ส่งออกทั้งปี 2025 โตสูงถึง 12.9% ขณะที่ปี 2026 ส่งออกจะแผ่วลงมากจากผลภาษีสหรัฐฯ และฐานสูง
มูลค่าส่งออกสินค้าเดือน ธ.ค. 2025 อยู่ที่ 28,835 ล้านดอลลาร์สหรัฐขยายตัวสูง 16.8%YOY จาก 7.1%YOY ในเดือนก่อน และสูงกว่าที่ประเมินไว้ (SCB EIC ประเมิน 10.5% และค่ากลาง Reuters Poll 8.7%) ตัวเลขปรับฤดูกาลกลับมาขยายตัวถึง 6.9%MOM_SA หลังจากหดตัวสองเดือนติดกัน
การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และส่งออกไปสหรัฐฯ ยังเป็นปัจจัยหนุนหลักต่อเนื่อง ขณะที่ทองคำพลิกกลับมาขยายตัวสูงอีกครั้ง
1. การส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ยังขยายตัวสูง 54.3%YOY ในเดือน ธ.ค. 2025 แม้หลายสินค้าโดนกำแพงภาษีสูงขึ้นแล้ว ส่งออกไปสหรัฐฯ ส่งท้ายปี 2025 เร่งตัวต่อเนื่องเทียบเดือน พ.ย. (37.9%YOY) หากไม่รวมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (ยังได้รับการยกเว้นกำแพงภาษีจากสหรัฐฯ) ส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ไปตลาดสหรัฐฯ ขยายตัวได้สูง 21.7% เช่นเดียวกัน สะท้อนความต้องการสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ ที่มีสูง
แม้เผชิญกำแพงภาษี สินค้าส่งออกหลักของไทยไปสหรัฐฯ 13 จาก 15 รายการขยายตัวดี โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ, เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล และเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ขยายตัวสูง 123%, 117.3%, 86.6%, 48.4% และ 46.5% ตามลำดับ การส่งออกไปสหรัฐฯ มีส่วนช่วยให้การส่งออกไทยเดือนนี้ขยายตัว (CTG) 10.2% มากกว่าครึ่งของการเติบโตของส่งออกรวม 16.8%
2. การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวสูงต่อเนื่อง จากการส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ วัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลก และแนวโน้มการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และ Data center ที่ขยายตัวทั่วโลก โดยการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังขยายตัวสูงต่อเนื่อง 52.8% เร่งขึ้นจาก 46.2% และ 38.8% ในเดือน พ.ย. และ ต.ค. และขยายตัวต่อเนื่องนาน 21 เดือนแล้ว หากพิจารณารายตลาด พบว่า 13 ใน Top-15 ของตลาดส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไทยขยายตัว โดย 10 จาก 15 ตลาดขยายตัวสูงกว่า 15% โดยเฉพาะสหรัฐฯ, เม็กซิโก และอินเดียที่ขยายตัวสูง 114.2%, 122.8% และ 152.6% ตามลำดับ การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มีส่วนช่วยให้การส่งออกไทยเดือนนี้ขยายตัว (CTG) 10.1% มากกว่าครึ่งของการเติบโตการส่งออกรวม 16.8%
3. ทองคำกลับมาเป็นสินค้าส่งออกหลักอีกครั้ง การส่งออกทองคำไม่ขึ้นรูปขยายตัวสูง 163.6% จากที่หดตัวต่อเนื่อง -53.3% และ -76.9% ในเดือน พ.ย. และ ต.ค. ตามลำดับ ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากราคาทองคำที่ปรับสูงขึ้นในเดือน ธ.ค. การส่งออกทองคำไม่ขึ้นรูปมีส่วนช่วยให้การส่งออกไทยเดือนนี้ขยายตัว (CTG) 2.7% ของการเติบโตการส่งออกรวม 16.8%
นำเข้าเร่งตัวสูงต่อเนื่อง ไทยขาดดุลการค้า 3 เดือนติดต่อกัน
มูลค่านำเข้าสินค้าเดือน ธ.ค. 2025 อยู่ที่ 29,280.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวสูง 18.8% เทียบ 17.6% และ 16.3% ในเดือน พ.ย. และ ต.ค. ตามลำดับ สูงกว่าที่ประมาณการไว้ (SCB EIC ประเมิน 12% และค่ากลาง Reuters Poll 15.8%) ภาพรวมมูลค่านำเข้าทั้งปี 2025 ขยายตัวสูง 12.9% เท่ากับมูลค่าส่งออกทั้งปี ในเดือนนี้การนำเข้ายานพาหนะและอุปกรณ์ขนส่ง, สินค้าทุน และสินค้าอุปโภคบริโภคเร่งตัวสูง 39.3%, 31.7% และ 27.2% ตามลำดับ ขณะที่การนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป (รวมทองคำ) และอาวุธยุทธปัจจัย และสินค้าอื่น ๆ แม้แผ่วลงบ้าง แต่ยังขยายตัวสูงสองหลัก 19.9% และ 10.2% ตามลำดับ ทั้งนี้การนำเข้าเชื้อเพลิงเป็นหมวดเดียวที่หดตัวสูง -17.1% ใกล้เคียงเดือนก่อนที่ -16.7% ซึ่งหดตัว 4 เดือนต่อเนื่อง
- การนำเข้าสินค้าทุนและสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปส่วนมากเกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ เช่น แผงวงจรไฟฟ้า ไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ และวงจรพิมพ์ขยายตัวสูง 56.3% 86.3% และ 89.3% ตามลำดับ (32.7% ของมูลค่านำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปในเดือนนี้) ขณะที่นำเข้าสินค้าทุน ส่วนมากเป็นเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบขยายตัวสูง 60.6% และ 22.8% ตามลำดับ (61% ของมูลค่านำเข้าสินค้าทุนในเดือนนี้) ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากจีนในสินค้าทุนและสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปมีสัดส่วนสูง 48.8% และ 28.7% ของมูลค่านำเข้าในแต่ละหมวดในเดือนนี้ ตามลำดับ
- การนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคขยายตัวสูงใน 14 จาก 15 รายการหลัก โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้า, เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด และเครื่องใช้และเครื่องตกแต่งภายในบ้าน ขยายตัว 52.3%, 33.6% และ 21.8% ตามลำดับ (38.1% ของมูลค่านำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคในเดือนนี้) โดยพบว่าสัดส่วนกว่าครึ่ง (54%) นำเข้าจากจีน
ดุลการค้า (ระบบศุลกากร) เดือน ธ.ค. 2025 ขาดดุล -352 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดดุลน้อยลงเทียบกับเดือนก่อน -2,726.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ขาดดุลออกมาใกล้เคียง SCB EIC คาดไว้ที่ -200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ค่ากลาง Reuters Poll คาดการณ์ไทยขาดดุลการค้าสูง -1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ทั้งปี 2025 มูลค่าส่งออกไทยขยายตัวสูงถึง 12.9% แม้เผชิญความท้าทายจากภาษีนำเข้าสหรัฐฯ แต่มูลค่านำเข้าขยายตัวสูงมากเช่นกัน 12.9% สะท้อนมูลค่าเพิ่มจากการส่งออกต่อเศรษฐกิจไทยอาจจำกัด
ภาพรวมมูลค่าส่งออกไทยทั้งปี 2025 อยู่ที่ 339,635 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 12.9% สูงสุดในรอบ 4 ปี เติบโตสูงกว่ามูลค่าส่งออกปี 2024 ที่ขยายตัว 5.4% (ตัวเลขระบบศุลกากร) มากกว่าสองเท่า และเติบโตสูงกว่าที่ SCB EIC และกระทรวงพาณิชย์คาดไว้ที่ 10.7% และช่วง 10.7% – 11.4% ตามลำดับ ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจาก
1. สหรัฐฯ เก็บภาษีศุลกากรตอบโต้จริงรุนแรงน้อยกว่าที่เคยประกาศไว้ครั้งแรกมาก
- สหรัฐฯ ตั้งกำแพงศุลกากรต่ำกว่าที่ประกาศไว้ในวัน Liberation Day (2 เม.ย.) ค่าเฉลี่ยกำแพงภาษีที่สหรัฐฯ เก็บเพิ่มจากทั่วโลก (Weighted average) ลดลงจาก 22.7% ที่ WTO เคยประเมินไว้ในเดือน พ.ค. เหลือ 18.2% ในเดือน พ.ย. สำหรับไทย สหรัฐฯ ลดกำแพงภาษีนำเข้าลงมาเกือบครึ่ง 36% เหลือ 19% ใกล้เคียงคู่แข่งในภูมิภาค ส่งผลให้ไทยไม่สูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ มากนัก จากที่เคยกังวลว่าไทยอาจถูกตั้งกำแพงภาษีสูงกว่าคู่แข่งในภูมิภาค เช่น มาเลเซีย และเวียดนาม
- สหรัฐฯ เลื่อนวันบังคับใช้อัตรากำแพงภาษีศุลกากรใหม่จากเดือน เม.ย. เป็น ส.ค. ส่งผลให้ไทยเร่งส่งออกไปสหรัฐฯ ได้ต่อเนื่องอีกหลายเดือน การส่งออกไปสหรัฐฯ ทั้งปีจึงขยายตัวสูงถึง 32% เร่งตัวขึ้นมากจากปี 2024 ที่โต 13.6% (CTG 5.8% ของการเติบโตส่งออกไทยปี 2025 12.9%)
- สหรัฐฯ ยังยกเว้นมาตรการกำแพงภาษีสินค้าส่งออกหลักของไทย ส่วนมากเป็นสินค้าสำคัญต่อสหรัฐฯ และสินค้าที่สหรัฐฯ ผลิตไม่ได้/ผลิตได้น้อย เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์บางชนิด หลอดไฟ LED แกรไฟต์ ส่วนประกอบยาบางชนิด และสินค้าเกษตรบางชนิด ส่งผลให้หลายประเทศที่พึ่งพาการส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ไปสหรัฐฯ สูง เช่น ไทย ไต้หวัน และเวียดนาม ยังขยายตัวได้ดี (ไทยส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ไปสหรัฐฯ ขยายตัว 52.5% ในปี 2025 และ CTG กว่า 20% ของการเติบโตส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ทั้งปี 2025 ที่ 32%)
2. วัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของไทย (สัดส่วน 21.5% ของมูลค่าส่งออกไทยทั้งหมดในปี 2025 เพิ่มขึ้นจาก 17.6% ในปี 2024) ได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแนวโน้มการลงทุนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่ม Data center ที่ขยายตัวทั่วโลก นอกจากนี้ ยังได้รับแรงหนุนจากการเร่งส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ไปสหรัฐฯ เนื่องจากบางสินค้ายังคงไม่ถูกตั้งกำแพงภาษีเพิ่ม ส่งผลให้มูลค่าส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไทยขยายตัวสูงกว่า 38.3% ในปี 2025 (CTG คิดเป็น 6.7% ของการเติบโตของส่งออกรวม 12.9%)
3. ส่งออกทองคำไม่ขึ้นรูปขยายตัวสูงกว่า 48.5% แรงหนุนจากราคาทองคำที่เพิ่มขึ้นมากตามความต้องการทองคำในตลาดโลกเพื่อรองรับความเสี่ยงโลกที่สูงขึ้น (CTG การส่งออกทองคำไม่ขึ้นรูปคิดเป็น 1.4% ของการเติบโตส่งออกไทยรวม 12.9% หากรวมกับปัจจัยส่งออกทองพิเศษไปอินเดียในช่วง Q1/2025 การส่งออกทองคำของไทยปีนี้คิดเป็น CTG 2.2% ของการเติบโตส่งออกไทยรวม 12.9%)
4. ความตึงเครียดจีน-สหรัฐฯ ผ่อนคลายลงมาก โดยสหรัฐฯ ลดกำแพงภาษีนำเข้าจีนเหลือเพียง 20% จากที่เคยสูงกว่า 100% ในช่วงต้นปี 2025 ส่งผลให้มุมมองเศรษฐกิจโลกและปริมาณการค้าโลกเปลี่ยนไป (เช่น WTO ณ เดือน เม.ย. เคยประเมินว่าปริมาณการค้าโลกในปี 2025 จะหดตัว -0.2% ปรับมุมมอง ณ เดือน ต.ค. ขยายตัวได้ 2.4%) ส่งผลให้การส่งออกไทยไปตลาดนอกสหรัฐฯ ขยายตัวได้ดี เช่น จีน สหภาพยุโรป และอาเซียน-5 ที่ขยายตัวสูง 12.6% 8.5% และ 6.9% ตามลำดับ
แม้มูลค่าส่งออกไทยในปี 2025 จะขยายตัวสูง แต่มูลค่านำเข้าทั้งปีขยายตัวเร่งขึ้นมากเช่นกัน มูลค่านำเข้ารวม 344,943 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 12.9% สูงสุดในรอบ 4 ปีเช่นเดียวกับส่งออก โดยสินค้านำเข้าหลักเป็นหมวดวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปและสินค้าทุนที่ขยายตัวสูงกว่า 17.9% และ 20.3% ตามลำดับ (CTG รวมกัน 12.5% ของการเติบโตการนำเข้าทั้งหมดในปี 2025 ที่ 12.9%)
- สินค้าหมวดวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป (CTG = 7.2%) มาจากทองคำและอุปกรณ์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ สอดคล้องกับมูลค่าส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และทองคำของไทยที่ขยายตัวต่อเนื่อง แต่เนื่องจากไทยมีข้อจำกัดในการผลิตสินค้าต้นน้ำและกลางน้ำของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลให้ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าชิ้นส่วนสำคัญ เช่น แผงวงจรไฟฟ้า (ขยายตัวกว่า 41.3%) จากผู้ผลิตรายใหญ่ โดยเฉพาะจีนและไต้หวัน เพื่อรองรับความต้องการผลิตเพื่อส่งออกที่เพิ่มขึ้น สำหรับการนำเข้าทองคำขยายตัวสูงกว่า 36% ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าเพื่อชดเชยการส่งออก และอาจมีความต้องการสะสมทองคำเพิ่มขึ้นในประเทศ
- สินค้าทุน (CTG : 5.3%) ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ, เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวกว่า 47.1%, 16.2% และ 4.1% ตามลำดับ สอดคล้องกับข้อมูลการลงทุนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และ Data center ที่ขยายตัวต่อเนื่องในไทย เป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนให้การนำเข้าสินค้าทุนกลุ่มนี้ขยายตัวสูงเป็นพิเศษในปี 2025
- ไทยนำเข้าสินค้าส่วนใหญ่จากจีนและไต้หวัน โดยมูลค่านำเข้าจากจีนและไต้หวันขยายตัวสูง 33.5% และ 23.5% ในปี 2025 ตามลำดับ CTG คิดเป็น 10.4% (จีน 8.8% ไต้หวัน 1.6%) ของการเติบโตของมูลค่านำเข้าไทยปี 2025 ที่ 12.9% โดยเฉพาะจีน ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากกำลังการผลิตส่วนเกินหลังถูกกีดกันการค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ขณะที่เศรษฐกิจในประเทศจีนยังไม่ดีนัก จึงเน้นส่งออกไปยังตลาดอื่นนอกสหรัฐฯ มากขึ้น โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมไทย (MPI : Manufacturing Production Index) ไม่ได้ขยายตัวดีสอดคล้องกับแนวโน้มการส่งออก จึงอาจสะท้อนว่าการส่งออกไทยปี 2025 สร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทยค่อนข้างจำกัด ทั้งนี้ดุลการค้าไทย (ระบบศุลกากร) ปี 2025 ขาดดุลสูง -5,307.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับว่าสูงสุดในรอบ 3 ปี
มุมมองส่งออกไทยปี 2026 (ณ ธ.ค. 2025) จะชะลอตัวลงมากเหลือ -1.5% ตามทิศทางการค้าโลกและปัจจัยฐานสูง อย่างไรก็ดี ยังมี Upside จากหลายปัจจัย
SCB EIC ประเมินการส่งออกไทยในปี 2026 จะแผ่วลง เศรษฐกิจโลกและปริมาณการค้าโลกในปี 2026 มีแนวโน้มเติบโตชะลอลงจากผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์จะเริ่มส่งผลชัดเจนและเต็มรูปแบบมากขึ้น ปัจจัยหนุนพิเศษบางประการในปี 2025 ที่จะหมดไป เช่น การเร่งผลิตและส่งออกก่อนได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า (Front-loading) ปัจจัยส่งออกทองคำพิเศษไปอินเดีย ค่าเงินบาทที่แข็งค่าจนอาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย รวมถึงปัจจัยฐานที่สูงจากการขยายตัว 12.9% ในปี 2025
อย่างไรก็ดี มุมมองต่อการค้าโลก กระแสการลงทุนดิจิทัล และความต้องการทองคำปรับดีขึ้น แม้จะยังมีทิศทางชะลอตัว ส่งผลให้มุมมองการส่งออกของไทยปีนี้ -1.5% ที่เคยประเมินไว้ในช่วงเดือน ธ.ค. 2025 ยังมี Upside หลายปัจจัย
1. ปริมาณการค้าโลกในปี 2026 องค์กรระหว่างประเทศ (ณ ม.ค. 2026) เช่น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ปริมาณการค้าโลกขยายตัว 2.6% ในปีนี้ แม้จะเติบโตต่ำจาก 4.1% ในปี 2025 แต่นับว่าสูงกว่าประมาณการเดิมในเดือน ต.ค. 2025 ที่ 2.3%
2. กระแสการลงทุนด้านดิจิทัล โดยเฉพาะ AI ยังคงมีแนวโน้มร้อนแรงในปี 2026 แม้จะชะลอตัวจากปี 2025 บ้าง ส่งผลให้ยังมีความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่สูง เช่น เซมิคอนดักเตอร์ แผงวงจรรวม โดยข้อมูลเร็วการส่งออก 20 วันแรกในเดือน ม.ค. 2026 ขยายตัว 14.9% โดยการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารไร้สายขยายตัว 70.2% และ 48% ตามลำดับ
3. ความต้องการสะสมทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยยังมีอยู่สูง ตามความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นมาก ในยุคทรัมป์ 2.0 นอกจากนี้ สภาทองคำโลก (World Gold Council) ระบุว่าธนาคารกลางยังคงสถานะผู้ซื้อทองคำสุทธิเพื่อสะสมเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ ทั้งนี้หลายสำนักวิจัยด้านการลงทุนหลักของโลกประเมินว่าราคาทองคำในปีนี้จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งข้อมูลในอดีตสะท้อนว่าการส่งออกทองคำของไทยเคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคาทองคำโลก


