×

สสรท. จี้รัฐปฏิรูประบบราง ค้านห้ามรถไฟเข้ากรุงชั้นใน เปิดปมปัญหาขาดทุน-บุคลากรขาดแคลนสะสม 5 ทศวรรษ

โดย THE STANDARD TEAM
20.05.2026
  • LOADING...
สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) แถลงข่าวเรียกร้องปฏิรูประบบราง

วันนี้ (20 พฤษภาคม) สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) ได้ออกแถลงการณ์ในหัวข้อ อุบัติเหตุแยกอโศกอย่าเป็นแค่ไฟไหม้ฟาง จงไปให้ถึงการปฏิรูประบบการขนส่งทางรางให้เป็นระบบหลักการขนส่งของประเทศและปลอดภัย เพื่อแสดงจุดยืนและข้อเรียกร้องต่อภาครัฐ ภายหลังเกิดโศกนาฏกรรมขบวนรถไฟสินค้าพุ่งชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟถนนอโศก-ดินแดง เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บกว่า 30 ราย

 

แถลงการณ์เริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงพฤติการณ์ของกลุ่มผู้บริหารระดับสูงและนักการเมือง ที่มักออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อเมื่อเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ แต่ขาดความเข้าใจในรายละเอียดและหลีกเลี่ยงการแสดงความรับผิดชอบอย่างแท้จริง โดยปล่อยให้ประเด็นดังกล่าวเลือนหายไปเมื่อกระแสสังคมลดลง

 

สสรท. เน้นย้ำว่า โศกนาฏกรรมในครั้งนี้ไม่ควรจบลงเพียงแค่การกล่าวโทษความบกพร่องของพนักงานกั้นถนน ความประมาทของพนักงานขับรถโดยสาร หรือการตรวจพบสารเสพติดในพนักงานขับรถไฟเท่านั้น แต่รัฐบาลต้องผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งด้านการบังคับใช้กฎหมาย นโยบาย การจัดสรรบุคลากร เทคโนโลยี อุปกรณ์ และการรณรงค์จิตสำนึก โดยอาศัยการบูรณาการจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ สหภาพแรงงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และนักวิชาการ

 

นอกจากนี้ แถลงการณ์ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของกิจการรถไฟไทยที่สะสมมากว่า 5 ทศวรรษ โดยระบุว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ต้องแบกรับภาระต้นทุนการดำเนินงานที่ 3.20 บาทต่อกิโลเมตรต่อคน แต่รัฐบาลกำหนดให้จัดเก็บค่าโดยสารได้เพียง 24 สตางค์ แม้กฎหมายจะระบุให้รัฐต้องชดเชยส่วนต่าง แต่ในทางปฏิบัติกลับพบความล่าช้าอย่างหนัก

 

ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2568 ระบุว่า รัฐค้างจ่ายเงินชดเชยแก่ รฟท. สูงถึงประมาณ 320,000 ล้านบาท ส่งผลให้ รฟท. ต้องกู้ยืมเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องและต้องรับภาระดอกเบี้ยเองปีละกว่า 5,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังมีปัญหาหัวรถจักรที่มีอายุการใช้งานเฉลี่ยสูงถึง 40 ปี รวมถึงมาตรการจำกัดการรับพนักงานใหม่ตามมติคณะรัฐมนตรีปี 2541 ที่อนุญาตให้รับเพิ่มได้เพียงร้อยละ 5 ของผู้เกษียณอายุ ส่งผลให้ปัจจุบัน รฟท. มีพนักงานลดลงจาก 20,000 คน เหลือเพียง 8,000 คน ซึ่งข้อเท็จจริงเหล่านี้เป็นสิ่งที่ภาครัฐมักไม่กล่าวถึงเมื่อเกิดปัญหา

 

ในตอนท้ายของแถลงการณ์ สสรท. ได้ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนในการ สนับสนุน การพัฒนาระบบขนส่งทางรางให้เป็นยุทธศาสตร์และระบบหลักของการขนส่งประเทศ แต่ คัดค้าน แนวคิดการห้ามขบวนรถไฟเข้ามารับส่งผู้โดยสารในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน เนื่องจากจะส่งผลกระทบโดยตรงและเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน ผู้มีรายได้น้อย นักเรียน และนักศึกษา รวมถึง คัดค้าน การปิดสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง)

 

พร้อมกันนี้ สสรท. ได้ส่งกำลังใจให้แก่พนักงานรถไฟและสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ให้ยืนหยัดทำหน้าที่รับใช้ประชาชนต่อไป โดยเน้นย้ำว่าหากพนักงานรายใดกระทำความผิดจริงก็ต้องดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรมและกฎหมาย แต่สังคมไม่ควรมององค์กรและพนักงานรถไฟทั้งหมดเป็นจำเลยของสังคม สมาพันธ์ฯ ยังคงเชื่อมั่นในตัวบุคลากร รฟท. และขอให้ทุกท่านปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์เพื่อความปลอดภัยของประชาชนต่อไป

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising