×

ศาลฎีกาสั่งจำคุก สมหญิง บัวบุตร อดีต สส.เพื่อไทย 3 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีทุจริตงบสนามฟุตซอล ชี้ก้าวก่ายงบ-ล็อกสเปก

โดย THE STANDARD TEAM
27.08.2026
  • LOADING...
ภาพเหมือนของ สมหญิง บัวบุตร อดีต สส.พรรคเพื่อไทย

วานนี้ (26 สิงหาคม) ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำที่ อม.อธ. 2/2567 หมายเลขแดงที่ อม.อธ. 4/2569 ระหว่าง อัยการสูงสุด โจทก์ กับ สมหญิง บัวบุตร จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 12 คน กรณีทุจริตการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 วงเงิน 45,000,000 บาท ในการก่อสร้างสนามฟุตซอลกลางแจ้งให้กับโรงเรียน 12 แห่งในเขตพื้นที่เลือกตั้ง

 

องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์พิพากษาว่า การกระทำของจำเลยมีความผิดตามกฎหมายหลายบท โดยจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ได้กระทำฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมกำหนดรายชื่อโรงเรียนเพื่อจัดสรรงบประมาณ ถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1

 

ขณะที่จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ ได้ดำเนินการจัดสรรงบประมาณตามความต้องการของจำเลยที่ 1 แทนที่จะนำไปใช้ซ่อมแซมอาคารเรียนที่ประสบอุทกภัยตามความขาดแคลนจริง ทั้งยังร่วมกันกำหนดแบบประมาณการราคา (TOR) เอื้อประโยชน์ให้แก่จำเลยที่ 9-11 ซึ่งเป็นกลุ่มเอกชน ด้วยการระบุคุณลักษณะแผ่นยางสังเคราะห์ EVA และรายการหนังสือเฉพาะเจาะจง โดยไม่มีการสืบราคาตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 อันมีลักษณะเป็นการล็อกสเปกและกีดกันการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ก่อให้เกิดความเสียหายราคาสูงกว่าท้องตลาดประมาณ 24,000,000 บาท อีกทั้งวัสดุดังกล่าวไม่สามารถนำมาใช้งานกลางแจ้งได้จริง

 

ในส่วนของจำเลยที่ 4 และ 5 ได้ร่วมกับกลุ่มเอกชน (จำเลยที่ 9-11) อําพรางการเป็นตัวแทนจำหน่าย จัดหาบุคคลหมุนเวียนเข้ายื่นซองและตกลงราคาไว้ล่วงหน้า อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 ด้านจำเลยที่ 12 ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน ชี้แจงและแจกเอกสารซีดีกำหนดราคาแก่ผู้อำนวยการโรงเรียนเพื่อนำไปทำ TOR จึงมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานในการกระทำความผิด

 

ศาลฎีกาพิพากษาแก้โทษ โดยสั่งจำคุกจำเลยที่ 1 (สมหญิง บัวบุตร) เป็นเวลา 3 ปี 4 เดือน, จำคุกจำเลยที่ 2 เป็นเวลา 5 ปี, จำคุกจำเลยที่ 5, 9 และ 11 คนละ 1 ปี 4 เดือน, จำคุกจำเลยที่ 12 เป็นเวลา 3 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา เนื่องจากเห็นว่าเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และผู้มีบทบาทสำคัญที่ทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่รัฐ ส่วนจำเลยที่ 7 ให้จำคุก 1 ปี 4 เดือน แต่ให้รอการลงโทษไว้ 3 ปี สำหรับจำเลยที่เป็นนิติบุคคล ได้แก่ จำเลยที่ 4, 6, 8 และ 10 ให้ลงโทษปรับคนละ 14,978,333.33 บาท

 

นอกจากนี้ ศาลมีคำสั่งให้นับโทษจำคุกของจำเลยที่ 5, 9 และ 11 ต่อจากโทษในคดีเดิม (อม.17/2564) ส่วนคำขอให้นับโทษต่อของจำเลยที่ 2 ให้ยก เนื่องจากคดีเดิมศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง โดยให้ยกเว้นส่วนที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising