วันนี้ (30 มิถุนายน) สุรศักดิ์ เจริญพันธุ์วรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงกรณีแอร์โฮสเตสถูกจับยาเสพติด ว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีการแจ้งว่าเป็นความผิดเฉพาะส่วนบุคคล ซึ่งกระบวนการตรวจสอบสารเสพติดทั้งขาเข้าและขาออกจะต้องรัดกุมมากยิ่งขึ้น
สุรศักดิ์ระบุด้วยว่า การยกระดับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวไม่สามารถทำได้โดยหน่วยงานเดียว แต่ต้องบูรณาการใช้การปราบปรามยาเสพติด ดังนั้น การสร้างความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวภายในประเทศ เป็นสิ่งที่รัฐบาลจะแสดงให้เห็นอยู่แล้วว่าเราจริงจัง ส่วนเหตุการณ์ที่ลูกเรือการบินไทยถูกจับ นั้น ต่อจากนี้การคัดกรองคนออกนอกประเทศจะต้องทำให้รัดกุมมากขึ้น
ส่วนจะกระทบกับสายการบินของไทยและนักท่องเที่ยวของไทยเวลาไปต่างประเทศหรือไม่นั้น สุรศักดิ์ย้ำว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของพนักงาน ไม่ใช่เรื่องขององค์กรที่ทำความผิด ยืนยันว่าไม่กระทบสายการบิน แต่จะต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบลูกเรือให้มากขึ้น
เมื่อถามย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ที่ออสเตรเลียเคยแบนสายการบินนี้แล้ว จะกระทบกับภาพใหญ่ของการบินหรือไม่ สุรศักดิ์ยังคงย้ำคำเดิมว่า เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ใช่องค์กร จึงไม่มีเหตุผลที่จะยกเลิกในระดับองค์กรหรือสายการบิน เพราะไม่ใช่เรื่องที่สายการบินเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด รู้เห็นเป็นใจเป็นขบวนการ


