอิสราเอลที่เข้ามาประกอบธุรกิจในไทย มีการใช้คนไทยเป็นนอมินี และที่น่าจับตาคือ การมีบริษัททนายความและบริษัทบัญชีเข้ามาเป็นผู้ให้คำแนะนำ เพื่ออาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายในการถือครองที่ดินและดำเนินธุรกิจ โดยพบบางแห่งตั้งอยู่ในสถานที่เดียวกัน และบุคคลที่เป็นกรรมการของนิติบุคคลหนึ่งมีชื่อเชื่อมโยงไขว้ไปยังนิติบุคคลอื่น อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเป็นนอมินี
สำหรับความคืบหน้าการตรวจสอบเครือข่ายของ ‘ไมมอน เดวิด’ ซึ่งพบการใช้คนไทยดำเนินธุรกิจหลายแห่ง และเชื่อมโยงกับการเข้าตรวจค้นพื้นที่ 3 จุดในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่พบเอกสารสำคัญหลายส่วน รวมถึงเอกสารกรรมสิทธิ์ที่ดินที่เชื่อมโยงการถือครองทรัพย์สินไปยังพื้นที่ภาคใต้
รายละเอียดการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของเครือข่าย ‘ไมมอน เดวิด’ รวมถึงบุคคลที่ชื่อ ‘โยเซฟ’ ขณะนี้ถูกบรรจุอยู่ในสำนวนการสืบสวนแล้ว โดยทั้งสองรายยังไม่ได้ตกเป็นผู้ต้องหา แต่คณะทำงานกำลังเร่งรัดตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนและสามารถดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องได้ภายในเดือนนี้
นอกจากนี้ การตรวจสอบในหลายจังหวัดยังพบพฤติการณ์ของเครือข่ายที่ถือครองทรัพย์สินข้ามภูมิภาค เช่น การเชื่อมโยงจากภาคใต้ไปยังภาคอีสาน ซึ่งขณะนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กำลังบูรณาการข้อมูลร่วมกัน โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเน้นลงพื้นที่ภาคใต้เป็นหลัก ก่อนนำข้อมูลมาประสานกันเพื่อขยายผล ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่มีข้อมูลที่ค่อนข้างชัดเจนแล้ว เหลือเพียงการรวบรวมหลักฐานบางส่วนเพื่อยืนยันการกระทำความผิด
ส่วนการพิจารณาว่าคดีใดจะเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษของ DSI โดยเฉพาะคดีที่มีมูลค่าทรัพย์สินเกิน 300 ล้านบาทนั้น พล.ต.ท. รุทธพล ย้ำว่าต้องพิจารณาในรายละเอียดอย่างรัดกุมว่า การคำนวณมูลค่าจะนับเป็นรายกรณีหรือนำมารวมกัน เพื่อดำเนินการอย่างรอบคอบและไม่ให้กระทบต่อกลุ่มนักลงทุนที่เข้ามาประกอบธุรกิจอย่างชอบด้วยกฎหมาย
พล.ต.ท. รุทธพล ยังได้กล่าวถึงกรณีการพบสุสานคนจีนในจังหวัดฉะเชิงเทราว่า พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อยืนยันจำนวนศพตามที่มีการรายงาน และพิสูจน์อัตลักษณ์ว่าแต่ละศพเป็นใคร เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน
ทั้งนี้ เบื้องต้นกรณีดังกล่าวยังไม่เข้าหลักเกณฑ์การรับเป็นคดีพิเศษแต่อย่างใด หลังจากนี้ คณะทำงานจะเร่งตรวจสอบเอกสารและหลักฐานทั้งหมด พร้อมประสานข้อมูลเชิงลึกระหว่าง DSI และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขยายผลทลายเครือข่ายนอมินีและกลุ่มทุนต่างชาติที่ผิดกฎหมายต่อไป


