×

โลกระอุ ปี 2024 สงครามใหญ่ยังไม่จบ หลายจุดร้อนที่เปราะบางอยู่ในเอเชีย

24.11.2023

วันนี้ (24 พฤศจิกายน) ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วย ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนเวที THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2023 ภายใต้หัวข้อ ‘บทบาทไทยในสมรภูมิโลกที่แตกเป็นเศษเสี้ยว’ (Geopolitics Unveiled: Shaping Thailand’s Role in a Fragmented World) ผ่านการดำเนินรายการโดย วีณารัตน์ เลาหภคกุล

 

ดร.สุรเกียรติ์ กล่าวว่า สงครามแบบดั้งเดิม ทั้งสงครามรัสเซีย-ยูเครน สงครามอิสราเอล-ฮามาส รวมถึงความขัดแย้งในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา ประกอบกับสงครามรูปแบบใหม่ ทั้งที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี โรคระบาด รวมถึงการศึกษา ล้วนแล้วแต่เป็นประเด็นที่น่ากังวลในช่วงเวลานี้ 

 

ขณะที่ ดร.สุรชาติ ระบุว่า ขณะนี้เรากำลังเห็นการหวนคืนของสงครามเย็น เห็นความตึงเครียดในเชิงโครงสร้างของระบบระหว่างประเทศที่แข่งขันกันในมิติต่างๆ ทั้งด้านการเมือง การทูต การทหาร เศรษฐกิจ การเงิน สังคม เทคโนโลยี และข่าวสาร โดยการแข่งขันกัน (Competition) ก่อให้เกิดความขัดแย้ง (Conflict) และอาจตามมาด้วยการเผชิญหน้ากัน (Confrontation) จนกลายเป็นวิกฤต (Crisis) และสงคราม ซึ่งทั้งหมดนี้มีแนวโน้มที่จะทำให้การร่วมมือกัน (Corporation) ลดน้อยลง 

 

โดย ดร.สุรชาติ ยังตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเกี่ยวพันกับเวทีโลกและเวทีในภูมิภาค พอโลกตึง ภูมิภาคก็ตึง ภูมิภาคเริ่มแบ่งแยกกันโดยสภาวะของชุดความคิดทางการเมือง ส่งผลให้องค์การระดับภูมิภาคอ่อนแอลง พร้อมกับการมาของยุทธศาสตร์ชุดใหม่ๆ ทั้งยังคาดการณ์ว่า ปี 2024 เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเป็นสนามรบทางการเมืองไม่ต่างจากเดิม

 

ทางด้าน ดร.อาร์ม มองว่า “โลกปัจจุบันเป็นยุคของการแข่งขันกันด้านความมั่นคง มักจะมีจุดร้อนใหม่ๆ เกิดขึ้นแบบที่เราไม่น่าเชื่อ และจะมีลักษณะเป็นสงครามตัวแทน (Proxy War) แบ่งฝักฝ่ายและแบ่งขั้วดูเหมือนจะน่ากังวลขึ้น แต่ก็เป็นเพราะว่าโลกขณะนี้เป็นโลกที่เปราะบางขึ้นมากจริงๆ” 

 

สำหรับคำถามที่ว่า สงครามและความขัดแย้งใหญ่ๆ ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้จะจบลงอย่างไร ดร.สุรเกียรติ์ ชี้ว่า “สงครามอิสราเอล-ฮามาสอาจไม่จบลงในเร็วๆ นี้” ซึ่งเห็นสอดคล้องกับ ดร.สุรชาติ ที่ก็มองว่า สงครามรัสเซีย-ยูเครนก็ยังจะไม่จบเร็วๆ นี้เช่นเดียวกัน พร้อมกับระบุว่า “สงครามในยูเครนจะจบเมื่อกระสุนหมดและจนกว่าจะหมดแรง ซึ่งอาจไม่ง่าย เพราะเกาหลีเหนือก็สนับสนุนกระสุนให้รัสเซีย ขณะที่สหรัฐฯ และยุโรปก็ให้ความช่วยเหลือทางด้านการทหารแก่ยูเครนอย่างต่อเนื่อง” 

 

ดร.สุรชาติ ยังกล่าวอีกว่า “7 ตุลาคมของอิสราเอลคือ 11 กันยา ของสหรัฐฯ เป็นการถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัวโดยกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งหลังจากนี้เราอาจเห็นคลื่นการก่อการร้ายลูกใหม่ที่ซ้อนเข้ากับคลื่นสงครามชุดเดิม”

 

นอกจากนี้ ทั้งสามท่านยังเห็นพ้องกันว่า ช่องแคบไต้หวัน ทะเลจีนใต้ รวมถึงคาบสมุทรเกาหลี ล้วนแต่เป็นจุดร้อนที่มีความเปราะบางอย่างมาก โดย ดร.อาร์ม ระบุว่า “จุดร้อนที่เราพูดๆ กันไม่ได้เพิ่งร้อน แต่ร้อนมาแต่ไหนแต่ไร มาวันนี้จุดเหล่านี้เปราะบางที่สุดก็เพราะว่าสหรัฐฯ ไม่เหมือนเดิม หลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามถึงอำนาจนำและศักยภาพในมิติต่างๆ ของสหรัฐฯ อีกทั้งบริบทที่เกิดขึ้นในปัจจุบันก็ต่างออกไปจากอดีต จุดร้อนเลยเปราะบางมากขึ้น พร้อมที่จะลุกลามเป็นไฟ และเกิดปัญหาได้ทุกเมื่อ”

 

“สงครามมีหลากหลายรูปแบบ มีทั้งสงครามร้อนและสงครามเย็น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือสงครามเทคโนโลยีระหว่างจีนและสหรัฐฯ อาทิ สงครามชิป แต่สมรภูมิการสู้รบกันของสงครามเทคโนโลยีระหว่างสองมหาอำนาจอาจอยู่ในสมรภูมิเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทั้งคู่เริ่มขึ้นพร้อมกัน ไม่มีใครได้เปรียบใคร ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างทุ่มสุดตัวในการที่จะเป็นผู้นำ และหลังจากนี้การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีจะเกิดขึ้นเร็วมาก เพราะยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเทคโนโลยีใดจะเป็นตัวเปลี่ยนเกม หรือเปลี่ยนสมการของมหาอำนาจ เราจึงอาจจะต้องมองข้ามช็อตและรีบเข้าไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านั้นให้ทัน”

 

ขณะที่คำถามที่ว่า ท่ามกลางโลกที่ผันผวนนี้ ไทยควรมีจุดยืนอย่างไร ดร.สุรเกียรติ์ ตอบคำถามด้วยการตั้งข้อสังเกตว่า

 

1) การแสดงบทบาทนำในอาเซียนเป็นสิ่งที่ดี แต่เราจะแสดงบทบาทนำนั้นในจังหวะที่อาเซียนแตกกันในหลากหลายประเด็นได้อย่างไร

2) เราจะเตรียมบุคลากรของเราอย่างไรให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างมหาศาล ต้องปรับคนของเราให้กลายเป็นคนที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) 

3) จุดยืนด้านความมั่นคงมีความอ่อนไหวมาก ทุกฝ่ายต้องพูดคุยกัน บางครั้งอาจลู่ตามลมไม่ได้ เพราะเราจะเสียประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

 

ด้าน ดร.สุรชาติ ตอบคำถามเดียวกันนี้ว่า วันนี้ผ่านเก้าปีของการหายไปจากเวทีโลก เก้าปีของการหลุดออกจากจอเรดาร์ 

 

1) การพลิกฟื้นสถานะบนเวทีโลกเป็นเรื่องสำคัญ 

2) บนเงื่อนไขความขัดแย้งโลก ไทยต้องรักษาระยะต่อ และระวังระยะห่าง ในความสัมพันธ์กับรัฐมหาอำนาจ 

3) ต้องทำความเข้าใจเวทีโลก

4) ต้องพัฒนาความสัมพันธ์และเตรียมรับความพลิกผันจากประเทศเพื่อนบ้าน หลังปีใหม่สงครามในเมียนมาอาจจะยกระดับมากขึ้น

5) กระชับความร่วมมืออาเซียน สนับสนุนมติอาเซียน เลิกเล่นคนเดียวในปัญหาเมียนมา

6) ไทยต้องกล้าเปิดเวทีทางการทูตใหม่ๆ เช่น การทูตสิ่งแวดล้อม การทูตด้านมนุษยธรรม การทูตด้านสาธารณสุข

และ 7) กระทรวงการต่างประเทศ อาจต้องเตรียมรับสถานการณ์ใหม่ๆ เพื่อให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

 

ก่อนที่ ดร.อาร์ม จะกล่าวเสริมและกล่าวทิ้งท้ายว่า “นอกจากการที่อยู่ในจอเรดาร์ เราอาจต้องขยายจอเรดาร์ด้วย ดำเนินการทูตเชิงรุกในประเทศที่มีโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ และเป็นประเทศสำคัญในการกระจายความเสี่ยง ถ้าเกิดว่าสงครามร้อน สงครามเย็นร้อนขึ้นจริงๆ ก็แพ้กันหมดทุกคน รวมถึงมหาอำนาจด้วย ในเชิงธุรกิจเราจึงต้องมองหาตลาดใหม่ๆ และกระจายความเสี่ยงในโลกที่ผันผวน”

 


 

📌อัปเดตเทรนด์โลกกว่า 20+ Sessions ซื้อบัตรชมย้อนหลังได้ที่ https://bit.ly/TSEF2023ED 

 

✅ ราคาพิเศษ! 2,500 บาท ถึง 31 ธันวาคม 2566 เท่านั้น

✅ รับชมออนไลน์ทุกที่ทั่วโลก 

✅ ดูย้อนหลังนาน 6 เดือน (1 ธันวาคม 2566 – 31 พฤษภาคม 2567)

✅ สรุปเนื้อหา Visual Summary ทุกเวที

 

Media Partner

📌รับสรุปเนื้อหาทุกเวที 20+ Sessions 

ซื้อบัตรชมย้อนหลังวันนี้ดูได้นานถึง 6 เดือน

https://bit.ly/TSEF2023MP 


READ MORE





Latest Stories