×

เลือกตั้ง 2566 : ‘ขอบคุณและพบกันใหม่’ ปิดฉากเวที #THESTANDARDDEBATE ประชันนโยบาย-วิสัยทัศน์ ก่อนเข้าคูหากาบัตรเลือกตั้ง

โดย THE STANDARD TEAM
26.04.2023
  • LOADING...
THE STANDARD DEBATE

วานนี้ (25 เมษายน) ที่สยามพารากอน THE STANDARD จัดงาน THE STANDARD DEBATE: เลือกตั้ง 66 ENDGAME เกมที่แพ้ไม่ได้ ตั้งแต่เวลา 19.30 น. เป็นต้นไป โดยมีตัวแทน 10 พรรคการเมืองร่วมประชันวิสัยทัศน์ ประกอบด้วย

 

กรณ์ จาติกวณิช แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคชาติพัฒนากล้า หมายเลข 14

 

วราวุธ ศิลปอาชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคชาติไทยพัฒนา หมายเลข 18

 

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยภักดี หมายเลข 21

 

วิทยา แก้วภราดัย ตัวแทนพรรครวมไทยสร้างชาติ หมายเลข 22

 

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเสรีรวมไทย หมายเลข 25 

 

วทันยา บุนนาค ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 26

 

นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ตัวแทนพรรคเพื่อไทย หมายเลข 29

 

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล หมายเลข 31

 

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย หมายเลข 32

 

มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ตัวแทนพรรคพลังประชารัฐ หมายเลข 37

 

โดยเวทีดีเบตแบ่งเป็น 3 รอบ ประกอบด้วย

 

รอบที่ 1 : 2 Minutes Fight ทำไมคนไทยต้องเลือกคุณ

โดยแคนดิเดตทุกท่านจะมีเวลา 2 นาที เพื่อนำเสนอในหัวข้อ ‘ทำไมคนไทยต้องเลือกคุณ’ 

 

บรรยากาศบนเวทีรอบที่ 1 บรรดาแคนดิเดตนายกฯ และตัวแทนพรรค นอกจากจะนำเสนอถึงแนวทางของพรรคที่จะทำหากชนะการเลือกตั้งแล้ว

 

สิ่งที่น่าสนใจคือแคนดิเดตจากทั้ง 3 พรรค คือ คุณหญิงสุดารัตน์ พรรคไทยสร้างไทย, พิธา พรรคก้าวไกล และ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ จากเสรีรวมไทย มีการระบุถึง 3 ป. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ป้อม หรือ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ ป๊อก หรือ พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา โดยทั้ง 3 แคนดิเดตฯ ยืนยันชัดเจนว่าไม่ต้องการระบบอำนาจของพี่น้อง 3 ป. อีกต่อไป

 

ขณะที่ วทันยา จากพรรคประชาธิปัตย์ สร้างเซอร์ไพรส์ตั้งแต่รอบแรกของเวทีด้วยการนำไข่ต้มขึ้นมาอ้างอิงถึงความเหลื่อมล้ำของสังคมไทย สืบเนื่องจากกรณีดราม่าแบบเรียนภาษาไทย

 

รอบที่ 2 : The Grand Battle ดวลวิสัยทัศน์ตัวต่อตัว มีหมวดคำถาม 10 หมวด โดยกติกากำหนดให้แคนดิเดตและตัวแทนพรรคการเมืองทุกคนจะมี 3 สิทธิ์ในการตอบคำถามอย่างเท่าเทียมกันคือ สิทธิ์ในการเลือกคู่ดีเบต (ของตัวเอง) สิทธิ์ที่จะถูกเลือก (ขึ้นดีเบต) และสิทธิ์ Challenge (ร่วมขึ้นดีเบตกับคู่อื่น)

 

ไฮไลต์ของรอบนี้ เริ่มต้นดุเดือดกันที่ข้อคำถาม ‘คุณคิดเห็นกับมาตรา 112 อย่างไร’ โดยผู้ที่ขึ้นมาแสดงวิสัยทัศน์คือ นพ.วรงค์ พรรคไทยภักดี เลือกคู่ดีเบตเป็น พิธา พรรคก้าวไกล และผู้ที่มาเสริมความเข้มข้นโดยใช้สิทธิ์ Challenge คือ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ พรรคเสรีรวมไทย

 

นพ.วรงค์ กล่าวช่วงหนึ่งว่า “วันนี้คนที่ถูกดำเนินคดีคือผู้ที่กระทำผิด แต่มีกระบวนการปั่นหัวลูกหลานประชาชนให้เข้าใจผิดว่าเขาถูกกลั่นแกล้ง แต่ข้อเท็จจริงคือมีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ตนยืนยันว่ากฎหมายมาตรานี้ไม่ใช่ปัญหาในการพัฒนาประเทศ”

 

พิธา ระบุว่า “ตนคิดว่า ม.112 มีปัญหาตรงที่ผู้ถูกดำเนินคดี 241 ราย และอายุต่ำกว่า 18 ปี 18 ราย เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องการให้ ม.112 มาเป็นอาวุธทำร้ายคนเห็นต่าง อาวุธในการทำร้ายอนาคตของชาติที่มีความรู้สึกต่อยุคสมัยไม่เหมือนเดิม”

 

ด้าน พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า “โทษดูหมิ่นประมาทอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์มีโทษจำคุก 3-15 ปี พรรคเสรีรวมไทยคิดว่าโทษ 15 ปีร้ายแรงมากยิ่งกว่าไปฆ่าคนตาย ตนคิดว่าควรลดโทษลงมาเพื่อพี่น้องประชาชน แต่เราต้องดูแลพระมหากษัตริย์เพื่อไม่ให้ใครมาก้าวก่าย”

 

ขณะที่ มิ่งขวัญ พรรคพลังประชารัฐ ตอบคำถาม หากได้เป็นรัฐบาล จะให้คำมั่นสัญญาได้ไหมว่าจะทำให้ปัญหาทุนจีนสีเทาหมดไป และจะทำด้วยวิธีการใด

 

“ปัญหาทุนจีนสีเทาเกิดจากความหย่อนยานของการปฏิบัติงาน ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ฯลฯ ผมเสนอมาตรการสั้นๆ ครับ กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ใครก็ตามที่เอื้อประโยชน์ให้ทุนจีนสีเทา ถ้าจับได้ปลดออกให้หมด เชื่อไหมครับว่าขนาดของกองทัพ ขนาดของตำรวจจะเล็กลง วิธีนี้ทำให้เรามีโอกาสเปลี่ยนถ่ายน้ำดีเข้ามาเป็นข้าราชการได้”

 

ส่วนที่น่าจับตาอีกคำถามในรอบนี้เป็นหมวดการศึกษา อ้างอิงจากดราม่าแบบเรียนภาษาไทย ‘ภาษาพาที ป.5’ ทั้งเรื่องกินไข่ต้มสะท้อนความพอเพียง และ ‘ด.ญ.ใบพลู’ ซื้อข้าวมันไก่แต่อยากได้น้ำปลาจากร้านข้าวแกง

 

กรณ์ พรรคชาติพัฒนากล้า ระบุปัญหาด้านการศึกษาไว้ว่า “ข้อเท็จจริงทางการเมืองที่ทุกพรรครู้ดีคือ นโยบายการศึกษาไม่สามารถทำให้เราชนะการเลือกตั้งได้ นี่คือจุดเริ่มต้นของปัญหาที่ต้องแก้ไข”

 

รอบที่ 3 : The Last Stand ตอบชัด วัดจุดยืน โดยกติการอบนี้แคนดิเดตทุกคนจะมีเวลา 3 นาที เพื่อตอบคำถามข้อสุดท้ายทีละคน ในประเด็นที่ประชาชนอยากให้คุณยืนเคียงข้างพวกเขามากที่สุดภายใต้แนวคิด ‘Do you stand up for the people?’

 

ในรอบนี้ นพ.พรหมินทร์ ตอบคำถาม ยุทธศาสตร์เพื่อไทยเลนส์สไลด์ให้ประโยชน์สูงสุดกับคนไทยจริงหรือไม่ ว่า “การเลือกตั้งอย่างยุทธศาสตร์ไม่ทำให้เกิดความกลัว แต่เป็นเรื่องของความหวัง ความหวังที่จะพ้นทุกข์ จากที่อยู่ภายใต้รัฐประหารมา 9 ปี”

 

ด้านวิทยา ได้รับคำถาม คุณเห็นด้วยหรือไม่กับการรัฐประหาร และจะป้องกันการรัฐประหารในอนาคตอย่างไร และตอบว่า “อย่าเอาคำว่าเผด็จการหรือประชาธิปไตยมาสวม วันนี้อยู่ที่ว่าใครตั้งใจทำอะไรให้กับบ้านเมืองก็พอ”

 

ส่วนวราวุธ พรรคชาติไทยพัฒนา ตอบคำถาม การเมืองบ้านใหญ่ขวัญใจสุพรรณบุรี จะเต็มที่กับจังหวัดอื่นหรือไม่ ว่า “สุพรรณบุรีคือบ้านใหญ่ของพวกเราชาวชาติไทยพัฒนา ที่นี่เป็นบ้านที่พวกเราสร้างกันขึ้นมา ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องชาวสุพรรณบุรี แต่หากย้อนไปตั้งแต่สมัยพรรคชาติไทย ผลงานมีปรากฏอยู่ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลเราดูแลในหลายพื้นที่ ผลงานของเราจับต้องได้ในทุกพื้นที่ เพราะฉะนั้นการเมืองของพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี”

 

ทั้งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและตัวแทนพรรค ต่างแสดงจุดยืนประชันวิสัยทัศน์กันอย่างเข้มข้น ดุเดือดในทุกคำถามตั้งแต่ช่วงแรก จนถึงช่วงสุดท้ายของเวทีดีเบต เรียกความสนใจจากผู้ชมในโลกออนไลน์ จนทำให้ #THESTANDARDDEBATE ได้รับความนิยมติดอันดับ1 ของเทรนด์ทวิตเตอร์ประเทศไทย และอันดับ 5 ของเทรนด์ทวิตเตอร์โลกได้ในทันที

 

ขณะที่ยอดการรับชมผ่านช่องทางสตรีมของเว็บไซต์ YouTube ช่วงที่พีคสุด มีผู้เข้าชมพร้อมกันสูงสุดอยู่ที่ 103,401 คน นอกจากนี้ยังมีช่องทางอื่นๆ ทั้ง Facebook, TikTok และ LINE TODAY ส่วนผู้ชมที่เดินทางมาที่สยามพารากอนมีมากกว่า 1,000 คน

 

ทีมงาน THE STANDARD ขอขอบคุณผู้ชมทุกท่าน ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมครั้งสำคัญ บนเวทีที่ทีมงานทุกคนตั้งใจจัดทำขึ้นเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและสังคมมากที่สุด 

 

หลังจากนี้เราขอชวนทุกคนมาร่วมนับถอยหลังไปจนถึงวันสำคัญ 14 พฤษภาคม 2566 วันเลือกตั้งด้วยกัน โดยสามารถติดตาม แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารไปกับช่องทางต่างๆ ของ THE STANDARD ได้ในทุกวันและทุกเวลา รับรองว่าคุณจะไม่พลาดทุกประเด็นสำคัญในศึกเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ ‘ที่แพ้ไม่ได้’

 

 

รับชมดีเบตย้อนหลังได้ที่

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising