สำหรับข้อเสนอสำคัญของแนวคิดระบอบคนทำงาน ประกอบด้วย การเปิดทางให้ประชาชนเข้าชื่อเสนอร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร การพัฒนาสภาอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การลดขั้นตอนและคณะกรรมการที่ซ้ำซ้อน การกำหนดกรอบเวลาการทำงานที่ชัดเจน การนำระบบตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPI) มาใช้ประเมินประสิทธิภาพการทำงาน ตลอดจนการผลักดันความโปร่งใสผ่านการเปิดเผยข้อมูลและผลการลงมติของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร
ศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง หัวหน้าทีมคนทำงาน กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นการปรับเปลี่ยนมุมมองจากการเมืองแบบเดิมไปสู่การเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยระบบการทำงานและผลลัพธ์ที่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้
“กรุงเทพมหานครต้องการมากกว่าคนที่มีตำแหน่ง แต่ต้องการระบบที่ทำให้งานเดินหน้าได้จริง ระบอบคนทำงานคือการทำให้สภา กทม. เป็นพื้นที่ทำงานเพื่อประชาชน ไม่ใช่เพียงพื้นที่อภิปราย แต่เป็นพื้นที่ที่สามารถแก้ปัญหาและส่งมอบผลลัพธ์ให้คนกรุงเทพฯ ได้อย่างเป็นรูปธรรม” ศ.ดร.ดวงฤทธิ์ กล่าว
หัวหน้าทีมคนทำงาน ระบุเพิ่มเติมว่า หากข้อเสนอเหล่านี้ได้รับการผลักดันจนเกิดผลในทางปฏิบัติ จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานของสภา กทม. ทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น และส่งเสริมให้การแก้ไขปัญหาของเมืองเป็นไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ทีมคนทำงานยืนยันว่า เป้าหมายสำคัญของแนวคิด “ระบอบคนทำงาน” คือการสร้างสภา กทม. รูปแบบใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วม สามารถตรวจสอบได้ และมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ในการแก้ไขปัญหาเมืองเป็นสำคัญ


