วันนี้ (29 สิงหาคม) ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้เปิดเผยผลการปฏิบัติการเข้าช่วยเหลือนักศึกษา 2 ราย ที่ตกเป็นเหยื่อการข่มขู่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน พร้อมถอดบทเรียนกลโกงเพื่อเตือนภัยสังคม
เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นที่จังหวัดมหาสารคาม เมื่อเจ้าหน้าที่ ACSC ประสานตำรวจ สภ.เมืองมหาสารคาม เข้าตรวจสอบและระงับเหตุนักศึกษาอายุ 18 ปี ที่กำลังจะถอนเงินสดจำนวน 310,000 บาท เพื่อโอนให้มิจฉาชีพ
ความโชคดีของกรณีนี้คือ เจ้าหน้าที่ธนาคารสังเกตเห็นความผิดปกติของผู้เสียหาย จึงพยายามประวิงเวลาในการทำธุรกรรมและรีบแจ้งตำรวจเข้ามาระงับเหตุได้ทันควัน
จากการสอบปากคำ ผู้เสียหายระบุว่าได้รับสายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ AIS และตำรวจ สภ.เมืองพิจิตร (ปลอม) ข่มขู่ว่าบัญชีของตนพัวพันคดีฟอกเงิน พร้อมส่งเอกสารราชการปลอมผ่านแอปพลิเคชัน LINE เพื่อสร้างความหวาดกลัว มิจฉาชีพได้บีบคั้นให้ผู้เสียหายต้องแต่งเรื่องหลอกผู้ปกครองว่า ต้องใช้เงินด่วนเพื่อไปศึกษาต่อต่างประเทศ เพื่อนำเงินมาโอนให้ ปปง. ตรวจสอบภายใน 30 นาที และห้ามบอกใครเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นครอบครัวจะถูกออกหมายจับด้วย
เหตุการณ์ที่สองมีความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งกว่า เกิดขึ้นในพื้นที่ สภ.พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เมื่อนักศึกษาหญิงอายุ 22 ปี ถูกมิจฉาชีพอ้างเป็นตำรวจ สภ.เมืองระนอง ข่มขู่ในลักษณะเดียวกัน ทว่าครั้งนี้คนร้ายออกอุบายให้ผู้เสียหายไปเปิดห้องเช่าอยู่เพียงลำพัง และบังคับให้เปิดวิดีโอคอลตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อครอบงำและควบคุมพฤติกรรม
ด้วยความกลัว ผู้เสียหายถูกบังคับให้โทรหลอกครอบครัวว่าได้รับทุนศึกษาต่อต่างประเทศ แต่ต้องมีเงินติดบัญชี 1 ล้านบาท จากนั้นคนร้ายได้สั่งให้ถอนเงินสดและนำไปส่งมอบให้ ‘ม้าหน้างาน’ (ผู้ชายที่มารอรับเงิน) ที่ลานจอดรถของโรงแรม ต่อมาคนร้ายยังรีดไถเพิ่มอีก 5 แสนบาท โดยอ้างว่าเป็นค่าค้ำประกันลำดับคิวทุนเรียนต่อ
ความแตกเมื่อผู้เสียหายถูกรีดไถเพิ่มอีก 1 แสนบาท จนต้องไปขอยืมแฟนหนุ่มและเพื่อน พ่อของผู้เสียหายและแฟนหนุ่มเกิดความเอะใจจึงแจ้งตำรวจเข้าช่วยเหลือในวันที่ 28 สิงหาคม รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1.5 ล้านบาท โดยขณะนี้ตำรวจทราบตัวบุคคลที่มารับเงินสดแล้ว และอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี
จากพฤติการณ์ดังกล่าว ศูนย์ ACSC ขอแจ้งเตือนประชาชนและนักศึกษาให้ระมัดระวังกลโกงของมิจฉาชีพ พร้อมย้ำหลักการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ
- ไม่มีการส่งเอกสารราชการ หมายเรียก หรือหมายจับ ทาง LINE
- ไม่มีการวิดีโอคอลเพื่อสอบสวน หรือควบคุมตัว
- ไม่มีการบังคับให้โอนเงิน หรือนำทรัพย์สินไปมอบให้เพื่อ ‘ตรวจสอบความบริสุทธิ์’
พร้อมกันนี้ ได้ฝากข้อห่วงใยถึงผู้ปกครอง ให้หมั่นสังเกตพฤติกรรมของบุตรหลาน หากพบว่ามีการเก็บตัวเงียบ ปลีกวิเวก หรือมีการขอเงินก้อนใหญ่ผิดปกติโดยอ้างเรื่องค่าเทอมหรือทุนการศึกษา ขอให้ตรวจสอบกับทางมหาวิทยาลัยโดยตรง หากสงสัยว่ากำลังตกเป็นเหยื่อ สามารถโทรปรึกษาสายด่วนศูนย์ AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


