Menu
111686

นิ้ง โศภิดา มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 กับความฝันและโอกาสที่คว้ามาได้ไม่ใช่เพราะโชคช่วย

03.08.2018
  • LOADING...
  • Loading...

หลังจากได้รับตำแหน่งเพียงไม่นาน THE STANDARD มีโอกาสพูดคุยกับ นิ้ง-โศภิดา กาญจนรินทร์ สาวงามดีกรีเกียรตินิยมอันดับสอง สาขาไฟแนนซ์ จากมหาวิทยาลัยเนวาดา สหรัฐอเมริกา ที่คว้าตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 และสิทธิ์การเป็นตัวแทนประเทศไทยร่วมชิงมงกุฎบนเวทีมิสยูนิเวิร์สในบ้านเกิด ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประกวดรอบสุดท้ายขึ้นในวันที่ 17 ธันวาคม 2018 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

 

มาทำความรู้จักผู้หญิงคนนี้ให้เพิ่มมากขึ้นผ่านการถาม-ตอบ พร้อมกับการเตรียมความพร้อมของเธอก่อนการประชันความงามในช่วงปลายปีนี้จะเริ่มต้นขึ้น

 

 

ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง หลังจากได้รับตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018

เปลี่ยนแปลงไปเยอะเลยค่ะ เพราะว่านิ้งได้เป็นตัวแทนมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ไปประกวดเวทีระดับโลก เป็นสิ่งที่นิ้งอยากจะทำมานานมาก เราคาดหวัง คนไทยทุกคนคาดหวังมงกุฎที่ 3 และนิ้งก็รู้ดีว่ามัน 30 ปีแล้ว ตั้งแต่พี่ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ ได้รับตำแหน่งเมื่อปี 1988 ซึ่งนิ้งก็อยากจะทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด

 

การได้มีโอกาสไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ ประสบการณ์ตรงนี้สอนและเสริมสร้างความเป็นนิ้งในทุกวันนี้อย่างไร

โอกาสตรงนี้สอนเราได้เยอะมากเลยค่ะ เพราะว่าสมัยก่อนนิ้งเรียนที่วัฒนาวิทยาลัย นิ้งอยู่โรงเรียนประจำ เราก็จะต้องเริ่มฝึกทำอะไรทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่นิ้งก็ยังมีคุณพ่อคุณแม่ที่คอยช่วยเหลือนิ้งมาโดยตลอด แต่พอนิ้งไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เราต้องทำอะไรทุกอย่างด้วยตัวเอง จุดนี้สอนให้เห็นถึงความอดทนของคนเรา และการที่เราจะต้องรู้จักดิ้นรนขวนขวาย

 

เหมือนอยู่สหรัฐอเมริกามา 5 ปี นิ้งสามารถทำ Survival Book หรือเอาชีวิตรอดในต่างแดนได้ เพราะว่าเราจะต้องอยู่กับคนที่หลากหลายเชื้อชาติ ดังนั้นเราจะต้องเข้าหาเขาให้ได้ ซึ่งวัฒนธรรมของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน เราจึงจะต้องเป็นคนที่ open-minded ใจกว้างและมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ต้องมีน้ำใจกับคนอื่น ประสบการณ์ต่างๆ ตรงนี้ทำให้นิ้งเรียนรู้ว่า เราคนไทยนี่แหละเป็นคนที่ฝรั่งทุกคนรู้เลยว่าเราเป็นคนที่มีมิตรภาพที่ดีมาก นิ้งรับรู้ได้เลยค่ะว่านิ้งโตขึ้นเพราะว่าประสบการณ์ในสหรัฐอเมริกา

 

 

อะไรคือคุณสมบัติสำคัญ 3 ประการที่มิสยูนิเวิร์ส 2018 ควรจะต้องมีในความคิดของคุณ

อย่างแรก องค์รวมเลยก็จะต้องเป็น ความสวย ทั้งภายในและภายนอก ซึ่งเป็นของคู่กันอยู่แล้ว ส่วนอย่างที่ 2 อาจจะเป็นเรื่องของ ความรู้ เพราะว่านางงามสมัยใหม่ในยุค IMG จะต้องมีความรู้ระดับรอบโลกเลยทีเดียว รู้สถานการณ์บ้านเมืองและประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจ และอย่างที่สามจะต้องเป็นคนที่มี ความเข้มแข็ง เป็นคนที่สตรองโดยเฉพาะในเรื่องของจิตใจ เพราะว่าเราจะต้องเจอกับปัญหาต่างๆ เราจะต้องแก้ไขปัญหาสังคม นิ้งคิดว่าจริงๆ แล้วนางงามกับปัญหาสังคมเป็นของคู่กัน แยกขาดจากกันไม่ได้

 

ในฐานะที่นิ้งเป็นแฟนนางงามเวทีมิสยูนิเวิร์สคนหนึ่ง มิสยูนิเวิร์สหรือผู้เข้าประกวดคนใดที่คุณชื่นชอบมากที่สุดและเพราะอะไร

นิ้งชอบมิสยูนิเวิร์สทั้ง 3 ปีล่าสุดเลยค่ะ นิ้งชอบเปีย ไอริช และเดมีมาก ทั้ง 3 คนนี้มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง นิ้งสามารถเรียนรู้อะไรได้หลายอย่างจากพวกเขา พวกเขามีเสน่ห์ในตัวเองมาก สายงานอาชีพก็หลากหลาย เวลาที่เปียพูด เขาดูมีเสน่ห์มากค่ะ อย่างคุณหมอเอง เขาก็ใช้อาชีพหมอฟันของเขาในการช่วยเหลือคนอื่นๆ ในขณะที่เดมีเองก็เหมือนจะเคยถูกทำร้าย แต่เขาก็สู้มาได้ และเขาก็อยากจะให้ประเทศเขาและทั่วโลกรู้จักเรียนรู้ที่จะปกป้องตัวเองได้ คือทุกคนเป็นผู้หญิงที่สามารถจะเป็นอินฟลูเอนเซอร์ เป็นกำลังใจให้กับสังคมได้ ซึ่งนิ้งเองก็อยากจะเป็นผู้หญิงแบบนั้นค่ะ

 

 

อะไรคือจุดแข็งของคุณที่องค์กรอย่าง MUO จะต้องมองเห็นและตัดสินใจเลือกนิ้งเป็นมิสยูนิเวิร์สประจำปีนี้

นิ้งเป็นคนที่ไม่หยุดที่จะเรียนรู้ และสิ่งนี้สำคัญมากสำหรับผู้หญิงในยุค IMG (องค์กรที่ถือลิขสิทธิ์การจัดการประกวดต่อจากโดนัลด์ ทรัมป์) เพราะว่าเราจะต้องเป็นตัวแทนขององค์กรและเดินทางไปยังประเทศต่างๆ ทวีปต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งเราจะต้องมีความรู้พอสมควรที่จะสามารถโน้มน้าวคนหลายๆ ประเทศได้ ดังนั้นนิ้งเชื่อว่าการที่นิ้งเป็นคนไม่หยุดที่จะเรียนรู้นี้ จะตอบโจทย์ผู้หญิงในแบบ IMG ได้

 

ส่วนข้อด้อยของนิ้ง นิ้งมองว่าเป็นเรื่องของประสบการณ์ นิ้งประกวดเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์เป็นเวทีแรกและเวทีเดียว ซึ่งเราก็ไม่ได้มีประสบการณ์ในเรื่องของการเดิน การพูด หรือการเป็นนางงามมากนัก แต่นิ้งเชื่อว่าถ้าเราฝึกฝน เรามีความพยายาม เราก็สามารถที่จะเก่งขึ้นได้

 

 

ที่ผ่านมามีการวิเคราะห์นางงามจากประเทศอื่นๆ บ้างไหม สาวงามจากประเทศไหนน่าสนใจที่สุดในความคิดของคุณ

นิ้งเป็นแฟนนางงามเวทีนี้ นิ้งดูเรื่อยๆ เลยตั้งแต่เดือนมกราคมว่าใครได้ตำแหน่งบ้าง แต่สำหรับนิ้ง นิ้งไม่ได้มองว่าพวกเขาเป็นคู่แข่งเลยนะ นิ้งชอบเขาและมองว่าเขาเป็นเพื่อนคนหนึ่งด้วยซ้ำ ถ้าถามนิ้งว่าใครเป็นคนที่นิ้งคิดว่าน่าจะสตรองที่สุด ก็อาจจะต้องเป็น ซาราห์ โรส ซัมเมอร์ส (Sarah Rose Summers) Miss USA ประจำปีนี้ เพราะเขาเรียนจบด้าน Strategic Communications แถมมี Minor เป็น Business อีก แสดงว่าเขาจะต้องเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถมากๆ

 

3 ปีล่าสุด ตัวแทนสาวไทยบนเวทีมิสยูนิเวิร์สถือว่าทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ปัญหาหนึ่งของสาวไทยคือการตอบคำถามให้ชนะใจกรรมการ เฉียบคม และมีความเป็นสากล คุณได้เตรียมความพร้อมในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง

ในเรื่องของการเตรียมตัว สิ่งสำคัญที่สุดคือเราจะต้องศึกษาว่า เราจะทำอย่างไรถึงจะไม่รู้สึกประหม่าบนเวทีใหญ่ๆ เวลาที่เราพูดหรือตอบคำถาม หนึ่งในคำตอบนั้นคือ การเตรียมตัวให้พร้อม เราจะต้องศึกษาหาข้อมูลทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิสตรี สังคม สิ่งแวดล้อม การเมือง และกฎหมาย ทั้งในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลกว่า ขณะนี้เขากำลังมีประเด็นอะไรที่น่าสนใจเกิดขึ้นบ้าง เพราะทุกๆ อย่างมันสามารถประยุกต์ใช้ได้ ถ้าเราเตรียมสิ่งนี้มาตลอดก็อาจจะเพียงพอ อย่างนิ้ง นิ้งเตรียมตัวมาเรื่อยๆ ตั้งแต่เดือนมกราคม ต้องฝึกฝนเรื่อยๆ ในเรื่องของ Public Speaking ซึ่งถ้าเราเตรียมความพร้อม ณ ตรงนี้แล้ว พอเราไปจับไมค์อยู่บนเวทีโลก เราก็จะมีความมั่นใจและเนื้อหาที่เราเรียนมาก็จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ ณ จุดนั้นได้ค่ะ

 

 

จากกรณีที่มีการอนุญาตให้สาวข้ามเพศเข้าประกวดบนเวทีมิสยูนิเวิร์สได้ และในปีนี้ Ángela Ponce สาวข้ามเพศจากสเปนก็คว้ามงกุฎ พร้อมสิทธิ์ในการเป็นตัวแทนประเทศลงชิงชัยบนเวทีมิสยูนิเวิร์สในช่วงปลายปีนี้ นิ้งมีความคิดเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร

องค์กร Miss Universe เปิดรับ Transgender มาตั้งแต่ปี 2012 แล้ว อย่างแรกเลย ทุกการแข่งขันมีกฎกติกาที่พวกเราจะต้องเคารพและปฏิบัติตาม ดังนั้น มิสสเปนในประเทศเขาในทางกฎหมายแล้ว เขาคือผู้หญิงคนหนึ่ง และการที่เวทีนี้เปิดรับ Transgender ตั้งนานแล้ว แสดงให้เห็นว่าเวทีการประกวดนี้ต้องการสนับสนุนสิทธิความเท่าเทียมกันทางเพศของคนทุกคน และเป้าหมายของเวทีนี้คือ การได้ร่วมแชร์ความหลากหลายของผู้หญิงทุกคนบนเวทีนี้ ซึ่งมิสสเปนก็คือหนึ่งในความหลากหลายนั้น

 

ต่อไปคือการทดลองตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษของตัวแทนสาวไทยประจำปีนี้

 

 

What is the biggest challenge in your country, and why? (อะไรคือประเด็นที่ท้าทายที่สุดในประเทศของคุณ เพราะอะไร)

The biggest challenge in my country I want to focus in education and our children in Thailand because what I see is our children, Thai children They have talent but they don’t show it, especially women and every kid. They do have ability and talent in their own body and heart and soul but they didn’t show. I think because they scared and they cannot overcome the fear So, for me as Miss Universe, I want to lift up the society by helping them overcome the fears and show their abilities and talents.

 

(สิ่งที่เป็นความท้าทายที่สุดในประเทศ นิ้งมองว่าเป็นเรื่องการศึกษา เป็นเรื่องของเด็กๆ ในประเทศไทย เพราะสิ่งที่นิ้งเห็นคือ เด็กไทยล้วนมีพรสวรรค์แต่พวกเขาไม่ได้โชว์มันออกมา โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็กๆ พวกเขาต่างก็มีความรู้ ความสามารถ และพรสวรรค์ในตัวเองที่ไม่ได้แสดงออกมา นิ้งคิดว่าอาจจะเป็นเพราะพวกเขากลัวและไม่สามารถก้าวข้ามความกลัวเหล่านั้นได้ ดังนั้น นิ้งในฐานะมิสยูนิเวิร์ส นิ้งต้องการที่จะยกระดับสังคมไทย ด้วยการช่วยเหลือพวกเขาให้เอาชนะความกลัว พร้อมทั้งโชว์ศักยภาพและความสามารถพิเศษต่างๆ เหล่านั้นออกมา)

 

 

What do you think about same-sex marriage? Should Thailand be another country that enact this law, or not? (คุณคิดเห็นอย่างไรกับการสมรสของคู่รักเพศเดียวกัน และประเทศไทยควรเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ผ่านร่างกฎหมายนี้หรือไม่)

I agree. I think we should enact the law, same-sex Marriage. I think everyone in this world truely be equal and more importantly is everyone in Thai society should accept people no matter what they are. And so like other country, The United States endorsed and passed same-sex Marriage So, I do not think it is really big deal and you can pass the law to show that everyone has their own rights and they should have the same equal rights.

 

(เห็นด้วยค่ะ นิ้งคิดว่าพวกเราควรจะออกกฎหมายอนุญาตให้มีการสมรสของคู่รักเพศเดียวกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นิ้งคิดว่าทุกๆ คนในโลกใบนี้ต่างเท่าเทียมกันและที่สำคัญไปมากกว่านั้นคือ คนไทยควรที่จะยอมรับคนทุกคนไม่ว่าเขาจะเป็นใครเป็นเพศไหนก็ตาม เหมือนกับสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ที่ก็ต่างผ่านและประกาศใช้กฎหมายนี้แล้ว ดังนั้น สำหรับนิ้ง นิ้งไม่คิดว่าการออกกฎหมายดังกล่าวจะเป็นปัญหาใหญ่อะไร และคุณควรจะผ่านกฎหมายฉบับนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่า ทุกคนมีสิทธิเป็นของพวกเขาเอง และเป็นสิทธิที่เท่าเทียมกัน)

 

What has Thailand learned from Tham Luang Cave case? (อะไรคือ สิ่งที่ประเทศไทยเรียนรู้จากกรณีถ้ำหลวง)

Yeah, We learn a lot things. The first is our harmony. The world know our issue. We had attention from England, United States and other countries pay a lot of attention for this issue and they want to help us. So, what we learn is we got the great support throughout to everyone who can achieve anything. We pray for them to be safe and every rescuer to help them. Finally, at the end we have found them. So, this is the power of support, love and also harmony of everyone in this world.

 

(พวกเราได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง สิ่งแรกคือความสามัคคีกันของพวกเรา ทั่วทั้งโลกทราบและติดตามถึงเรื่องราวนี้ ไม่ว่าจะเป็นจากอังกฤษ สหรัฐอเมริกา และประเทศอื่นๆ ซึ่งพวกเขาต้องการที่จะช่วยเหลือเรา สิ่งที่เราได้เรียนรู้คือ เราได้รับความช่วยเหลือจากทุกๆ ฝ่ายอย่างดีมาโดยตลอด เพื่อให้ภารกิจในครั้งนี้ประสบผลสำเร็จ พวกเราต่างสวดมนต์ขอพรให้พวกเขา รวมถึงทีมช่วยเหลือทุกคนปลอดภัย และท้ายที่สุดพวกเราก็สามารถช่วยเหลือพวกเขาได้สำเร็จ และนี่คือพลังของการช่วยเหลือ ความรักและความสามัคคีของพวกเราทุกคนบนโลกใบนี้)

 

 

หากได้รับตำแหน่ง สิ่งแรกที่อยากจะบอกแฟนๆ นางงามชาวไทยที่คอยติดตามและให้กำลังใจคุณมาตลอด

30 ปีแห่งการรอคอย มันนานมาก ถ้าวันนั้นนิ้งทำได้ นิ้งก็จะบอกทุกคนว่า นิ้งทำได้แล้ว นิ้งทำสำเร็จแล้วนะ มงกุฎนี้นิ้งให้คนไทยทุกคน เพราะว่ามันมาจากแรงเชียร์ของคนไทยเราทุกคนที่รอคอยมาอย่างยาวนาน

 

ถ้าในวันนั้นนิ้งเดินไปไม่ถึงฝันจริงๆ แต่ถ้าเพอร์ฟอร์แมนซ์ของนิ้ง ทุกคนเห็นแล้วว่า เราทำได้ดี เราตั้งใจและทุกคนยอมรับ นิ้งก็ภูมิใจนะ ต่อให้นิ้งไม่ได้มงกุฎ แต่ถ้านิ้งชนะใจคนไทยทั้งประเทศ อันนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญมากเช่นกันค่ะ

 

สุดท้าย ขอกำลังใจจากพี่น้องแฟนนางงามทุกคน

ตอนนี้เหลือเวลาอีกประมาณ 5 เดือนเท่านั้นที่นิ้งจะเป็นตัวแทนสาวไทยไปประกวดมิสยูนิเวิร์ส นิ้งรู้ว่าทุกคนรอคอยมานานมากแล้ว แฟนๆ นางงามก็คอยให้กำลังใจและคอยซัพพอร์ตนิ้งมาตลอด นิ้งก็อยากจะขอกำลังใจและความรักจากแฟนๆ นางงามทุกคน ช่วยกันสนับสนุนนิ้งในการประกวดมิสยูนิเวิร์สรอบสุดท้ายที่บ้านเราปลายปีนี้ค่ะ

 

Stylist: ฐิติกาญจน์ กาญจนภักดี

FYI
  • ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประกวดมิสยูนิเวิร์สมาแล้ว 2 ครั้งในปี 1992 และปี 2005 ซึ่งการประกวดในปีนี้จะมีขึ้นในวันที่ 17 ธันวาคม ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี
  • อาร์เมเนีย คีร์กีซสถาน และมองโกเลีย เป็น 3 ชาติที่ส่งสาวงามตัวแทนประเทศเข้าร่วมชิงชัยบนเวทีมิสยูนิเวิร์สเป็นครั้งแรกในปีนี้
  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US