×

หุ้นไทยร่วง 30 จุด หวั่นเทรนด์ดอกเบี้ยขาขึ้น ยอดผู้ติดเชื้อในประเทศพุ่ง และปรากฏการณ์ Sell in May

05.05.2021
หุ้นไทยร่วง 30 จุด

ความเคลื่อนไหวดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยวันนี้ (5 พฤษภาคม) เปิดการซื้อขายในแดนลบและปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยทำระดับต่ำสุดในการซื้อขายช่วงเช้าที่ระดับ 1551.46 จุด คิดเป็นการปรับตัวลงราว 31 จุด ก่อนจะปิดการซื้อขายช่วงเช้าที่ระดับ 1555.01 จุด ลดลง 28.12 จุด หรือ 1.78% 

 

ณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.หยวนต้า กล่าวว่า หุ้นไทยวันนี้ผันผวนและปรับตัวลดลงต่อเนื่องมาจาก 3 ปัจจัยลบหลัก คือ

1. ความกังวลว่า Fed จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าที่คาดการณ์ หลังจาก เจเน็ต เยลเลน รมว.คลังของสหรัฐฯ มีถ้อยแถลงเกี่ยวกับราคาสินทรัพย์ที่ปรับเพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง ซึ่งจะกระทบกับเงินเฟ้อและจะทำให้ Fed ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยถ้อยแถลงนี้ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลต่อราคาสินทรัพย์และอัตราผลตอบแทน โดยเฉพาะกลุ่มเทคฯ ของสหรัฐฯ ที่อาจต้องเผชิญกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นและศักยภาพการทำกำไรที่แคบลงหากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวเพิ่มขึ้น

 

2. ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยยังพุ่งสูงขึ้น ทั้งนี้หากมองตัวเลขผู้เสียชีวิตและผู้รักษาตัวจนหายแล้ว จะเห็นว่ามีความสอดคล้องกันดีขึ้นและจะนำไปสู่แนวโน้มความสมดุลด้านการรักษา

 

อย่างไรก็ตาม เรื่องโควิด-19 ในประเทศได้เพิ่มอีกหนึ่งความกดดันต่อกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากในช่วงบ่ายวันนี้มีกระแสข่าวเรื่องมาตรการเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 ระลอก3 ซึ่งจะมีการพักหนี้ด้วย โดยการพักหนี้ให้ผู้ประกอบการจะกระทบกับการตั้งสำรองของกลุ่มแบงก์ และทำให้กำไรของกลุ่มนี้ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ 

 

3.ปรากฏการณ์ Sell in May ซึ่งแม้จะเป็นปรากฏการณ์ที่นักลงทุนคุ้นชินแล้ว แต่ปีนี้ก็น่าจะสร้างความผันผวนต่อตลาดหุ้นทั่วโลก เนื่องจากตลาดหุ้นหลายประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นมาค่อนข้างสูงขณะที่กำไรเริ่มเติบโตไม่ทัน ทำให้นักลงทุนเลือกขายเพื่อทำกำไรก่อน 

 

สำหรับสภาวการณ์ที่ผันผวนเช่นนี้แนะนำนักลงทุนเน้นการลงทุนระยะสั้นและหาจังหวะขายทำกำไร และหากต้องการเข้าลงทุนในจังหวะที่ราคาย่อตัวแนะนำให้เลือกหุ้นที่มีผลประกอบการฟื้นตัวอย่างโดดเด่น หุ้นที่สอดรับกับธีม Global Play เช่น ส่งออก และหุ้นที่ราคายังไม่สูงมากแต่ผลประกอบการดี


พิสูจน์อักษร: ชนเนตร ลอยครุฑ


READ MORE





Latest Stories