สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพมหานครเฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เรื่อง ‘การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คนที่ 18 (ครั้งที่ 3)’ ซึ่งทำการสำรวจทั้งทางออนไลน์และภาคสนามระหว่างวันที่ 9-12 มิถุนายน 2569 จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,029 คน
ประเด็นสำคัญ
ผลการสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มสำคัญในมิติทางรัฐศาสตร์ที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งกำลังส่งสัญญาณเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคของการเมืองเชิงประสิทธิภาพ (Performance-based Politics) โดยเลือกพิจารณาจากผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้ คุณภาพผู้นำ และความสามารถในการแก้ปัญหาของตัวบุคคลมากกว่าการยึดโยงกับอุดมการณ์หรือแบรนด์พรรคการเมืองเพียงอย่างเดียว
• ชัชชาติยังนำโด่งเกินครึ่ง ขณะความนิยม ‘ส.ก. อิสระ’ ขึ้นแซงพรรคประชาชน
ความคิดเห็นของคนกรุงเทพมหานครต่อคำถามที่ว่าอยากให้ใครเป็นผู้ว่าฯ กทม. คนต่อไป พบว่า อันดับ 1 คือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (สมัครในนามอิสระ) ได้รับคะแนนนิยมสูงสุดถึง 60.08% ทิ้งห่างอันดับ 2 คือ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (พรรคประชาชน) ซึ่งได้ 13.17% อย่างมีนัยสำคัญ
ตามมาด้วยอันดับ 3 มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข (อิสระ) 7.39% อันดับ 4 อนุชา บูรพชัยศรี (พรรคประชาธิปัตย์) 3.89% อันดับ 5 คมสัน พันธุ์วิชาติกุล (อิสระ) 1.28% และอันดับ 6 ม.ล. กรกสิวัฒน์ เกษมศรี (อิสระ) 1.09% โดยมีผู้เลือกผู้สมัครอื่น ๆ 1.03% และกลุ่มที่ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจอีก 12.07%
ขณะที่พฤติกรรมการตัดสินใจเลือกสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ผลสำรวจพบว่า คนกรุงเทพฯ เทคะแนนให้กับกลุ่มผู้สมัครอิสระมาเป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 35.39% รองลงมาคือพรรคประชาชน 28.88% พรรคเพื่อไทย 10.55% พรรคประชาธิปัตย์ 9.96% พรรคภูมิใจไทย 1.58% อื่น ๆ 1.12% และมีผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจเลือก ส.ก. อยู่ที่ 12.52%
• อ่านพฤติกรรมโหวตเตอร์เดิม คะแนนพรรคไม่เปลี่ยนมาเป็นคะแนนบุคคล?
สำหรับพฤติกรรมการลงคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเมื่อเปรียบเทียบกับประวัติการเลือกตั้งในอดีต จากข้อมูลการจำแนกกลุ่มผู้ที่เคยเลือกผู้ว่าฯ กทม. ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2565 พบว่า
‘กลุ่มที่เคยเลือก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ ในอดีต ระบุว่าจะยังคงเลือกชัชชาติในครั้งนี้ถึง 73.72% และเปลี่ยนไปเลือกชัยวัฒน์ 10.32% เลือกมัลลิกา 4.15% เลือกอนุชา 1.60% เลือกคมสัน 1.28% เลือก ม.ล. กรกสิวัฒน์ 0.20% เลือกอื่น ๆ 0.43% และยังไม่ตัดสินใจ 8.30%
‘กลุ่มที่เคยเลือกนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร (อดีตพรรคก้าวไกล)’ ในครั้งนี้ระบุว่าจะเลือกชัยวัฒน์ 44.12% และหันไปเลือกชัชชาติถึง 24.12% เลือกมัลลิกา 12.35% เลือกคมสัน 1.76% เลือก ม.ล. กรกสิวัฒน์ 1.29% เลือกอื่น ๆ 1.29% และยังไม่ตัดสินใจ 14.12% โดยไม่มีผู้เลือกอนุชาเลย (0%)
‘กลุ่มที่เคยเลือกนายสกลธี ภัททิยกุล’ ครั้งนี้ระบุว่าจะเลือกชัชชาติ 64.52% เลือกมัลลิกา 9.03% เลือกชัยวัฒน์ 7.74% เลือก ม.ล. กรกสิวัฒน์ 3.53% เลือกคมสัน 1.29% เลือกอื่น ๆ 1.29% และยังไม่ตัดสินใจ 14.84% โดยไม่มีผู้เลือกอนุชา (0%)
‘กลุ่มที่เคยเลือก สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์’ ครั้งนี้ระบุว่าจะเลือกชัชชาติ 41.86% และเลือกอนุชาที่เป็นตัวแทนจากพรรคเดียวกัน 23.26% เลือกชัยวัฒน์ 5.81% เลือกมัลลิกา 5.81% เลือก ม.ล. กรกสิวัฒน์ 2.91% เลือกอื่น ๆ 2.91% และยังไม่ตัดสินใจ 17.44% โดยไม่มีผู้เลือกคมสัน (0%)
‘กลุ่มที่เคยเลือก พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง’ ครั้งนี้ระบุว่าจะเลือกชัชชาติ 62.33% เลือกมัลลิกา 12.33% เลือกชัยวัฒน์ 5.48% เลือก ม.ล. กรกสิวัฒน์ 1.37% เลือกอนุชา 0.68% เลือกอื่น ๆ 1.37% และยังไม่ตัดสินใจ 16.44% โดยไม่มีผู้เลือกคมสัน (0%)
• โยงฐานเสียงเลือกตั้งใหญ่ สู่สนามเลือกตั้ง กทม.
เมื่อพิจารณาพฤติกรรมของผู้ที่เคยเลือก ส.ส. สังกัดพรรคการเมืองต่าง ๆ ในการเลือกตั้งใหญ่เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าในการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้จะเลือก ส.ก. จากพรรคใด พบข้อมูลดังนี้
‘กลุ่มที่เคยเลือกพรรคประชาชน’ ในการเลือกตั้งใหญ่ จะเลือก ส.ก. พรรคประชาชน 52.88% แต่มีกลุ่มที่หันไปเลือกผู้สมัครอิสระสูงถึง 33.90% เลือกพรรคเพื่อไทย 2.94% เลือกพรรคประชาธิปัตย์ 1.47% เลือกพรรคภูมิใจไทย 0.56% เลือกอื่น ๆ 0.90% และยังไม่ตัดสินใจ 7.35%
‘กลุ่มที่เคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์’ จะเลือก ส.ก. พรรคประชาธิปัตย์ 54.67% เลือกผู้สมัครอิสระ 28.89% เลือกพรรคประชาชน 10.67% เลือกพรรคเพื่อไทย 2.22% เลือกพรรคภูมิใจไทย 0.44% เลือกอื่น ๆ 0.44% และยังไม่ตัดสินใจ 2.67%
‘กลุ่มที่เคยเลือกพรรคเพื่อไทย’ จะเลือก ส.ก. พรรคเพื่อไทย 41.09% เลือกผู้สมัครอิสระ 32.73% เลือกพรรคประชาชน 5.09% เลือกพรรคประชาธิปัตย์ 3.64% เลือกพรรคภูมิใจไทย 0.36% เลือกอื่น ๆ 3.27% และยังไม่ตัดสินใจ 13.82%
‘กลุ่มที่เคยเลือกพรรคภูมิใจไทย’ จะเลือกผู้สมัครอิสระ 36.36% เลือกพรรคเพื่อไทย 16.16% เลือกพรรคประชาชน 11.79% เลือกพรรคประชาธิปัตย์ 11.11% เลือกพรรคภูมิใจไทยของตัวเองเพียง 7.07% เลือกอื่น ๆ 1.35% และยังไม่ตัดสินใจ 16.16%
‘กลุ่มที่เคยเลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ’ จะเลือกผู้สมัครอิสระสูงที่สุดถึง 53.06% เลือกพรรคประชาชน 28.57% เลือกพรรคประชาธิปัตย์ 12.24% เลือกพรรคเพื่อไทย 2.04% และยังไม่ตัดสินใจ 4.09% โดยไม่มีผู้เลือกพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคอื่น ๆ (0%)
• ผลโพลชี้คนกรุงฯ ตัดสินจากผลสำเร็จ เน้นตัวบุคคลมากกว่าภาพจำพรรค
ดร. พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล วิเคราะห์ว่า จากผลโพลทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา สะท้อนชัดเจนว่าคนกรุงเทพฯ ยังคงให้ความสำคัญกับตัวบุคคลเป็นหลัก โดยฐานเสียงเดิมของอดีตพรรคก้าวไกลและพรรคประชาชนส่วนหนึ่งยังไม่ได้เคลื่อนย้ายมาสนับสนุน ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร อย่างเบ็ดเสร็จ ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่าคะแนนนิยมของพรรคการเมืองไม่ได้แปรเปลี่ยนหรือส่งต่อมาเป็นคะแนนนิยมของผู้สมัครโดยอัตโนมัติ และการยอมรับในตัวผู้สมัครรายบุคคลยังคงเป็นปัจจัยชี้ขาดสำคัญในการตัดสินใจเลือกตั้งของคนเมือง
ด้าน ดร. งามประวัณ เอ้สมนึก คณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายเพิ่มเติมในเชิงรัฐศาสตร์ว่า ผลสำรวจนี้สะท้อนโครงสร้างความคิดของคนกรุงเทพฯ ที่ให้ความสำคัญกับ ‘ผลงานและตัวบุคคล’ มากกว่าการเมืองเชิงระบบพรรคอย่างชัดแจ้ง การที่ชัชชาติได้รับการสนับสนุนสูงถึง 60.08% แสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นต่อการบริหารเมืองยังอยู่ในระดับสูง และผู้มีสิทธิเลือกตั้งจากหลากหลายกลุ่มการเมืองพร้อมที่จะข้ามเส้นแบ่งของพรรคเพื่อสนับสนุนผู้ที่พิสูจน์ผลงานได้จริง
ขณะเดียวกัน แม้พรรคประชาชนจะยังรักษาความแข็งแกร่งในฐานะพลังทางเลือกของคนเมือง โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างไว้ได้ แต่การที่ผู้สมัครอิสระได้รับความนิยมสูงทั้งในระดับผู้ว่าฯ และ ส.ก. เป็นการส่งสัญญาณจากคนกรุงเทพฯ ว่าคุณภาพของผู้นำและความสามารถในการแก้ปัญหามีน้ำหนักเหนือกว่าแบรนด์พรรคการเมือง พฤติกรรมเช่นนี้ชี้ให้เห็นว่าการเมืองกรุงเทพฯ กำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ประชาชนตัดสินนักการเมืองจากผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้จริง มากกว่าความนิยมเชิงอารมณ์ ซึ่งอาจกลายเป็นทิศทางและหมุดหมายสำคัญของพฤติกรรมผู้มีสิทธิเลือกตั้งไทยในอนาคต


