×

จักรวาลแห่งความเหลื่อมล้ำกำลังแผ่ขยายบน ‘รถด่วนขบวนเดิม’ สำรวจ 2 อีพีแรกของซีรีส์ Snowpiercer

26.05.2020
  • LOADING...

“คุณเห็นอะไรเวลามองรถไฟขบวนนี้”

 

“ผมเห็นป้อมปราการแห่งชนชั้น”

 

สำหรับผู้ที่เคยชม Snowpiercer (2013) เวอร์ชันภาพยนตร์ของ บงจุนโฮ ผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์จาก Parasite มาแล้ว คงจะทราบกันดีว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นอย่างไร และดูเหมือนว่าทีมผู้สร้างเวอร์ชันซีรีส์ (ที่มีบงจุนโฮเป็น Executive Producer) จะเข้าใจในประเด็นนี้เป็นอย่างดี พวกเขาจึงเลือกที่จะเล่าเรื่องราวที่ต่างออกไปจากเดิม 

 

บทความนี้คือความรู้สึกที่ได้รับจาก 2 อีพีแรกที่ออกอากาศ และนับเป็นการเปิดจักรวาล ‘รถด่วนขบวนสุดท้าย’ ได้อย่างน่าสนใจ

 

Snowpiercer ว่าด้วยเรื่องราวโลกยุคน้ำแข็งอันเกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์ที่พยายามแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน แต่กลับทำให้อุณหภูมิของโลกลดต่ำลงจนไม่มีสิ่งมีชีวิตใดดำรงอยู่ได้ มนุษยชาติกลุ่มสุดท้ายจึงต้องหลบหนีไปใช้ชีวิตอยู่ในขบวนรถไฟที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง โดยมีการแบ่งชนชั้นอย่างชัดเจนเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคม

 

โดยเรื่องราวในเวอร์ชันภาพยนตร์ที่ได้ คริส อีแวนส์ มาเป็นนักแสดงนำ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากโลกเข้าสู่ยุคน้ำแข็งนานถึง 17 ปี 

 

แต่ในเวอร์ชันซีรีส์เล่าถึงเรื่องราว 7 ปีหลังจากโลกเข้าสู่ยุคน้ำแข็ง โดยมี เลย์ตัน (ดาวิด ดิกส์) อดีตตำรวจสืบสวนที่เป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มท้ายขบวน เป็นตัวละครใหม่ที่จะพาผู้ชมมาทำความรู้จักรถไฟขบวนนี้ให้ลึกขึ้นผ่านการสืบสวนคดีฆาตกรรม และร่วมลุ้นไปกับการวางแผนก่อปฏิวัติเพื่อ ‘ความเท่าเทียม’ ในความคิดของเขา

 

 

นอกจากช่วงเวลาที่เกิดขึ้น ความแตกต่างที่เด่นชัดของเวอร์ชันภาพยนตร์และซีรีส์คือข้อจำกัดในเรื่องของเวลาการเล่าเรื่องที่สามารถขยายและอธิบายเรื่องราวต่างๆ ได้มากกว่าเวอร์ชันภาพยนตร์ที่ต้องเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้จบภายใน 2 ชั่วโมง

 

โดยพาผู้ชมเข้าไปล้วงลึกรายละเอียดต่างๆ ของสังคมที่ถูกแบ่งแยกอย่างชัดเจนบนขบวนรถไฟมากขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งการอธิบายต้นเหตุของเรื่องราวที่ทำให้โลกเข้าสู่ยุคน้ำแข็งให้ผู้ชมได้เข้าใจมากขึ้น 

 

โดยเฉพาะการดำรงชีวิตของคนหัวขบวนที่อยู่อย่างสุขสบายผ่านตัวละครใหม่อย่าง เมลานี (เจนนิเฟอร์ คอนเนลลี) ผู้ดูแลหัวขบวนรถไฟ และเหล่าคนท้ายขบวนกลับต้องอดอยากและทนทุกข์กับการถูกกดขี่ ซึ่งเป็นจุดที่ภาพยนตร์ไม่สามารถขยายความให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนในเวลาที่จำกัด 

 

เริ่มตั้งแต่การเล่ากิจวัตรประจำวันของผู้ที่อาศัยอยู่หัวขบวน ที่นั่งจิบชา กินอาหารเลิศหรูกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา และพาเราไปรับชมส่วนต่างๆ ของขบวนที่ภาพยนตร์ไม่ได้หยิบมานำเสนออย่างละเอียด เช่น เขตปศุสัตว์ รวมถึงสถานที่พักพิงของเหล่าคนท้ายขบวนที่ยังคงต้องใช้ชีวิตอย่างอดอยากและทนทุกข์กับการถูกกดขี่ ซึ่งยังมีรายละเอียดอีกมากที่ซุกซ่อนอยู่ในรถด่วนขบวนนี้และรอวันเปิดเผยออกมา

 

ดังนั้นผู้ที่เคยชมเวอร์ชันภาพยนตร์จึงไม่ต้องกังวลว่าเราจะต้องนั่งดูเรื่องราวซ้ำๆ ที่เคยดูไปแล้วจนเสียอรรถรส เช่นเดียวกับผู้ที่ไม่เคยชมภาพยนตร์มาก่อนก็ไม่ต้องกังวลว่าจะตามเรื่องราวไม่ทัน เพราะในเวอร์ชันซีรีส์จะเปิดเผยความโหดร้ายของโลกแห่ง Snowpiercer ได้ชัดเจนมากขึ้น รวมถึงปมปริศนาที่ชวนให้เราติดตามหาความจริงร่วมไปกับตัวละครนักสืบอย่างเลย์ตันในตอนต่อไปก็ถูกวางเอาไว้อย่างน่าสนใจ 

 

 

ที่สำคัญ ซีรีส์ยังทำให้เราคาดหวังถึงสิ่งใหม่ๆ ที่แตกต่างจากเวอร์ชันภาพยนตร์อีกมากมาย ตั้งแต่โครงสร้างรถไฟที่น่าจะเปลี่ยนไป ปมของตัวละครเมลานีที่น่าจะมีเบื้องหลังซ่อนอยู่อีกมาก รวมทั้งโอกาสที่ทีมงานอาจจะเซอร์ไพรส์ด้วยการพาตัวละครจากเวอร์ชันภาพยนตร์กลับมามีบทบาทอีกครั้งก็เป็นได้

 

โดยผู้ชมสามารถติดตามตอนใหม่ของ Snowpiercer ได้ทุกวันจันทร์ผ่านทาง Netflix  

 

ภาพประกอบ: https://www.imdb.com/title/tt6156584/mediaviewer/rm3911495681

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

 


 

ห้ามพลาด! ฟอรัมที่เจาะลึก New Normal ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย จากวิทยากรระดับประเทศ 40 คน ซื้อบัตรงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM ที่ https://www.eventpop.me/e/8705-economic-forum

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories