การประชุมนัดแรกของ ‘คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข’ ตามกฎหมายว่าด้วยการนิรโทษกรรมคดีการเมือง มีขึ้นในวันนี้ (21 กันยายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมี ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการ
ประเด็นสำคัญ
ปกรณ์ระบุว่า กฎหมายนิรโทษกรรมมีเป้าหมายเพื่อยุติการดำเนินคดีและลบประวัติอาชญากรรม หวังแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อมากว่า 20 ปี เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองให้กลับคืนสู่สังคม
ปกรณ์กล่าวด้วยว่า ประเด็นสำคัญที่กฎหมายกำหนดไว้คือเรื่องของการนิรโทษกรรม โดยส่วนที่มีการดำเนินคดีไปแล้วต้องให้มีการยุติและจำหน่ายคดี รวมถึงดำเนินการลบประวัติอาชญากรรมต่างๆ ให้เรียบร้อย
▪️เปิดชื่อ 9 คณะกรรมการนิรโทษกรรมคดีการเมือง
สำหรับโครงสร้างของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 9 คน ได้แก่
- นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการ โดยมอบหมายรองนายกรัฐมนตรี ปกรณ์ นิลประพันธ์
- พล.ต.อ. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นรองประธานกรรมการ
- หรรษา หอมหวล เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เป็นกรรมการ
- ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นกรรมการ
- ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นเลขานุการคณะกรรมการ
- วุฒิสาร ตันไชย ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เสนอชื่อโดยวิปรัฐบาล
- ทิชา ณ นคร ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เสนอชื่อโดยวิปฝ่ายค้าน
- ยุทธพร อิสรชัย ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เสนอชื่อโดยประธานสภาผู้แทนราษฎร
- คณพล จันทร์หอม ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เสนอชื่อโดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)
▪️ข้อสังเกตต่อการตั้งอนุกรรมการกลั่นกรองคดี
ในที่ประชุม ปกรณ์ระบุว่าจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการฯ ขึ้นมา 2 ชุด ชุดแรกจะเป็นชุดพิจารณากลั่นกรองข้อร้องเรียน ชุดที่สอง เป็นชุดสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชน แล้วจะเปิดช่องทางรับข้อร้องเรียน
สำหรับเรื่องที่อยู่อยู่ระหว่างดำเนินการของหน่วยงานต่างๆ เบื้องต้นสำนักงานปลัดสำนักงานสำนักนายกรัฐมนตรี จะเสนอขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงผลการดำเนินดำเนินการตามกฏหมายฉบับนี้ ว่าได้ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง กี่คดี เป็นอย่างไร โดยรายงานมาที่คณะกรรมการภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งจะมีมติและบันทึกการประชุมออกมา
หลังจากนั้นจะมีการตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง และเปิดช่องทางให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมในทางคดีมาตรวจสอบข้อมูล และอาจมีช่องทางว่ากรณีไหนที่ยังตกหล่นสามารถร้องทุกข์ผ่านคณะกรรมการชุดนี้ได้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการเป็นที่สุด เพื่อที่จะยุติความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจ และเสริมสร้างสังคมสันติสุขขึ้นมาให้ได้เสียที
“เราต้องการเห็นกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ทันที และต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 180 วัน นับจากวันนี้ ถึงประมาณเดือนมีนาคมปีหน้า” ปกรณ์กล่าว
▪️ขอบเขตอำนาจของคณะกรรมการนิรโทษกรรม
ขณะที่อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯ ตามมาตรา 6 ของพระราชบัญญัติดังกล่าว ได้กำหนดสิทธิและหน้าที่สำคัญไว้ดังนี้
- วินิจฉัยชี้ขาดการได้รับนิรโทษกรรมและการพ้นจากความรับผิดทั้งปวงตามพระราชบัญญัตินี้
- รับเรื่องร้องขอการนิรโทษกรรมจากผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง โดยต้องจัดให้มีช่องทางและอำนวยความสะดวกในการร้องขอ
- เรียกเอกสาร สิ่งของ หรือบุคคลมาให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณา
นอกจากนี้ กฎหมายยังกำหนดให้คำวินิจฉัยชี้ขาดตามข้อ 1 ถือเป็นที่สุด และมีผลผูกพันให้หน่วยงานของรัฐในกระบวนการยุติธรรมต้องรับไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป












