×

สีหศักดิ์แถลงข่าวการเยือนไทยของมินอ่องหล่าย ชี้หารือทวิภาคี ครอบคลุม สร้างสรรค์ ตรงไปตรงมา ย้ำต้องการให้เมียนมากลับสู่อาเซียน

07.08.2026
  • LOADING...
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวการเยือนไทยของ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา ภายในงาน Thailand-Myanmar Business Forum ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ในวันนี้ (6 สิงหาคม)

 

 

โดยการเยือนไทยของมินอ่องหล่าย ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก หลังจากที่เขาได้รับเลือกตั้งและเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และเป็นการเยือนในระดับประธานาธิบดีของเมียนมาครั้งแรกในรอบ 8 ปี

 

สีหศักดิ์ กล่าวว่า การเยือนไทยของผู้นำเมียนมาเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญ และเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองของเมียนมา ในการกลับสู่เส้นทางประชาธิปไตยและนำประเทศสู่ความก้าวหน้าและพัฒนาเศรษฐกิจให้ดีขึ้น

 

สำหรับกำหนดการสำคัญในการเยือนวันแรก คือมีการจัดพิธีต้อนรับที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงเช้า ก่อนที่จะมีการหารือระหว่างมินอ่องหล่ายกับนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และการหารือเต็มคณะระหว่างทั้งสองฝ่าย

 

โดยการหารือเป็นไปอย่างครอบคลุม สร้างสรรค์และตรงไปตรงมา ซึ่งผู้นำไทยและเมียนมาเห็นตรงกัน จะต้องพยายามพัฒนาความร่วมมือระหว่างกันในทุกด้านที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน

 

“เราเห็นตรงกันว่าเราจะต้องพยายามพัฒนาความร่วมมือในทุกด้านนะครับที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน 2 เราต้องพยายามให้มีการแลกเปลี่ยน ไปมาหาสู่ มีการเยือนระดับต่างๆ ให้มากขึ้น ใช้กลไกความร่วมมือต่างๆ ที่มีอยู่ระหว่างกันให้เป็นประโยชน์ เช่น กลไกคณะกรรมาธิการร่วม” สีหศักดิ์ กล่าว

 

อนุทิน-มินอ่องหล่าย คุยอะไรกันบ้าง?

 

สีหศักดิ์ชี้ว่า ในการหารือประเด็นความมั่นคงระหว่างผู้นำไทยและเมียนมา โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคี เป้าหมายอันดับแรกคือทำให้ชายแดนไทยและเมียนมา เป็นชายแดนแห่งสันติภาพและการพัฒนา เพื่อให้ชีวิตของประชาชนมีความปลอดภัยการค้ากลับมาสู่ปกติ และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนตามแนวชายแดนของทั้ง 2 ประเทศ

 

ส่วนประเด็นที่ 2 ที่มีการหารือ คือการปราบปรามอาชญากรรมแดนอย่างเข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติด การหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ ต่อภูมิภูมิภาคและต่อโลก

 

กรณียาเสพติด ไทยและเมียนมาจะเพิ่มความร่วมมือในการสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีพันธุ์ และไทยพร้อมที่จะขยายโครงการส่งเสริมการปลูกพืชทดแทนยาเสพติดในรัฐฉาน

 

ส่วนประเด็นการหลอกลวงหลอกลวงออนไลน์ ไทยและเมียนมาจะร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยขยายความร่วมมือด้านข่าวกรองและตัดเส้นทางการเงินของเครือข่ายอาชญากร

 

อีกประเด็นที่สำคัญซึ่งถูกหยิบยกขึ้นหารือ คือการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามแดนนะครับ ที่ผลมีผลกระทบต่อประชาชนของทั้ง 2 ประเทศและอนุภูมิภาค

 

โดยปัญหาหมอกควันข้ามแดน ทั้งสองฝ่ายจะเพิ่มความร่วมมือทั้งในระดับอนุภูมิภาค คือ 3 ฝ่ายที่เรียกว่า Clear Sky Strategy ระหว่างไทย เมียนมา และลาว และในระดับทวิตภาคีระหว่างไทยกับเมียนมา ซึ่งไทยพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเมียนมาในการเพิ่มขีดความสามารถทางเทคนิคเพื่อจัดการปัญหาหมอกควันข้ามแดน

 

สำหรับประเด็นสารพิษจากเหมืองในเมียนมาที่ปนเปื้อนสู่แม่น้ำหลายสายในไทย ไทยและเมียนมาได้มีการลงนาม TOR จัดตั้งคณะทำงานร่วมทางด้านเทคนิคเพื่อแก้ไขปัญหาบนพื้นฐานของหลักวิทยาศาสตร์และความร่วมมือ ซึ่งถือว่าเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญ

 

โดยสีหศักดิ์เผยว่า เขาและรัฐมนตรีต่างประเทศของเมียนมาได้หารือและตกลงกันว่าจะลงพื้นที่ไปยังบริเวณที่เกิดปัญหา เพื่อติดตามสถานการณ์และหารือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

ทั้งนี้ สีหศักดิ์ ยังตอบคำถามผู้สื่อข่าว เกี่ยวกับความจริงใจของเมียนมาในการแก้ปัญหาสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำ โดยเขาชี้ว่า การตั้งคณะทำงานร่วมทางด้านเทคนิคระหว่างสองประเทศเพื่อแก้ไขปัญหา ถือเป็นก้าวที่สำคัญแลยังต้องดูกันที่ผลการทำงาน

 

ประเด็นความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน สีหศักดิ์ ชี้ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความสนใจระหว่างทั้งสองฝ่าย ที่เกิดขึ้นในงานฟอรัมภาคธุรกิจระหว่างไทยและเมียนมา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 700 คน โดยมีจุดมุ่งหมายคือการผลักดันการค้าระหว่างทั้ง 2 ประเทศ ให้บรรลุเป้าหมาย 12,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

 

ในด้านแรงงาน ทั้งสองฝ่ายยังได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) และบันทึกข้อตกลง (Agreement) ด้านแรงงานระหว่างไทยกับเมียนมาฉบับปรับปรุง เพื่อส่งเสริมการจ้างแรงงานข้ามชาติให้เป็นไปตามกฎหมาย

 

ยินดีเปิดจุดผ่านแดนแม่สอด หารือสร้างทางหลวงไทย-เมียนมา-อินเดีย

 

สีหศักดิ์ ยังกล่าวว่าไทยมีความยินดีต่อการเปิดจุดผ่านแดนถาวร ณ สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่สอง (เมียวดี-แม่สอด) อีกครั้ง ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการค้าชายแดนระหว่างสองประเทศ

 

นอกจากนี้ยังมีการหารือเรื่องโครงการสร้างเส้นทางที่เรียกว่า Trilateral Highway หรือทางหลวง 3 ประเทศ ไทย-เมียนมา-อินเดีย โดยจุดผ่านแดนถาวรอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ถือเป็นจุดผ่านแดนที่สำคัญในเส้นทางนี้

 

ไทยต้องการให้เมียนมากลับสู่อาเซียน

 

ส่วนประเด็นระดับภูมิภาคนั้น สีหศักดิ์เปิดเผยว่า ฝ่ายไทยได้ย้ำกับประธานาธิบดี มินอ่องหล่าย ว่าต้องการที่จะนำเมียนมากลับสู่อาเซียน เพราะเห็นว่า เมียนมาน่าจะมีความสำคัญต่อเอกภาพของอาเซียน ในช่วงที่โลกกำลังเผชิญกับความผันผวน ซึ่งเป็นไปตามนโยบาย ‘การมีปฏิสัมพันธ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป (Calibrated Engagement)’ เพื่อปูทางให้เมียนมากลับเข้าสู่อาเซียนได้อีกครั้ง

 

อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่า เมียนมาก็จำเป็นที่จะต้องมีการตอบสนองต่อข้อกังวลต่างๆ ตามที่ระบุในฉันทมติ 5 ข้อของอาเซียนเพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งในเมียนมา โดยไทยให้ความสำคัญกับองค์ประกอบของฉันทมติ 5 ข้อ แต่ประเด็นสำคัญคือการนำฉันทมติ 5 ข้อ ไปปฏิบัติอย่างไร และมียุทธศาสตร์อะไรบ้าง

 

ทั้งนี้ สำหรับคำถาม ว่าเมียนมาให้อะไรตอบแทนไทย ที่เชิญมินอ่องหล่ายมาเยือน และมอบความชอบธรรมและเงินทุนให้ สีหศักดิ์ กล่าวว่าไทยไม่ได้ให้อะไรที่สูงเกินไป โดยไทยและเมียนมาเป็นประเทศเพื่อนบ้านกัน และเผชิญปัญหาในพื้นที่ชายแดน แต่ในขณะเดียวกันไทยก็ต้องเป็นฝ่ายรุกในการช่วยเหลือเมียนมาบนเส้นทางแห่งสันติภาพและความมั่นคง

 

“วิธีที่ดีที่สุดที่จะบรรลุเป้าหมายคือการเจรจากับผู้ที่มีอำนาจ ไทยไม่ได้ขอให้คนอื่นเดินตามเรา มันขึ้นอยู่กับเมียนมาที่จะตัดสินใจว่า พวกเขาต้องการทำอะไร มันไม่ใช่เรื่องของความชอบธรรม มันเป็นเรื่องของความเป็นจริง ทุกประเทศต่างก็กำหนดนโยบายต่างประเทศบนพื้นฐานของความเป็นจริง และไทยยังคงกระตุ้นให้เมียนมาทำให้ดีขึ้น แต่สุดท้ายแล้ว มันไม่ใช่การตัดสินใจของไทยที่จะบังคับอะไร นั่นเป็นเรื่องของเมียนมาที่จะตัดสินใจ” สีหศักดิ์ กล่าว

 

สีหศักดิ์ ยังชี้ว่า ปัญหาความขัดแย้งและการสู้รบในเมียนมาที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2021 เป็นปัญหาที่ยาวนานเกินไป และไทยมองว่าเมียนมาควรมองหาชัยชนะทางการเมืองผ่านการเจรจา พร้อมทั้งสนับสนุนการลดระดับความขัดแย้ง

 

ส่วนคำถามว่า เขาอยากเห็นมินอ่องหล่าย กลับมาร่วมการประชุมอาเซียนในเดือนพฤศจิกายนอีกครั้งหรือไม่ เขากล่าวว่าเรื่องนี้ต้อง ‘บรรลุฉันทมติ’

 

“ประเทศไทยจะไม่บังคับอะไร แต่เรารู้ว่าเราต้องทำอะไร เพราะเราเป็นประเทศเพื่อนบ้าน เมียนมาต้องทำในสิ่งที่พวกเขาต้องทำใช่ไหม แต่ไทยก็ต้องทำเช่นกัน เราต้องคิดถึงอาเซียนด้วย อาเซียนเป็นเรื่องของความสามัคคี เป็นเรื่องของการรับมือกับการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ และการพยายามรักษาความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อรักษาตัวเองให้เป็นเขตปลอดภัยในทางภูมิรัฐศาสตร์” สีหศักดิ์ กล่าว

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising