×

อธิการบดี ม.ศิลปากร ชูทิศทางมหาวิทยาลัย “บูรณาการศาสตร์และศิลป์” กุญแจสู่มาตรฐานระดับโลก [ADVERTORIAL]

โดย THE STANDARD TEAM
07.10.2026
  • LOADING...
ภาพศาสตราจารย์ ดร.ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร

มหาวิทยาลัยศิลปากรถือกำเนิดจาก “โรงเรียนประณีตศิลปกรรม” ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2476 สังกัดกรมศิลปากร โดย ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี (Corrado Feroci) ศิลปินและประติมากรชาวอิตาเลียน เป็นผู้ก่อตั้ง เพื่อจัดการเรียนการสอนด้านจิตรกรรมและประติมากรรมแก่ข้าราชการและนักเรียนโดยไม่เก็บค่าเล่าเรียน

 

 

ต่อมาใน พ.ศ. 2478 โรงเรียนประณีตศิลปกรรมได้รวมกับโรงเรียนนาฏดุริยางคศาสตร์ และเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนศิลปากร” ก่อนที่จะมีการพัฒนาสู่สถาบันอุดมศึกษาที่มีความหลากหลายทางด้านศิลปะและวิชาการมากขึ้น

 

ในช่วงการพัฒนาสู่การเป็นมหาวิทยาลัย มีบุคคลสำคัญหลายท่านมีบทบาทในการส่งเสริมและผลักดันการศึกษาด้านศิลปะและวิชาการของประเทศ โดยเฉพาะ หลวงวิจิตรวาทการ และ พระสาโรชรัตนนิมมานก์ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในยุคบุกเบิกและพัฒนาการด้านศิลปวัฒนธรรมและการศึกษาของไทย อันเป็นบริบทสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาสถาบันศิลปะของประเทศในช่วงเวลานั้น

 

กระทั่งวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2486 โรงเรียนศิลปากรได้รับการยกฐานะเป็น “มหาวิทยาลัยศิลปากร” อย่างเป็นทางการ โดยมีคณะจิตรกรรมและประติมากรรมเป็นคณะวิชาแรก และศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ดำรงตำแหน่งคณบดี คณะจิตรกรรมและประติมากรรม ขณะที่อธิบดีกรมศิลปากรดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการมหาวิทยาลัย นับว่าที่นี่เป็นสถาบันการศึกษาด้านศิลปะแห่งแรกและเก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย

 

กว่า 8 ทศวรรษที่ผ่านมา รากฐานและชื่อเสียงอันเป็นที่ประจักษ์ในแวดวงศิลปะ ในฐานะ “มหาวิทยาลัยทางด้านศิลปะแห่งแรกของประเทศไทย” ยังคงอยู่ หากแต่บริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ม.ศิลปากรได้ก้าวข้ามกรอบขององค์ความรู้เฉพาะด้าน สู่การบูรณาการศาสตร์และศิลป์ เพื่อสร้างองค์ความรู้ นวัตกรรม และความสร้างสรรค์ที่ตอบโจทย์สังคมและก้าวสู่มาตรฐานระดับโลก โดยมีการวางเป้าหมายให้ทุกศาสตร์ในทุกคณะวิชามีการบูรณาการร่วมกัน

 

ศาสตราจารย์ ดร.ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร เผยแนวคิด กลยุทธ์ และวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยศิลปากร สู่การเป็น “มหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งการสร้างสรรค์ระดับสากล บูรณาการศาสตร์และศิลป์ เพื่อสังคมที่ยั่งยืน”

 

ภาพศาสตราจารย์ ดร.ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร 1

 

บูรณาการศาสตร์และศิลป์ วิสัยทัศน์ที่หยั่งรากมาตั้งแต่แรกเริ่ม

 

ศาสตราจารย์ ดร.ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ ถ่ายทอดมุมมองในการกำหนดวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยใช้อัตลักษณ์ความโดดเด่นด้านศิลปะและการออกแบบ อันเป็นรากฐานอันแข็งแกร่งของมหาวิทยาลัยศิลปากร ผนวกเข้ากับองค์ความรู้หลากหลายศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนศาสตร์แขนงต่าง ๆ ล้วนสามารถเชื่อมโยงและหลอมรวมเข้ากับศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างองค์ความรู้และคุณค่าให้แก่ประเทศไทย

 

“ศิลปะหรือการออกแบบเน้นเรื่องของจิตใจ อารมณ์ และความรู้สึก แต่ในขณะที่วิทยาศาสตร์ เน้นความจริง และความเป็นเหตุ เป็นผล เพราะฉะนั้น การบูรณาการองค์ความรู้สองด้านนี้เข้าด้วยกัน จะทำให้เกิดนวัตกรรมและองค์ความรู้ใหม่ ๆ ขึ้นมา”

 

“แนวคิดและทิศทางที่กำหนดไว้ในแผนนโยบาย มิได้หยุดอยู่เพียงในระดับแนวคิด หากแต่ได้รับการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติจริงและถ่ายทอดลงสู่ห้องเรียนอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ข้ามศาสตร์ อาทิ คณะเภสัชศาสตร์ที่นำองค์ความรู้ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์จากคณะมัณฑนศิลป์มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน ขณะเดียวกัน นักศึกษาด้านศิลปะยังได้รับการเสริมสร้างทักษะด้านการตลาดและความเป็นผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถต่อยอดความรู้และความคิดสร้างสรรค์ไปสู่การสร้างคุณค่าและมูลค่าในโลกการทำงานได้อย่างเป็นรูปธรรม”

 

“นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยศิลปากรยังได้ขยายขอบเขตองค์ความรู้ด้วยการจัดตั้งคณะสหเวชศาสตร์ ครอบคลุมศาสตร์ด้านกายภาพบำบัด จิตวิทยา และแพทย์แผนไทย พร้อมนำอัตลักษณ์ด้านศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ผสานกับศาสตร์สุขภาพ เพื่อสร้างรูปแบบการเรียนรู้ที่มีความโดดเด่น และมีความแตกต่างจากคณะสหเวชศาสตร์ในสถาบันอุดมศึกษาอื่น ๆ”

 

“นี่คือ DNA ของม.ศิลปากร—การผสานศาสตร์และศิลป์ที่เป็นตัวตนของเรา และเป็นสิ่งที่ทำให้ ม.ศิลปากรแตกต่างจากที่อื่น ๆ” อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากรอธิบาย

 

นอกเหนือจากการบูรณาการองค์ความรู้จากหลากหลายศาสตร์เข้าด้วยกัน อธิการบดี ม.ศิลปากร ยังให้ความสำคัญกับแนวคิด “Amicability” หรือความเป็นกัลยาณมิตร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยหล่อหลอมให้บุคลากรจากต่างศาสตร์ ต่างสาขา และต่างมุมมอง สามารถเปิดใจเรียนรู้และทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น บนพื้นฐานของความเข้าใจ ความเคารพ และความเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน ไม่ใช่เพียงแนวคิด”

 

ส่งต่อองค์ความรู้สู่สังคม

 

เป็นอีกหนึ่งนโยบายที่ ศาสตราจารย์ ดร.ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ ให้ความสำคัญและขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำองค์ความรู้และศักยภาพของมหาวิทยาลัยศิลปากรสร้างประโยชน์ให้สังคมภายนอก ศาสตราจารย์ ดร.ธนะเศรษฐ์ ได้เล่าถึงประเด็นเรื่องนี้ว่า

 

“มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ดำเนินโครงการ “เพ็ชร์มีดี บุรีสร้างสรรค์” เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อขับเคลื่อนให้เพชรบุรีเป็นเมืองสร้างสรรค์ระดับโลก โดยมีเป้าหมายในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการและนวัตกรรมมาพัฒนาศักยภาพของชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านอาหารซึ่งเป็นเอกลักษณ์เด่นของจังหวัด ตั้งแต่ปี 2563 ปัจจุบัน โครงการฯ ได้ขยายผลไปยัง 8 อำเภอทั่วทั้งจังหวัด โดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนและสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ซึ่งมหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้จังหวัดเพชรบุรีได้รับการประกาศให้เป็น “เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร (City of Gastronomy) จากองค์การยูเนสโก”

 

นอกจากนี้ม.ศิลปากร ยังได้จัดโครงการ “สมุทรสงครามอยู่ดี : การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ฐานนิเวศวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชน” เป็นงานวิจัยของ ม.ศิลปากร มุ่งนำทุนทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต และทรัพยากรในพื้นที่มาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยบูรณาการศาสตร์ต่าง ๆ อาทิ สถาปัตยกรรมศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ สิ่งที่น่าสนใจคือ การนำวัสดุเหลือใช้จากชุมชนกลับมาสร้างคุณค่าใหม่ เช่น เศษถ้วยชามและเครื่องเคลือบ นอกจากนี้ ยังมี “โครงการโต๊ะจีนอิ่มใจ” ที่นำองค์ความรู้จาก 4 คณะวิชา ได้แก่ คณะมัณฑนศิลป์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม และคณะวิทยาการจัดการ มาบูรณาการร่วมกันเพื่อยกระดับ “โต๊ะจีนนครปฐม” ซึ่งเป็นทุนทางวัฒนธรรมและธุรกิจอาหารสำคัญของจังหวัดให้มีมิติของอาหาร สุขภาวะ การออกแบบ อัตลักษณ์ และธุรกิจ

 

ยังมีอีกหนึ่งโครงการของมหาวิทยาลัยศิลปากรที่สร้างชื่อเสียงในเวทีการประกวดผลงานวิจัยในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 และได้รับรางวัล Platinum Award จากโครงการ “นวัตกรรมการสังเคราะห์เส้นใยเมลานินชีวภาพจากดินเปรี้ยว อันเนื่องมาจากพระราชดำริในที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์แฟชั่นส่งเสริมผู้ประกอบการเศรษฐกิจฐานราก” โดยเป็นผลงานการวิจัยจากอาจารย์ประจำคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร คือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ขจรศักต์ นาคปาน และศาสตราจารย์ ดร.สุภาวี ศิรินคราภรณ์ โดยการนำดินเปรี้ยวมาศึกษา และเก็บตัวอย่างดินจากพื้นที่มูลนิธิชัยพัฒนา ทำการคัดแยก เพาะเลี้ยง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเมลานิน ก่อนพัฒนาเป็นเส้นใยชีวภาพ และนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สิ่งทอและแฟชั่น ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงระหว่างการต่อยอดเชิงพาณิชย์

 

ภาพศาสตราจารย์ ดร.ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร 2

 

“ตลอดช่วงระยะเวลา 3–4 ปีที่ผ่านมา ม.ศิลปากร ได้รับการจัดอันดับในหลายสาขาและหลายรายการโดย QS สะท้อนถึงพัฒนาการและศักยภาพของมหาวิทยาลัยในระดับนานาชาติ” ได้แก่

 

✏️QS World University Rankings by Subject 2026: สาขา Art & Design ของมหาวิทยาลัยติดอันดับโลกที่อันดับร่วม 201-300 ส่วนสาขาโบราณคดีติดอันดับร่วม 101-150 ของโลก

 

✏️QS Star Rating: ศิลปากรได้รับการประเมินระดับ 5 ดาว ซึ่งเป็นระดับสูงสุด โดยครอบคลุมถึง 9 ด้านด้วยกัน ได้แก่ Teaching, Facilities, Programme Strength, Arts, Employability, Good Governance, Environmental Impact, Global Engagement และ Innovation & Knowledge Transfer

 

✏️THE Impact Rankings (ด้าน Sustainability): ศิลปากรขยับมาอยู่ที่กลุ่มอันดับ 201-300 ของโลกในปีล่าสุด

 

✏️SROI (Social Return on Investment): สร้างผลตอบแทนจากการลงทุนพัฒนาชุมชนและสังคมราว 7 เท่า ซึ่งมากกว่าเป้าเดิมที่ตั้งไว้คือ 3 เท่า

 

บุคคลผู้มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยศิลปากร

 

แม้จะเป็นอธิการบดีของมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งศิลปะ แต่พื้นฐานของอธิการบดีท่านนี้ เป็นนักวิชาการสายวิทยาศาสตร์ก่อนเข้ารับตำแหน่งบริหารสูงสุด และกลายมาเป็นส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยที่เดิมมีรากฐานเป็นศิลปะให้เป็นมหาวิทยาลัยที่บูรณาการต่างศาสตร์เข้าด้วยกัน

 

ศาสตราจารย์ ดร.ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ เริ่มต้นชีวิตการทำงานที่ ม.ศิลปากรตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 ในตำแหน่งอาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ ก่อนไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยมหิดล แล้วกลับมาสอนที่มหาวิทยาลัยศิลปากรอีกครั้งในปี พ.ศ. 2545

 

จากนั้นได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2557 และคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ในปี พ.ศ. 2559 ซึ่งเป็นช่วงที่คณะเภสัชศาสตร์ติดอันดับ QS สาขา Pharmacy & Pharmacology ของโลก ก่อนได้รับเลือกเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากรในปี พ.ศ. 2565 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของวาระการดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร

 

ศาสตราจารย์ ดร.ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ กล่าวว่า พื้นเพด้านวิทยาศาสตร์เป็นข้อได้เปรียบในการบริหารมหาวิทยาลัยศิลปะ เพราะเป็นการผนวกการคิดเชิงเหตุผลและตรรกะ เข้ากับการใช้ความรู้สึกและดุลพินิจส่วนบุคคล “เราใช้เรื่องเหตุผล ตรรกะ มาสร้างมาตรฐานในการบริหารงานให้เป็นระบบ”

 

ทิศทางการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยศิลปากรสู่อนาคต

 

สำหรับ ม.ศิลปากรในอนาคต อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากรระบุทิศทางหลักไว้ 3 เรื่อง ได้แก่

 

✏️เรื่องที่ 1 วิทยาศาสตร์สุขภาพเชิงศิลปะและการรองรับสังคมสูงวัยของไทย ขณะนี้ ม.ศิลปากรอยู่ระหว่างวางแผนจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ ในช่วง 1 – 2 ปีข้างหน้า ซึ่งจะผสานแนวคิดศิลปะบำบัดและดนตรีบำบัดเข้ากับหลักสูตรพยาบาล

 

✏️เรื่องที่ 2 เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ม.ศิลปากรจะนำเทคโนโลยี AI และ Big Data มาใช้รวบรวมและพัฒนาองค์ความรู้ด้านศิลปะและวัฒนธรรมของไทย เพื่อร่วมผลักดัน Soft Power ให้ประเทศ

 

✏️เรื่องที่ 3 การขยายบทบาทมหาวิทยาลัยศิลปากร ไปสู่ระดับนานาชาติ เช่น การขับเคลื่อนงานศิลปะที่เป็นจุดแข็งของมหาวิทยาลัย ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างระดับโลก

 

อีกแนวทางที่ ศาสตราจารย์ ดร.ธนะเศรษฐ์ ให้ความสำคัญคือรูปแบบการบริหารจัดการใหม่ผ่าน Holding Company ที่ตั้งขึ้นเพื่อให้อาจารย์และนักศึกษาสามารถต่อยอดงานสร้างสรรค์ออกมาในรูปแบบบริษัท ลดข้อจำกัดด้านความยืดหยุ่นของระบบราชการ โดยตัวอย่างที่ธนะเศรษฐ์ยกขึ้นมาคือ แนวคิดธุรกิจด้านการอนุรักษ์ภาพ ที่นักศึกษาสามารถเข้าร่วมทำงานกับอาจารย์ได้ตั้งแต่ยังเรียน ส่งเสริมให้มีรายได้และประสบการณ์การเป็นผู้ประกอบการไปพร้อมกัน

 

รากฐานและชื่อเสียงอันเป็นที่ประจักษ์ในแวดวงศิลปะ ในฐานะ “มหาวิทยาลัยทางด้านศิลปะแห่งแรกของประเทศไทย” สิ่งนี้คือจุดตั้งต้นของมหาวิทยาลัยศิลปากร แต่ ณ เวลานี้มหาวิทยาลัยศิลปากรจำเป็นต้องพัฒนานักศึกษาให้มีทักษะที่หลากหลาย มีความรู้รอบด้าน นอกเหนือจากองค์ความรู้ในสาขาวิชา มุ่งเน้นผสานศาสตร์และศิลป์เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นพลเมืองโลกที่มีศักยภาพ เป็นคำตอบของประเทศและสังคมโลก พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคตอย่างยั่งยืน

 

[ADVERTORIAL]

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising