×

รู้จัก ‘Tetra Recart®’ ต้นแบบบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ผลผลิตภายใต้พันธกิจ ‘ปกป้องอาหาร ผู้คน และโลก’ ของเต็ดตรา แพ้ค ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำของโลก [ADVERTORIAL]

โดย THE STANDARD TEAM
03.11.2021
  • LOADING...
Tetra Recart®

HIGHLIGHTS

5 Mins. Read
  • เต็ดตรา แพ้ค ผู้นำเสนอโซลูชันการแปรรูปอาหารและบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำของโลก ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด Protects What’s Good ปกป้องทุกคุณค่า (ปกป้องอาหาร ผู้คน และโลก) ตั้งเป้าปี 2030 มุ่งไปสู่ 100% ของบรรจุภัณฑ์ที่ทำมาจากวัสดุที่เกิดเองตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นทรัพยากรทดแทนได้ที่มีการจัดการอย่างรับผิดชอบหรือใช้วัสดุรีไซเคิล เพื่อสร้างความยั่งยืนในวงจรที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และนำไปสู่การสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์แห่งอนาคต 
  • Tetra Recart® คือต้นแบบบรรจุภัณฑ์แห่งอนาคตที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศที่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างประเทศฝั่งยุโรปและญี่ปุ่น ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศแรกในโลกที่นำบรรจุภัณฑ์ Tetra Recart® มาบรรจุโจ๊ก และกำลังเตรียมที่จะขยายโอกาสนำบรรจุภัณฑ์นี้ไปใช้กับเมนูอื่นๆ 
  • Tetra Recart® น้ำหนักเบา พกพาง่าย เก็บได้ในอุณหภูมิห้องปกติ ไม่ต้องแช่เย็น ด้วยระบบ Retort ที่ช่วยปกป้องและเก็บรักษาคุณภาพของอาหารได้นาน 2 ปีโดยไม่ใส่สารกันบูด และยังเป็นบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

คุณมองเห็นและมองหาอะไรใน ‘บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม’ หากถามคนทำธุรกิจ คงมองหาแพ็กเกจที่มีประสิทธิภาพในการเก็บรักษาสินค้าของคุณได้อย่างดี หากคุณคือผู้บริโภคที่กำลังยืนอยู่หน้าเชลฟ์ซึ่งเรียงรายไปด้วยแพ็กเกจหลากหลายรูปแบบ ดีไซน์ที่โดดเด่นคงจะเป็นสิ่งแรกที่คุณมองเห็น แต่สำหรับ ‘เต็ดตรา แพ้ค’ (Tetra Pak) ผู้นำเสนอโซลูชันการแปรรูปอาหารและบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำของโลกสัญชาติสวีเดนที่ดำเนินธุรกิจมากว่า 60 ปี และเข้ามาบุกตลาดนำนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเข้ามาในประเทศไทยกว่า 40 ปี มองเห็นและมองหา ‘บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม’ ในมิติที่ลึกและกว้างกว่าเดิม

 

Tetra Recart®

 

โซลูชันบรรจุภัณฑ์หลายร้อยรูปแบบ ถูกผลิตและพัฒนาด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัยภายใต้พันธกิจ ‘Protects What’s Good’ ปกป้องทุกคุณค่า ยึดหลักการดำเนินธุรกิจในเรื่องความยั่งยืนด้วยการปกป้อง อาหาร ผู้คน และโลก

 

บรรจุภัณฑ์ของ เต็ดตรา แพ้ค เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายทั่วโลกด้วยกล่องรูปทรงสี่เหลี่ยม รุ่น Tetra Brik® Aseptic และกล่องรูปทรงแปดเหลี่ยม รุ่น Tetra Prisma® Aseptic ซึ่งเป็นแพ็กเกจที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มเป็นหลักอย่าง นม น้ำผลไม้ นมถั่วเหลือง ปี 2546 บริษัทเริ่มมองหาความท้าทายใหม่ๆ ในการสร้างนวัตกรรมด้านอาหาร ขยับมาจับ Category Food เปิดตัวบรรจุภัณฑ์รุ่น Tetra Recart® นวัตกรรมกล่องกระดาษครั้งแรกในโลกที่สามารถบรรจุอาหาร เช่น ข้าวโพดหวาน ถั่ว อาหารเด็ก ซุป และโจ๊ก

 

Tetra Recart® บรรจุภัณฑ์แห่งอนาคตที่พร้อมจะปกป้องอาหาร ผู้คน และสิ่งแวดล้อม 

ข้อมูลเบื้องต้นที่ THE STANDARD ได้รับก่อนเข้าไปพูดคุยกับ สุภนัฐ รัตนทิพ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด เกี่ยวกับจุดเด่นของบรรจุภัณฑ์ Tetra Recart® ทั้งเรื่องประสิทธิภาพในการปกป้องคุณค่าของอาหารได้นานกว่า 2 ปีโดยไม่ใส่สารกันบูด เก็บได้ในอุณหภูมิห้องปกติไม่ต้องแช่เย็น น้ำหนักเบา จัดเก็บง่าย และขึ้นชื่อว่าผลิตโดย เต็ดตรา แพ้ค ทุกส่วนของบรรจุภัณฑ์สามารถนำไปรีไซเคิลได้ และรายละเอียดในกระบวนการผลิตอีกมากมายที่จะทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าบรรจุภัณฑ์ที่ประทับตรา เต็ดตรา แพ้ค ปกป้องทุกคุณค่าได้จริงดั่งคำมั่นสัญญา  

 

Tetra Recart®

 

“ต้องเล่าว่า Tetra Recart® ทางบริษัทแม่ที่สวีเดนเขามีการพัฒนาและผลิตมาก่อนแล้ว ซึ่งประเทศในยุโรปหลายประเทศก็ใช้บรรจุภัณฑ์ Tetra Recart® มาสักพัก เนื่องจากประเทศเหล่านั้นให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างมาก ถ้าเป็นแถบบ้านเราที่ใช้มากที่สุดก็คือญี่ปุ่น ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ใช้กล่องรุ่น Tetra Recart® หลายแบรนด์ที่จำหน่ายที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ผลิตโดยเรา แต่เป็นการผลิตและส่งออก 100% จึงไม่มีสินค้าเหล่านั้นจำหน่ายที่เมืองไทย แต่ถ้าพูดถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่นำบรรจุภัณฑ์ Tetra Recart® มาบรรจุโจ๊กและยังเป็นเจ้าแรกของโลก ซึ่งเรากำลังเตรียมที่จะขยายโอกาสนำบรรจุภัณฑ์นี้ไปใช้กับอาหารเมนูอื่นๆ เพราะทางฝั่งยุโรปก็นำไปบรรจุซุป สปาเก็ตตี อาหารเด็ก และอาหารสัตว์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Tetra Recart® สามารถบรรจุอาหารได้หลายรูปแบบ”

 

ส่วนเรื่องกระบวนการผลิตด้วยระบบ Retort ที่ช่วยปกป้องและเก็บรักษาคุณภาพของอาหารได้นานขึ้น สุภนัฐอธิบายเพิ่มเติมว่า “กระบวนการ Retort ไม่ได้เป็นกระบวนการใหม่ ปัจจุบันผลิตภัณฑ์อาหารกระป๋องก็ผลิตขึ้นจากกระบวนการนี้ เพียงแต่เราเปลี่ยนจากกระป๋องมาเป็นการนำกล่องเข้าเครื่องบรรจุอาหารแล้วปิดผนึกให้สนิทก่อนนำไปเข้าเครื่อง Retort เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในอาหารด้วยความร้อนและความดัน กระบวนนี้จะช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับอาหารได้โดยไม่ต้องใส่สารกันบูด”

 


เชื่อว่าผู้บริโภคน่าจะอยากรู้เช่นกันว่า ระยะเวลา 2 ปีที่อาหารบรรจุอยู่ใน Tetra Recart® ซึ่งปิดผนึกอย่างดี ฆ่าเชื้อด้วยกรรมวิธีที่ทันสมัย รวมถึงเลเยอร์ 6 ชั้น โดยจะมีชั้นอะลูมิเนียมฟอยล์เป็นตัวป้องกันไม่ให้แสง กลิ่น ออกซิเจน เข้าไปทำปฏิกิริยากับอาหารที่อยู่ข้างในได้ คุณค่าของสารอาหารหรือรสชาติจะยังคงอยู่จริงหรือไม่ สุภนัฐบอกว่า “เต็ดตรา แพ้ค มีทีมวิจัยที่ทำหน้าที่ตรวจสอบคุณค่าของอาหารเพื่อให้มั่นใจว่าบรรจุภัณฑ์ของ เต็ดตรา แพ้ค ปกป้องอาหารได้อย่างแท้จริง ซึ่งไม่ต้องใส่สารกันบูด และบางผลิตภัณฑ์ก็อาจเก็บได้นานกว่า 2 ปี”

 

Tetra Recart®

 

Tetra Recart® ประหยัดพื้นที่ จัดเก็บง่าย จุดเด่นของบรรจุภัณฑ์ที่จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมอาหารส่งออก 

องค์ประกอบทั้ง 6 ชั้นของกล่อง Tetra Recart® ร่วมกันทำหน้าที่สร้างความแข็งแรงให้กับบรรจุภัณฑ์ ทำให้สามารถวางเรียงซ้อนกันบนเชลฟ์ได้โดยที่บรรจุภัณฑ์ไม่เปลี่ยนรูปหรือมีรอยบุบแม้จะผลิตจากกระดาษก็ตาม และยังได้เปรียบเรื่องน้ำหนักที่เบา ช่วยให้ประหยัดพื้นที่จัดเก็บ เจ้าของธุรกิจที่ทำอุตสาหกรรมอาหารส่งออกหากมองให้รอบด้านจะเห็นว่า นี่จะเป็นแพ็กเกจที่ช่วยลดต้นทุนการส่งออกได้มหาศาล อาทิ ปริมาณการขนส่งต่อรอบได้มากขึ้น ในขณะที่ค่าน้ำหนักก็ลดลง

 

“ผมมองว่าเมืองไทยเป็นประเทศที่ส่งออกอาหารเยอะ และส่วนมากจะอยู่ในรูปแบบกระป๋อง อาจจะมีรูปแบบกล่องบ้าง แต่เป็นกล่องระบบ UHT อย่างพวกกะทิ โดยจุดเด่นของ Tetra Recart® คือ สามารถบรรจุอาหารชิ้น มีน้ำหนักเบา จัดเก็บง่าย ไม่กินพื้นที่ นี่คือข้อดีสำหรับอุตสาหกรรมอาหารส่งออก ที่สำคัญเป็นบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจต่ออุตสาหกรรมอาหารตรงที่ในบางประเทศค่อนข้างให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม นี่อาจเป็นช่องทางให้คุณสามารถเปิดตลาดต่างประเทศได้

 

“และต้องไม่ลืมว่าจุดเด่นเหล่านี้ยังดีต่อผู้บริโภค ตัวกล่องเปิดง่ายแค่ดึงฝากล่องด้านบนขึ้นและฉีกตามรอยประด้วยมือโดยไม่ต้องใช้กรรไกรก็เทออกรับประทานได้ทันที ตอบโจทย์ในเรื่องความสะดวกสบายที่ผู้บริโภคยุคใหม่มองหา และยังเหมาะสำหรับคนชอบเดินทาง ตั้งแคมป์ เพราะพกง่าย น้ำหนักเบา ประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ” 

 

Tetra Recart® ต้นแบบบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ตั้งแต่แนวคิด วัตถุดิบ จนวนกลับสู่กระบวนการรีไซเคิล

เป็นคอนเซปต์ของเต็ดตรา แพ้ค ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ใดๆ ก็ตาม เราจะคัดสรรตั้งแต่ต้นทาง อย่างบรรจุภัณฑ์ที่นำมาใช้ในนวัตกรรม Tetra Recart® มีกระดาษเป็นส่วนประกอบมากกว่า 2 ใน 3 ซึ่งกระดาษทั้งหมดที่เราใช้เป็นกระดาษที่มีการรับรองโดย FSC™ (Forest Stewardship Council™) หมายความว่ากระดาษเหล่านั้นมาจากป่าปลูกเชิงพาณิชย์ที่มีการตัดแล้วปลูกทดแทนใหม่ในปริมาณที่มากกว่าและผ่านการบริหารจัดการอย่างมีความรับผิดชอบเท่านั้น

 

“แน่นอนว่าเรายังให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตแต่ใช้ทรัพยากรน้อยไม่ว่าจะเป็นน้ำ ลม ไฟ ทำให้เกิดการปล่อยคาร์บอนต่ำ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ในฐานะที่เราเป็น End-to-End Provider จึงมีการทำงานร่วมกับลูกค้าในไซต์งานเพื่อให้คำแนะนำในกระบวนการผลิตของลูกค้าว่าจะลดการใช้น้ำหรือนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างไร อีกส่วนก็เป็นการทำงานกับภาครัฐ ภาคเอกชน ในการสร้างความรู้ สร้างระบบการจัดเก็บบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วกลับสู่กระบวนการรีไซเคิล”

 

สุภนัฐฝากถึงผู้บริโภคที่สนใจเรื่องบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกว่า การดูว่าบรรจุภัณฑ์นั้นๆ รีไซเคิลได้อย่างเดียวไม่พอ เพราะการรีไซเคิลเป็นเพียงส่วนประกอบเดียวของวัฏจักร สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ Life Cycle Assessment: LCA หรือการประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์นั้นต้องดูตั้งแต่ต้นทาง เช่น บรรจุภัณฑ์นี้ทำมาจากอะไร ใช้พลังงานมากน้อยแค่ไหนในกระบวนการผลิต การขนส่งช่วยลดการใช้พลังงานหรือไม่ ไปจนถึงการรีไซเคิลผลิตภัณฑ์นั้นๆ ใช้พลังงานเยอะขนาดไหน และถ้าพิจารณาตาม Life Cycle Assessment แบบที่สุภนัฐบอก Tetra Recart® ก็คงผ่านเกณฑ์ทุกกระบวนการ  

 

Tetra Recart®

 

เมื่อผู้บริโภคและธุรกิจขานรับเทรนด์สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ในฐานะแบรนด์ที่ทำธุรกิจภายใต้แนวคิด Sustainability มาโดยตลอด มองเห็นโอกาสและความท้าทายอย่างไร 

“Sustainability เป็นสิ่งที่ เต็ดตรา แพ้ค ทำมานานแล้ว ทั้งในแง่ของการดำเนินธุรกิจอย่างที่เล่าไปแล้วข้างต้น หรือในส่วนของกิจกรรมที่เราทำกับหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นราชการหรือเอกชนในการรณรงค์จัดเก็บกล่องที่ใช้แล้วเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ผ่านโครงการหลังคาเขียวเพื่อมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ด้วยการรีไซเคิลกล่องใช้แล้วเป็นแผ่นหลังคา หรือโครงการกล่อง UHT รีไซเคิลได้ โดยสนับสนุนให้มีการรวบรวมกล่องนมจากหลายหน่วยงาน เช่น โรงเรียนต่างๆ และในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้กับเด็กๆ ในโรงเรียนเกี่ยวกับโครงการเหล่านี้ พร้อมสร้างการรับรู้เกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วย เรามองว่าในประเทศไทยยังอยู่ในจุดเริ่มต้น ตอนนี้คนเริ่มตระหนักแล้วว่าเราต้องใส่ใจสิ่งแวดล้อม ขั้นต่อไปคือ เราจะทำอย่างไรให้การตระหนักที่เกิดขึ้นเปลี่ยนแปลงการกระทำและทำจนเป็นนิสัย ช่วงแรกที่ทำกิจกรรมต่างๆ  ยอมรับว่ายากเพราะคนยังไม่ค่อยตระหนัก แต่ตอนนี้เทรนด์มา พอเราจะผลักดันโครงการหรือกิจกรรมอะไรก็ง่ายขึ้น นี่เป็นผลดีที่เห็นได้ชัด

 

“แต่หากถามถึงความท้าทายหรือโอกาสในแง่ของธุรกิจ เราพบข้อมูลที่น่าสนใจคือ ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์รวมถึงบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ต้องปลอดภัยต่อเขาและปลอดภัยต่อโลก แบรนด์ต่างๆ ก็เริ่มหันมาสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม เราในฐานะผู้ผลิตก็รวบสองสิ่งนี้เข้าด้วยกัน ลองนึกดูว่าเวลาบรรจุภัณฑ์ตั้งอยู่บนเชลฟ์ สิ่งที่ผู้บริโภคเห็นคือแบรนด์ของลูกค้าเรา ผมว่านี่คือโอกาสของแบรนด์ต่างๆ ที่กำลังมองหานวัตกรรมใหม่ๆ ที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม เรามีบรรจุภัณฑ์ที่ใส่ใจทั้งความปลอดภัยของอาหารและสิ่งแวดล้อม แบรนด์มีสินค้าที่ดี และผู้บริโภคพร้อมจะสนับสนุนแบรนด์เหล่านั้น เพราะการที่เขาซื้อสินค้าเท่ากับเขาได้มีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย”

 

สุภนัฐย้ำอีกว่า เรื่องสิ่งแวดล้อมมาแน่และจะคงอยู่ตลอดไป ดังนั้นใครเริ่มก่อนย่อมได้ประโยชน์ชัดเจน “ในฐานะผู้ผลิตเราก็อยากทำงานกับพาร์ตเนอร์ที่มองเห็นโอกาส เริ่มก่อนได้เปรียบ ทำให้ตัวเองไปอยู่ในจุดนั้นก่อนที่จะถูกบังคับ ท้ายที่สุดไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือผู้บริโภค ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งจะบังคับให้ผู้ผลิตเปลี่ยนอยู่ดี ไม่เช่นนั้นคุณก็จะไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้”   

 

Tetra Recart®

 

Renewable Material หรือวัสดุหมุนเวียนแบบ 100% ภายในปี 2030 เป้าหมายใหญ่ที่อาจจะไปถึงเร็วกว่ากำหนด

นับจากวันนี้ยังมีเวลาอีก 9 ปี กว่าจะถึงไทม์ไลน์ที่ตั้งไว้ แต่สุภนัฐเปรยว่ามีโอกาสที่อาจจะทำตามเป้าได้เร็วกว่ากำหนด

 

“เพราะเราไม่หยุดที่จะเติมเต็ม Portfolio ด้วยบรรจุภัณฑ์ชนิดใหม่ เรามีกล่องรุ่นที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติที่ทดแทนได้ทั้งหมดในตลาดโลกแล้ว และจะขยายไปสู่กล่องรุ่นอื่นๆ และตลาดอื่นๆ ที่พร้อมใช้ การพัฒนาฝากล่องที่ทำเป็น Bio Base ชานอ้อย หรือการสร้างวัสดุที่เป็น Bio Base PE เพื่อทดแทนการใช้พลาสติกที่เป็น Fossil Base หรือการลงทุนพัฒนา Tetra Recart® ก็เป็นไปตามโจทย์ที่จะทำเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น หรืออย่างน้อยก็ต้องไม่ให้เกิดขยะเพิ่มขึ้น

 

“ปัจจุบันบรรจุภัณฑ์ของเราเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำอยู่แล้ว เพราะทำจากวัตถุดิบที่เกิดขึ้นใหม่ได้ตามธรรมชาติ (Renewable Material) ราว 70% แต่สิ่งที่เราต้องไปต่อในแง่ของนวัตกรรมคือการมุ่งไปสู่ 100% ของบรรจุภัณฑ์ที่ทำมาจากวัสดุหมุนเวียนหรือทดแทนได้ภายในปี 2030 เพื่อสร้างความยั่งยืนในวงจรที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และนำไปสู่การสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์แห่งอนาคต” 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising