วันนี้ (23 กรกฎาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ สรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก รวมถึงผู้บริหารจากสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 แนบท้ายบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบก
การลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2565-2570 ซึ่งตั้งเป้าหมายลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้เหลือ 12 คนต่อประชากร 1 แสนคน สอดคล้องกับแนวทางขององค์การสหประชาชาติ โดยมีกลไกสำคัญคือการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจุบัน ประเทศไทยยังคงมีสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดวินัยจราจรและปัญหาประชาชนค้างชำระใบสั่งจราจรหลายสิบล้านใบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของทั้งผู้ใช้รถใช้ถนนและนักท่องเที่ยว รัฐบาลจึงเล็งเห็นความจำเป็นในการรื้อฟื้นและปรับปรุงระบบการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสองหน่วยงาน เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้เป็นรูปธรรมดังที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วในอดีต
การบูรณาการข้อมูลในครั้งนี้ ได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับหลักนิติธรรมและแนวคำพิพากษาของศาลปกครอง โดยมุ่งเน้นความเป็นสากลและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและตรวจสอบข้อมูลใบสั่งของตนเองได้ ระบบใหม่จะแสดงข้อมูลที่ครบถ้วน
- สำเนาใบสั่งและสำเนาเอกสารแจ้งเตือน
- สำเนาหลักฐานการส่งไปรษณีย์ตอบรับ
- ข้อมูลของเจ้าพนักงานจราจรผู้ออกใบสั่ง
หากประชาชนเดินทางไปชำระภาษีรถประจำปีที่กรมการขนส่งทางบก และพบว่ามีข้อมูลใบสั่งค้างชำระ จะสามารถตรวจสอบรายละเอียดและชำระค่าปรับกับนายทะเบียนขนส่งได้ทันที อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของรถเลือกชำระเพียงค่าภาษีประจำปีโดยไม่ชำระค่าปรับจราจร จะยังไม่ได้รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี (ป้ายภาษี) ฉบับจริง จนกว่าจะชำระค่าปรับครบถ้วน
มาตรการเชื่อมโยงข้อมูลใบสั่งค้างชำระนี้ จะเริ่มบังคับใช้กับใบสั่งจราจรที่ออกให้แก่ผู้กระทำผิด ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป โดยจะไม่มีผลย้อนหลังกับใบสั่งก่อนหน้านี้
สำหรับกระบวนการแจ้งเตือนนั้น หากผู้ขับขี่ไม่ชำระค่าปรับตามใบสั่งใบแรก เจ้าหน้าที่จะจัดส่งหนังสือแจ้งเตือนตามกฎหมาย และหากยังคงเพิกเฉยในระยะเวลา 60-90 วันนับจากวันออกใบสั่ง ข้อมูลการค้างชำระจะถูกเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งคาดว่าในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2569 ประชาชนที่ไปต่อภาษีรถจะเริ่มเห็นข้อมูลการค้างชำระปรากฏในระบบ


