×

หุ้น ‘ธนาคารไทยเครดิต’ ร่วงสวนกลุ่มแบงก์ หลังแจ้งกำไร 1Q67 ร่วง 51.5% เหตุมีการตั้งสำรองพุ่ง

22.04.2024
  • LOADING...
หุ้น ‘ธนาคารไทยเครดิต’ ร่วงสวนกลุ่มแบงก์ หลังแจ้งกำไร 1Q67 ร่วง 51.5% เหตุมีการตั้งสำรองพุ่ง

การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นธนาคารไทยเครดิต หรือ CREDIT ระหว่างการซื้อ-ขาย วันนี้ (22 เมษายน) เปิดการซื้อ-ขายที่ 26.75 บาท ลดลง 0.50 บาท ติดลบ 1.83% โดยระหว่างการซื้อ-ขายราคาลดลงไปแตะระดับต่ำสุดที่ 26.50 บาท ลดลง 1 บาท

 

ธนาคารไทยเครดิต หรือ CREDIT แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 1/67 มีกำไรสุทธิ 449.6 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 51.5% เมื่อเทียบจากไตรมาส 1/66 ที่มีกำไรสุทธิ 926.9 ล้านบาท สาเหตุหลักจากผลขาดทุนด้านเครดิต (Credit Cost) หรือการตั้งสำรองที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มสูงขึ้นของเงินให้สินเชื่อจัดชั้นที่ 2 โดยในไตรมาส 1/67 อยู่ที่ 325 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/66 อยู่ที่ระดับ 290 ล้านบาท 

 

นอกจากนี้ธนาคารยังมีการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ โดยมีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานของธนาคารอยู่ในระดับต่ำที่ 37.6%

 

ทั้งนี้ อัตราส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิของธนาคารยังแข็งแกร่งอยู่ที่ 8.7% ลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ระดับ 8.8% เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินถัวเฉลี่ยของธนาคาร สอดคล้องกับการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

 

อย่างไรก็ตาม ธนาคารและบริษัทย่อยตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตสำหรับเงินให้สินเชื่อที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 2.3% เนื่องจากนโยบายการดำเนินงานอย่างรัดกุมเพื่อรองรับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

 

รายได้ดอกเบี้ย

 

รายได้ดอกเบี้ยของธนาคารเพิ่มขึ้น 19.6% จากเดิม 3,615.6 ล้านบาท สำหรับไตรมาส 1/66 เป็น 4,325.9 ล้านบาท สำหรับไตรมาส 1/67 โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้นเท่ากับ 635.8 ล้านบาท เนื่องมาจากปริมาณเงินให้สินเชื่อที่เติบโตเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อหลักของธนาคาร โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี ประกอบกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของธนาคาร รวมถึงรายได้ระหว่างธนาคารและตลาดเงิน และเงินลงทุนในตราสารหนี้เพิ่มขึ้น

 

ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย

 

ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยของธนาคารเพิ่มขึ้น 41.4% จากเดิม 571.7 ล้านบาท สำหรับไตรมาส 1/66 เป็น 808.3 ล้านบาท สำหรับไตรมาส 1/67 โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจากเงินรับฝากที่เพิ่มขึ้นเท่ากับ 161.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องมาจากปริมาณเงินฝากที่เพิ่มมากขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก

 

สอดคล้องกับการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท. โดยเฉพาะโปรแกรมเงินฝากประจำและเงินฝากประจำทันใจ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเงินนำส่งสถาบันคุ้มครองเงินฝากและ ธปท. เพิ่มขึ้นเท่ากับ 10.6 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน

 

อย่างไรก็ตาม ธนาคารมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากโปรแกรมเงินฝากประจำและเงินฝากประจำทันใจในเดือนกุมภาพันธ์ 2567

 

รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ

 

ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิของธนาคารในไตรมาส 1/67 เท่ากับ 3,517.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.6% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน

 

รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ

 

รายจ่ายค่าธรรมเนียมและบริการของธนาคารสุทธิเท่ากับ 30.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6 ล้านบาท หรือ 22.8% จากงวดเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากค่าธรรมเนียมการค้ำประกันเงินให้สินเชื่อ (บสย.) เพิ่มขึ้น 4.1 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับการเติบโตของเงินให้สินเชื่อนาโนและไมโครเครดิตเพื่อคนค้าขาย ในขณะที่ค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมและบริการของธนาคารลดลงเล็กน้อย

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising