×

สว. ประชุมลับหารือปม DSI จ่อเสนอการฮั้วเลือกตั้ง สว. 67 เป็นคดีพิเศษ ชี้ ฝ่ายบริหารแทรกแซงที่มานิติบัญญัติ

โดย THE STANDARD TEAM
24.02.2025
มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา แถลงคัดค้าน DSI สอบคดีฮั้วเลือก สว.

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) ที่อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา หรือวิปวุฒิสภา นำโดย มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา, พล.อ. เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 และ บุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 2 ประชุมหารือกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เตรียมรับคดีการฮั้วเลือกตั้ง สว. 2567 เป็นคดีพิเศษ โดยมีประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภา จำนวน 21 คณะ ร่วมประชุมด้วย ซึ่งเป็นการหารือภายในแบบลับ และภายนอกห้องประชุมมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

 

ภายหลังการประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง ได้มีการแถลงข่าว เนื่องจากกรณีที่ DSI เตรียมเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษในวันพรุ่งนี้ (25 กุมภาพันธ์) เพื่อมีมติให้คดีเกี่ยวกับการตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา 2567 เป็นคดีพิเศษนั้น ได้มีการหารือกับรองประธานวุฒิสภา และ สว. จึงขอแถลงข่าวชี้แจงในประเด็นต่างๆ ต่อสื่อมวลชนเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง

 

ประการที่ 1 แต่เดิม ก่อนการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 การจัดการเลือกตั้ง สส. เพื่อเข้ามาทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติของประเทศ เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารคือกระทรวงมหาดไทย ที่ทำหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง แต่มีการเอื้อกันและไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม จึงแก้ไขให้จัดตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาหลายองค์กร เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลฝ่ายบริหารรวมทั้ง การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน และบัญญัติสืบต่อมาจนกระทั่งถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

 

“รัฐธรรมนูญทุกฉบับบัญญัติให้การจัดการเลือกตั้ง สส. และการได้มาซึ่ง สว. เป็นหน้าที่ขององค์กรอิสระคือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า รัฐธรรมนูญมีเจตนารมณ์หรือความมุ่งหมายไม่ให้ถูกแทรกแซงโดยฝ่ายบริหาร หรือคณะรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีคนใด รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษและคณะกรรมการคดีพิเศษ”

 

มงคลกล่าวต่อไปว่า ประการที่ 2 เมื่อการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่และอำนาจของ กกต. แล้ว การที่ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แถลงข่าวว่า DSI รับคำร้อง และเตรียมเสนอให้คณะกรรมการคดีพิเศษมีมติให้คดีเกี่ยวกับการตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภาเป็นคดีพิเศษ โดยที่ กกต. ยังไม่ได้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวหรือมอบหมายให้ DSI ดำเนินการ จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยหน้าที่และอำนาจของ DSI

 

อีกทั้งการตั้งข้อหาอั้งยี่และความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 และ 116 กับสมาชิกวุฒิสภา ต้องถือว่าเป็นการตั้งข้อหาและเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการก่อการร้ายหรือการกระทำที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ รวมถึงเป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมายอันเป็นองค์ประกอบความผิดฐานต่างๆ ดังกล่าวแต่อย่างใด หากแต่ สว. ที่ถูกกล่าวหาได้สมัครเข้ารับการเลือกและผ่านกระบวนการเลือกมาอย่างถูกต้อง จนกระทั่งได้รับการรับรองจาก กกต. เข้ามาปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ

 

มงคลชี้ว่า การตั้งข้อกล่าวหาดังกล่าวจึงเป็นความพยายามที่จะเชื่อมโยงให้เป็นไปตามข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง และเป็นการใช้อำนาจฝ่ายบริหารเป็นเครื่องมือ โดยส่อเจตนาที่จะทำลายองค์กรวุฒิสภาด้วยการเผยแพร่ข่าวและเอกสารลับต่างๆ อันทำให้วุฒิสภาและสมาชิกวุฒิสภาถูกดูหมิ่นและเกลียดชัง เพื่อล้มล้างฝ่ายนิติบัญญัติ

 

“เราไม่กลัวการตรวจสอบ เราพร้อมและให้ความร่วมมือในการตรวจสอบกับองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่คือ กกต. มาโดยตลอด ขอเอกสารก็ส่งให้ เรียกบุคคลไปให้ถ้อยคำก็ไป ทุกคนพร้อมที่จะทำให้กับผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ แต่ผู้ที่ไม่มีอำนาจหน้าที่พยายามเข้ามาแทรกแซงหรือตรวจสอบเรา ดังนั้นที่ประชุมในวันนี้ได้มีมติร่วมกันว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป” มงคลกล่าว

 

ส่วนการรับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษจะมองว่าเป็นการล้ม สว. ชุดนี้หรือไม่นั้น มงคลตอบว่า เราไม่อาจทราบเจตนารมณ์ของใครได้ แต่พฤติการณ์ต่างๆ ที่ออกมา ทั้งการประโคมข่าว รวมถึงการเผยแพร่เอกสารลับ ก็ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณ

 

อย่างไรก็ตาม มงคลยืนยันว่า ไม่มีความคิดจะนำข้อมูลไปให้ สส. ฝ่ายค้าน เพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจ

 

“เราทำงานด้วยความบริสุทธิ์ใจ เราไม่มีสังกัด เราก็ทำของเรา เขาก็ทำของเขา เราจะทำอะไรสักอย่างหนึ่งต้องตั้งมั่นอยู่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ด้วยความยุติธรรม เรื่องนี้เราตอบไม่ได้ และเราไม่ได้มีความคิดที่จะทำ” มงคลกล่าว

 

มงคลยังยืนยันด้วยว่า เราไม่ได้กลัวการตรวจสอบ แต่เราพร้อมให้ความร่วมมือกับผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ และปฏิเสธว่าไม่ทราบเกี่ยวกับกระแสข่าวว่ามีการโทรล็อบบี้บุคคลในคณะกรรมการคดีพิเศษ

 

ด้าน พล.อ. เกรียงไกร เปิดเผยความคืบหน้าการยื่นถอดถอน พ.ต.อ. ทวี ในฐานะกำกับดูแล DSI โดยระบุว่า เราทำตามอำนาจหน้าที่ของ สว. ในการตรวจสอบองค์กรที่ดำเนินการดังกล่าว เนื่องจาก สว. ทุกคนของเรามาตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นกระบวนการตรวจสอบ สว. ก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายเช่นเดียวกัน เราจึงเตรียมการในการอภิปรายทั่วไปในเรื่องและบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เขามีโอกาสมาตอบคำถาม หรือการตั้งกระทู้ และคาดว่าน่าจะทันในสมัยประชุมนี้


READ MORE






Latest Stories