×

SET Index รีบาวด์ ‘หุ้นทุนใหญ่’ คืนชีพ รับ กกต. ชงเรื่องศาลฯ ให้ ‘พิธา’ พ้นจาก ส.ส. ปลดความกังวลนโยบายก้าวไกล

12.07.2023
SET Index

‘หุ้นทุนใหญ่’ ราคาฟื้นยกแผง หนุน SET Index รีบาวด์ กกต. ชงเรื่องศาลฯ ให้ ‘พิธา’ พ้นจาก ส.ส. ทำตลาดหุ้นคลายกังวลนโยบายทลายทุนผูกขาดพรรคก้าวไกล

 

อภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวฟื้นตัวบวกเพิ่มขึ้น รวมถึงราคาหุ้นในกลุ่มที่เคยถูกกดดันจากปัจจัยนโยบายของพรรคก้าวไกลในการทลายทุนธุรกิจผูกขาด รวมถึงการลดค่า Ft ในธุรกิจไฟฟ้า ส่วนใหญ่ต่างเริ่มฟื้นตัวขึ้นในวันนี้ เนื่องจากปัจจัยบวกล่าสุดวันนี้ (12 กรกฎาคม) ที่ประชุม กกต. มีมติให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพ ส.ส. ของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 หรือไม่ จากเหตุมีชื่อถือครองหุ้นสื่อบริษัทไอทีวี รวมทั้งมีคำขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ไว้จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย

 

เนื่องจากจะส่งผลต่อการโหวตเลือกตัวนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (13 กรกฎาคม) ส.ว. บางส่วนจะใช้เป็นเหตุผลในการไม่โหวตคะแนนเสียงให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ส่งผลให้มีโอกาสที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีเริ่มลดลง รวมถึงมีโอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวส่งผลให้ปัจจัยทางการเมืองเริ่มมีความชัดเจนขึ้น

 

“พรุ่งนี้ต้องติดตามการหยั่งเสียงดูโหวตคะแนนเสียงให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในการเลือกเป็นนายกฯ ว่าจะได้คะแนนที่ ส.ว. โหวตให้มากน้อยแค่ไหน หากคะแนนที่ออกมายังขาดอีกไม่มากที่จะได้เป็นนายกฯ มีโอกาสที่จะเห็นการโหวตรอบ 2 หรือรอบ 3 แต่ถ้ามี ส.ว. ไม่โหวตให้จำนวนมากก็มีโอกาสที่จะเห็นนายกฯ มาจากพรรคเพื่อไทย จะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทย ในระยะสั้นมีโอกาสที่จะเห็น Upside ของ Index ได้ถึง 1,520-1,550 จุด”

 

อย่างไรก็ยังต้องติดตามต่อหากว่าเกิดกรณีที่พรรคเพื่อไทยได้เก้าอี้นายกรัฐมนตรีเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล โดยยังมีพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาลจะยังเป็นภาพบวกต่อตลาดหุ้นไทย แต่หากมีการเปลี่ยนเงื่อนไขในการจัดรัฐบาลโดยมีการเปลี่ยนขั้ว โดยพรรคก้าวไกลกลับไปเป็นฝ่ายค้านก็จะเป็นปัจจัยลบกดดันตลาดหุ้นในระยะต่อไป เพราะมีความเสี่ยงที่ฝ่ายสนับสนุนจะเกิดการชุมนุมก่อม็อบและลงถนน ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติจะยังขายสุทธิต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้การเคลื่อนไหวราคาหุ้น GULF ปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 47.50 บาท บวก 4.4%, GPSC ปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 53.50  บาท บวก 3.38%%, EGCO ปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 132.50 บาท บวก 3.11% 

 

เปิด 3 มุมมองเอกชน ต่อการโหวตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ 

 

อิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า การโหวตนายกรัฐมนตรีมองได้ 3 มุมหลังจากนี้ ได้แก่ 

 

  1. ปัจจุบันเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก ที่ยังไม่สามารถก้าวผ่านไปได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเอลนีโญ หรือการส่งออกที่ยังติดลบ ซึ่งภาคธุรกิจเองยังมีความหวังว่า เมื่อมีรัฐบาลเข้ามาจะมีการขับเคลื่อนงบประมาณรายจ่ายของประเทศ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ซึ่งตรงนี้ห่วงงบประมาณปี 2567 อาจจะค้างท่อและล่าช้า

 

  1. ระบบประชาธิปไตยที่สะท้อนเสียงของประชาชนจำนวนมาก ควรจะเป็นไปตามสิ่งที่ประชาชนต้องการ หากไม่ได้ จะมีโอกาสที่กระตุ้นให้กลุ่มที่สนับสนุน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค รวมตัว 

 

  1. สิ่งที่น่าห่วงคือกระแสที่สนับสนุนพิธา ซึ่งหากมีการรวมตัวกันลงถนนและก่อให้เกิดความรุนแรง เอกชนห่วงเรื่องความเชื่อมั่น หรือราคาหุ้นที่มีโอกาสจะหวั่นไหว

 

“ปัจจัยดังกล่าวเหล่านี้จะกระทบความเชื่อมั่นเอกชน เศรษฐกิจจะยิ่งชะลอตัว และเวลานี้ส่งออกติดลบ 2% หากสถานการณ์รุนแรงก็เท่ากับย้อนกลับไปสู่เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่มีม็อบ มองว่าเรื่องนี้ไม่ควรให้เกิด ควรจบในสภาฯ” อิศเรศ กล่าว

 

นอกจากนี้ หากมีความรุนแรงเกิดขึ้น ก็จะกระทบไปถึงเรื่องของการท่องเที่ยวที่มีการตั้งเป้าไว้ 30 ล้านคนในปีนี้ อีกทั้งช่วงนี้ก็ใกล้จะเข้าสู่ฤดูกาลแห่งการท่องเที่ยว หากทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความกังวลเรื่องความเชื่อมั่นย่อมกระทบต่อเศรษฐกิจหรือ GDP ของประเทศ


READ MORE





Latest Stories