เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรเดินทางเยือนจีนครั้งแรกในรอบ 8 ปี ระหว่างวันที่ 28-31 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อ ‘รีเซ็ต’ และฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก
นายกฯ อังกฤษ เข้าพบ สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ณ มหาศาลาประชาชน เพื่อหารือระดับสูงและรับประทานอาหารค่ำร่วมกัน ก่อนที่จะหารือทวิภาคีกับหลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน เพื่อลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจและประเด็นความมั่นคงต่างๆ
สตาร์เมอร์เน้นย้ำถึงความต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่ ‘ซับซ้อนและลึกซึ้งยิ่งขึ้น’ (More Sophisticated) กับปักกิ่ง และมองว่าอังกฤษไม่ควรเพิกเฉยต่อจีน ขณะที่สีจิ้นผิง ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายควรพัฒนา ความสัมพันธ์ให้เป็น ‘หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม มั่นคง และระยะยาว’
ความตกลงทางเศรษฐกิจและการค้าที่สำคัญ
ในการเยือนครั้งนี้ สตาร์เมอร์พานักธุรกิจและตัวแทนวัฒนธรรมกว่า 50 คนร่วมคณะไปด้วย เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน
รัฐบาลอังกฤษแถลงว่า บริษัทอังกฤษสามารถบรรลุข้อตกลงส่งออกมูลค่า 2.2 พันล้านปอนด์ (ราว 1 แสนล้านบาท) และมีการตกลงให้สินค้าอังกฤษเข้าสู่จีนได้มากขึ้น คิดเป็นมูลค่าราว 2.3 พันล้านปอนด์ ในช่วง 5 ปีข้างหน้า
ขณะที่ AstraZeneca บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านยาและเวชภัณฑ์ประกาศแผนการลงทุนในจีนครั้งใหญ่เป็นประวัติศาสตร์ มูลค่า 1.1 หมื่นล้านปอนด์ (ราว 5 แสนล้านบาท) ภายในปี 2030 เพื่อขยายการผลิตยาและการวิจัย
ในภาคส่วนพลังงาน บริษัทสัญชาติอังกฤษอย่าง Octopus Energy กำลังรุกเข้าสู่ตลาดจีนเป็นครั้งแรกผ่านการเป็นพันธมิตรกับบริษัทท้องถิ่นอย่าง PCG Power เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับการซื้อขายไฟฟ้า โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในระบบไฟฟ้าและสนับสนุนความพยายามของจีนในการเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน
สำหรับ Octopus ซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วในสหราชอาณาจักร ข้อตกลงนี้ช่วยให้เข้าถึงตลาดพลังงานขนาดใหญ่และกำลังเติบโตของจีน ซึ่งมีความต้องการพลังงานสะอาดและการค้าแบบดิจิทัลเพิ่มสูงขึ้น
ส่วนบริษัทจีนอย่าง HiTHIUM ก็เตรียมลงทุน 200 ล้านปอนด์ ในอุตสาหกรรมกักเก็บพลังงานในอังกฤษ ซึ่งจะสร้างงานกว่า 300 ตำแหน่ง
อีกทั้งจีนยังตกลงที่จะลดภาษีนำเข้าสกอตช์วิสกี้ (Scotch Whisky) ลงครึ่งหนึ่ง เหลือเพียง 5% และ Pop Mart ผู้จัดจำหน่าย ART TOY ชื่อดังของจีนมีแผนจะตั้งศูนย์กลางระดับภูมิภาคในกรุงลอนดอนและเปิดสาขาอื่นๆ เพิ่มเติมในอังกฤษอีกด้วย
สิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ส่งผลต่อธุรกิจ
Free Visa 30 วัน: มีการประกาศข้อตกลงให้พลเมืองอังกฤษที่ไปเยือนจีนไม่เกิน 30 วันไม่ต้องขอวีซ่า อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่ากำลัง ‘พิจารณาอย่างจริงจัง’ และยังไม่มีการกำหนดวันเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่า มาตรการนี้จะช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากให้นักธุรกิจอย่างมาก
ยกเลิกการคว่ำบาตร สส.: จีนได้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของอังกฤษที่เคยถูกขึ้นบัญชีดำเนื่องจากการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องสิทธิมนุษยชน โดยสีจิ้นผิงระบุว่า ยินดีต้อนรับสมาชิกรัฐสภาอังกฤษทุกคน
สตาร์เมอร์ระบุว่า ได้มีการหารือแบบ ‘ให้เกียรติซึ่งกันและกัน’ เกี่ยวกับประเด็นที่ละเอียดอ่อน เช่น การคุมขังจิมมี่ ไล (Jimmy Lai) นักเคลื่อนไหวประชาธิปไตยในฮ่องกง และการปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อยชาวอุยกูร์ แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดผลลัพธ์ของการเจรจามากนัก
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการเดินทางเยือนจีนในครั้งนี้จะประสบความสำเร็จในแง่เม็ดเงินการลงทุน แต่สตาร์เมอร์ก็ยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองว่า ‘ยอมก้มหัว’ (Kowtowing) ให้กับสีจิ้นผิง โดยไม่คำนึงถึงภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่อาจจะตามมา อีกทั้งโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เตือนว่า การที่อังกฤษทำข้อตกลงกับจีนเป็นเรื่อง ‘อันตรายมาก’
สตาร์เมอร์ปฏิเสธคำเตือนดังกล่าว โดยระบุว่าสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ จะเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกัน แต่สหราชอาณาจักรก็ต้องมองหาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของตนเองและไม่ควรหลบหนีความจริงที่ว่าจีนเองก็เป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ 4 วันที่จีน สตาร์เมอร์จะเดินทางต่อไปยังกรุงโตเกียว เพื่อประชุมหารือกับ ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นอีกด้วย
ภาพ: Carl Court / Pool via Reuters
อ้างอิง:


