×

ย้อนบทสัมภาษณ์ต่อศักดิ์ โชติมงคล หลังถูกพาดพิง ‘ระบอบอากง’ ในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกทม. ยุคชัชชาติ

โดย THE STANDARD TEAM
05.06.2026
  • LOADING...
ภาพแฟ้ม ต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

จากกรณีประเด็นทางการเมืองที่นักการเมืองหลายกลุ่มออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อขายตำแหน่งในระบบราชการกรุงเทพมหานคร โดยมีการพาดพิงถึง ‘อากง’ หรือ ‘ระบอบอากง’ ซึ่งต่อมา ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ออกมาชี้แจงปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมระบุว่าบุคคลที่ถูกเรียกว่า ‘อากง’ คือ ต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งการตกเป็นเป้าหมายของการจับจ้องอาจเนื่องมาจากบทบาทหน้าที่ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลโครงสร้างการบริหารงานในหลายส่วน

 

เมื่อย้อนกลับไปช่วงเดือนเมษายน ก่อนที่ทีมบริหาร กทม. ของชัชชาติจะหมดวาระ ทีมข่าว THE STANDARD ได้สัมภาษณ์พิเศษ ต่อศักดิ์ โชติมงคล ถึงเบื้องหลังการดำเนินงานในฐานะประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. และกลไกส่วนหลังบ้านของทีมผู้บริหารตลอดวาระที่ผ่านมา ซึ่งเคยระบุไว้ว่าภารกิจเร่งด่วนในอันดับต้นๆ คือการรื้อถอนระบบอุปถัมภ์และก้าวข้ามข้อจำกัดทางกฎหมายในการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในโครงสร้างราชการ

 

อาจารย์ต่อศักดิ์ เปิดเผยข้อมูลว่า ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นการลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง ได้ปรากฏสัญญาณสะท้อนวิกฤตศรัทธาภายในองค์กรอย่างชัดเจน ผ่านการแสดงออกของบุคลากรกรุงเทพมหานครบางส่วนที่เรียกร้องความเป็นธรรมในกระบวนการพิจารณาเลื่อนขั้นและโยกย้ายตำแหน่ง ทีมผู้บริหารยุคชัชชาติจึงกำหนดให้ประเด็นดังกล่าวเป็นวาระสำคัญที่ต้องแก้ไขในทันที

 

ในช่วงปีแรกของการปฏิบัติหน้าที่ บุคลากรทั้งภายในและภายนอกองค์กรยังคงมีความคลางแคลงใจต่อแนวทางการปราบปรามระบบเส้นสาย แต่ด้วยการรักษาจุดยืนที่ชัดเจน ส่งผลให้พฤติการณ์การวิ่งเต้นเริ่มลดลงอย่างมีนัยสำคัญในปีที่ 2 และเห็นผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมในปีที่ 3 โดยปัจจุบันข้าราชการ กทม. มีการรับรู้ร่วมกันแล้วว่าระบบการฝากฝังไม่มีผลต่อการพิจารณา และยืนยันว่าไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์เพื่อซื้อขายตำแหน่งอีกต่อไป

 

ทั้งนี้ ทางคณะผู้บริหารได้เน้นย้ำในที่ประชุมร่วมกับหัวหน้าหน่วยงานทุกครั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าไม่มีนโยบายการรับเงินอย่างแน่นอน และขอให้ข้าราชการระมัดระวังการแอบอ้างจากบุคคลภายนอก

 

สำหรับประเด็นอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริตจัดซื้อครุภัณฑ์ ตลอดจนการรื้อฟื้นคดีทุจริตเก่าขึ้นมาตรวจสอบ อาจารย์ต่อศักดิ์ วิเคราะห์ว่า ปัญหาคอร์รัปชันเป็นปัญหาร่วมเชิงโครงสร้างที่ฝังรากในพฤติกรรมราชการมาอย่างยาวนาน ซึ่งจากการหารือร่วมกับอดีตผู้ว่าฯชัชชาติตั้งแต่วันแรก ข้อสรุปคือ กทม. ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงระบบทั้งหมดได้ในระยะเวลาอันสั้น เนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจเบ็ดเสร็จแก่ผู้บริหารท้องถิ่นในการสั่งการยึดทรัพย์หรือลงทัณฑ์ขั้นสูงสุด

 

แนวทางที่ทำได้จึงเริ่มจากการกำหนดจุดยืนของทีมผู้บริหารที่จะไม่ก้าวข้ามไปในพื้นที่ทุจริต เพื่อส่งสัญญาณให้ปัญหาในระดับล่างค่อยๆ บรรเทาลง อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าปัญหาการหาประโยชน์มิชอบของเจ้าหน้าที่เป็นประเด็นที่บั่นทอนกำลังใจของคณะทำงานมากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับภารกิจการจัดการเมืองด้านอื่นๆ

 

ในมิติการลงโทษทางกฎหมาย โครงสร้างกฎหมายไทยได้แยกส่วนอำนาจหน้าที่ไว้ชัดเจน โดยกรุงเทพมหานครมีอำนาจเด็ดขาดเฉพาะการดำเนินการทางวินัย ตามกฎหมายข้าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งสามารถสั่งปลดออกหรือไล่ออกได้หากพยานหลักฐานชัดเจน แต่ไม่มีอำนาจในกระบวนการทางอาญาเชิงลึก เช่น การตรวจสอบเส้นทางการเงินหรือการสั่งยึดทรัพย์

 

ด้วยข้อจำกัดนี้ ทีมผู้บริหารจึงได้ทำการฟื้นฟูคณะกรรมการปราบปรามคอร์รัปชันระดับจังหวัด (กรุงเทพมหานคร) โดยมีผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธาน เพื่อประสานความร่วมมือและส่งต่อข้อมูลเชิงลึกไปยังหน่วยงานที่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมายโดยตรง ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ป.ป.ช., ป.ป.ท. และ ป.ป.ง. นำไปสู่การเข้าจับกุมเจ้าหน้าที่ที่กระทำการทุจริตได้อย่างต่อเนื่อง

 

ในการสัมภาษณ์ครั้งนั้นอดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ได้ประเมินผลการดำเนินงานที่ผ่านมาว่า ภาพรวมยังไม่สามารถจัดให้อยู่ในเกณฑ์ระดับดีเยี่ยม (เกรด A) ได้ และยอมรับว่ายังมีภารกิจที่อยู่ในเกณฑ์ต้องปรับปรุงหรือ สอบซ่อม โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน และการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันที่ยังไม่สามารถทำได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เนื่องจากข้อจำกัดด้านเครื่องมือทางกฎหมาย

 

แต่อย่างไรก็ดี กลไกพื้นฐานที่คณะทำงานได้วางรากฐานไว้เริ่มส่งสัญญาณในเชิงบวก และหลังจากนี้จะมุ่งเน้นการพัฒนาและสร้างความภาคภูมิใจในเกียรติภูมิของข้าราชการ กทม. เพื่อใช้เป็นมาตรการป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบอย่างยั่งยืนในอนาคต

 

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising