วันนี้ (11 สิงหาคม) พล.ต.ท. ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีข้อสั่งการด่วนไปยังหน่วยปฏิบัติงานของตำรวจทุกหน่วยทั่วประเทศ เพื่อกำชับมาตรการควบคุมอาวุธปืนและยกระดับการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ
ข้อสั่งการดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นหลายครั้ง โดยผู้ก่อเหตุได้นำอาวุธปืนและวัตถุระเบิดมาใช้ก่อเหตุในพื้นที่ต่างๆ ส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นวาระเร่งด่วนของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมอย่างเด็ดขาด
เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดผลสัมฤทธิ์ ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ รอง ผบ.ตร. เข้ามากำกับดูแลและควบคุมการปฏิบัติงานใน 2 มิติหลัก
ในมิติของการสืบสวนปราบปราม ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ. ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. (รับผิดชอบงานด้านสืบสวนสอบสวน) เป็นผู้นำในการระดมกวาดล้างความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด โดยให้กำหนดเป้าหมายและเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นอย่างเข้มข้น ครอบคลุมทั้งอาวุธสงคราม สิ่งเทียมอาวุธ และการลักลอบจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ทั้งในพื้นที่จริง (On Ground) และผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์
ในมิติของการป้องกัน ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. (รับผิดชอบงานด้านป้องกันปราบปรามอาชญากรรม) ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานที่สาธารณะและพื้นที่เปราะบาง (Soft Target) เช่น โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า และสวนสาธารณะ โดยเน้นย้ำมาตรการ
- เพิ่มการแสดงกำลังและตรวจตรา: ใช้มาตรการ Stop Walk Talk เพื่อเฝ้าระวังและตรวจค้นบุคคลหรือยานพาหนะต้องสงสัย
- ชุดยุทธวิธีพร้อมตอบโต้: เพิ่มประสิทธิภาพการรับแจ้งเหตุ การเดินทางถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว และเตรียมพร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษทางยุทธวิธี (SWAT) เพื่อเข้าระงับยับยั้งเหตุการณ์รุนแรงในทันที
- จัดระเบียบอาวุธปืนหลวง: สั่งการให้ทุกหน่วยตรวจสอบและควบคุมการเบิกจ่ายอาวุธปืนของทางราชการให้เป็นไปตามระเบียบอย่างเคร่งครัด
พล.ต.ท. ไตรรงค์ ระบุว่า ผบ.ตร. ได้กำชับผู้บัญชาการ ผู้บังคับการ และผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ให้บูรณาการกำลังระหว่างฝ่ายสืบสวนและฝ่ายป้องกันปราบปราม เพื่อขับเคลื่อนมาตรการกวาดล้างอาวุธปืนอย่างเป็นรูปธรรม โดยต้องยึดหลักยุทธวิธีตำรวจและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคืนความปลอดภัยให้แก่ประชาชน


