×

ไทยทดสอบยิงจรวดเอกชนครั้งแรก แม้เจอปัญหาเทคนิค แต่ได้บทเรียนสำคัญ ปูทาง Thailand Spaceport

โดย THE STANDARD TEAM
12.08.2026
  • LOADING...
ภาพจรวดของบริษัทเอกชนที่ใช้ในการทดสอบยิงครั้งแรกของไทย

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) กองทัพบก และบริษัท Equatorial Space (Thailand) จำกัด จัดกิจกรรม ‘Technical Feasibility Test & Regulatory Framework Study for Thailand Spaceport’ ณ กองพันทหารปืนใหญ่ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ จังหวัดลพบุรี

 

การทดสอบครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่เปิดให้ภาคเอกชนเข้าร่วมทดสอบการปล่อยจรวดจริงภายในประเทศ ภายใต้กลไก Spaceport Regulatory Sandbox ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อทดสอบความพร้อมของระบบที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งท่าอวกาศยานไทย จากเดิมที่อยู่ในขั้นตอนการศึกษา มาสู่การทดลองในสภาพแวดล้อมจริง

 

ดร.ณัฐวัฒน์ หงส์กาญจนกุล โฆษก GISTDA และผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเศรษฐกิจอวกาศ เปิดเผยว่า จรวดที่นำมาทดสอบพัฒนาโดยบริษัท Equatorial Space (Thailand) จำกัด เป็นจรวดขับดันแบบเชื้อเพลิงผสม (Hybrid Propulsion) ความยาว 3.96 เมตร น้ำหนักไม่รวมเชื้อเพลิง 32.3 กิโลกรัม เป็นระบบไม่มีการนำวิถี และกำหนดความสูงในการทดสอบไว้ที่ 4 กิโลเมตร

 

การทดสอบครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะสมรรถนะของตัวจรวด แต่ต้องการทดสอบความพร้อมของ ‘ระบบนิเวศอวกาศ’ ตั้งแต่การเตรียมการ การประสานงานระหว่างหน่วยงาน การควบคุมพื้นที่ ความปลอดภัย การบริหารจัดการน่านฟ้า รวมถึงกระบวนการอนุญาตและการกำกับดูแล

 

อย่างไรก็ตาม การทดสอบไม่สามารถปล่อยจรวดขึ้นสู่ท้องฟ้าได้สำเร็จ หลังพบปัญหาทางเทคนิคบางประการ โดยทีมวิศวกรสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้บางส่วน ทั้งการควบคุมอุณหภูมิก๊าซไนตรัสออกไซด์ที่ยังไม่คงที่เพียงพอสำหรับการบรรจุและยิง รวมถึงปัญหาสายสัญญาณสื่อสารระหว่างจรวดกับระบบซอฟต์แวร์ควบคุมการจุดระเบิด ซึ่งทีมงานแก้ไขด้วยการเปลี่ยนสายสัญญาณ

 

แต่เหตุผลสำคัญที่ต้องยุติการยิงทดสอบมาจากการประเมินด้านความปลอดภัย เนื่องจากมอเตอร์สำหรับยกฐานยิงมีกำลังไม่เพียงพอ รวมถึงจำเป็นต้องตรวจสอบความแข็งแรงและการออกแบบโครงสร้างฐานยิงอีกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายรุนแรงระหว่างการยิง

 

ดร.ณัฐวัฒน์ กล่าวว่า โครงการอวกาศเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนสูง การเรียนรู้ระหว่างทางและความปลอดภัยจึงเป็นหัวใจสำคัญ แม้การทดสอบครั้งนี้จะไม่สามารถยิงจรวดได้สำเร็จ แต่ถือเป็น ‘ห้องเรียนจริง’ ที่ช่วยให้ทีมงานเห็นปัญหาและนำไปปรับปรุงสำหรับการทดสอบครั้งต่อไป

 

ทั้งนี้ การทดสอบดังกล่าวไม่ได้เป็นประโยชน์เฉพาะบริษัทเอกชน แต่ยังช่วยยกระดับอุตสาหกรรมอวกาศของไทยในภาพรวม เพราะการพัฒนา Spaceport สามารถเชื่อมโยงไปสู่ธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น การขนส่งสมัยใหม่ การประกันภัย และอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งมีโอกาสเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) ของไทย

 

สำหรับขั้นตอนต่อไป GISTDA และ สทป. จะร่วมกันทบทวนผลการทดสอบอย่างละเอียด พร้อมประเมินความพร้อมของบริษัทเอกชนอีกครั้ง หากสามารถแก้ไขปัญหาและมีความพร้อมเต็มที่ จะกำหนดวันทดสอบปล่อยจรวดอีกครั้ง

 

โฆษก GISTDA ระบุว่า แม้จรวดจะยังไม่สามารถทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ในการทดสอบครั้งนี้ แต่การลงมือทดลองและเรียนรู้จากข้อผิดพลาดถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนว่าไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่อุตสาหกรรมอวกาศอย่างจริงจัง และมุ่งพัฒนาแนวคิด ‘ท่าอวกาศยานไทย’ (Thailand Spaceport) ให้เกิดขึ้นจริง

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising