×

กมธ.ความมั่นคงฯ มอง 22 ปี ข่าวกรองล้มเหลว-งบดับไฟใต้สูญเปล่า ขอ 3 วัน พิสูจน์เหตุเฮลิคอปเตอร์ยิงประชาชน

โดย THE STANDARD TEAM
27.08.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกสรุปประเด็น กมธ.ความมั่นคงฯ แถลงข่าวปมข่าวกรองล้มเหลวและเหตุเฮลิคอปเตอร์ยิงประชาชน

วันนี้ (27 สิงหาคม) ที่รัฐสภา เวลา 14.00 น. มณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์และการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้

 

มณเฑียรกล่าวว่า สำหรับวันนี้ได้เชิญ 6 หน่วยงาน แต่ กอ.รมน. ไม่ได้เดินทางมา โดยระบุว่าติดภารกิจ ขณะที่ กมธ. ได้สอบถามว่าเหตุใดข่าวกรองจึงปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเป็นร้อยๆ จุด ระหว่างวันที่ 21-24 สิงหาคม 69

 

นอกจากนี้ กมธ. ยังสอบถามเรื่องเฮลิคอปเตอร์ที่บินตรวจการหลังเกิดเหตุ ซึ่งประชาชนเข้าใจว่ามีการยิงมาจากเฮลิคอปเตอร์ รวมถึงเหตุการณ์เกิดขึ้น 3 วัน แต่หน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ไม่มีการปะทะกับผู้ก่อเหตุ จึงตั้งคำถามว่าเล็ดรอดด่านตรวจมาได้อย่างไร เป็นเพราะไม่มีการบูรณาการหน่วยงานในพื้นที่ ต่างคนต่างทำหรือไม่

 

“คนที่รู้ดีที่สุดคือ ตัวแทนพี่น้องประชาชน สส.ในพื้นที่ ตั้งแต่เกิดเหตุมา 22 ปี ไม่เคยเชิญผู้แทนราษฎรสักคนเดียวไปให้ข้อมูล หรือมีการประชุมความมั่นคงแห่งชาติในพื้นที่ หน่วยงานที่รับผิดชอบก็ไม่เคยเชิญ บางทีเราอยากไปให้ข้อมูลโต๊ะนั่งยังไม่มี” มณเฑียรกล่าว

 

มณเฑียรกล่าวอีกว่า จากการให้ข้อมูลของ สส. 14 คนในชายแดนใต้เรื่องข่าวกรองใช้ไม่ได้ เพราะประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ สส. คนที่เกิดที่นั่น โตที่นั่น เป็นตัวแทนประชาชนทำไม่จะไม่รู้ เขาอยากให้ข้อมูลแต่ไม่เคยเชิญ ข่าวกรองจึงล้มเหลว จึงต้องทบทวนว่า ตลอดการทำงาน 22 ปี ล้มเหลว ใช้งบประมาณไป 520,000 ล้านบาท แต่ไม่ได้อะไรเลย ถ้าเรามาฆ่าฟันไม่มีจบ ขอให้มาเจรจาทุกเรื่องจะจบได้

 

สำหรับเหตุใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ มีหลายเรื่องซับซ้อน แต่เรื่องการแบ่งแยกดินแดนจะต้องมีการพูดคุยเจรจา หากฆ่าฟันก่อเหตุอีกร้อยปีก็ไม่จบ วันนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงมาดูเอง เพราะเราไม่มีรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง จึงให้ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ช่วยเรื่องการต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ที่นายกฯ ไปเยือนมาเลเซียหรืออินโดนีเซียก็หยิบยกเรื่องนี้ไปเจรจาว่า จะต้องร่วมมือกันเพื่อให้ปัญหาจบ

 

มณเฑียรกล่าวต่อว่า การยิงประชาชนจากเฮลิคอปเตอร์ได้สอบถาม ตำรวจภูธรภาค 9 ซึ่งได้มีการเก็บหลักฐานมา 1 ครั้ง และวันนี้จะเข้าไปเก็บหลักฐานเพิ่มเติม จะได้สรุปเหตุการณ์ว่ายิงมาจากเฮลิคอปเตอร์ปืนลั่น หรือยิงมาจากอะไร เจ้าหน้าที่ตำรวจขอใช้เวลา 3 วัน และ กมธ.ฯ จะลงไปพื้นที่ในเร็ววันนี้ เพื่อดูว่าสถานการณ์สงบแล้วหน่วยงานต่างๆ มีการดำเนินการป้องกันอย่างไร

 

ด้าน ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส. สงขลา พรรคภูมิใจไทย ระบุว่า กมธ. มีความเห็นร่วมกัน ว่างานข่าวกรองของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอ มีความล้มเหลว เพราะงบประมาณปี 2569 หน่วยข่าวกรองไม่ได้ถูกตัดงบประมาณ เช่นเดียวกับปีงบประมาณ 2570 ดังนั้นจึงถือว่าการข่าวล้มเหลว

 

ส่วนการตรวจที่เกิดเหตุมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ซึ่งไม่ได้เกิดจากการต่อสู้ และไม่ได้เกิดจากการทำร้ายของผู้ไม่ประสงค์ดี และจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ จำนวน 2 ราย

 

ส่วนการเก็บวัตถุเชิงวิทยาศาสตร์ ตนเองได้ลงพื้นที่ในช่วงเกิดเหตุ มีผู้ก่อการร้ายหลายคนลงไปในพื้นที่ควบคุมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เก็บโทรศัพท์ และทิ้งร่องรอยไว้ จึงมีการตั้งคำถามจากหน่วยงานของรัฐ ว่า ได้จัดเก็บวัตถุในเชิงวิทยาศาสตร์ไว้หรือไม่ ซึ่งได้รับคำตอบว่ามีการจัดเก็บไว้

 

ส่วนเรื่องเฮลิคอปเตอร์ มีหลักฐานว่ามีกระสุน 1 นัด ติดอยู่ในรถจักรยานยนต์คันที่ยิง ซึ่งกระสุนสามารถใส่ในปืน M 16 หรือ HK ได้ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงเพราะว่ามันเป็นอาวุธสงคราม ว่าที่มาที่ไปของกระสุนมาจากปืนชนิดใด

 

ณัฏฐ์ชนนยังบอกอีกว่า การแก้ปัญหาไม่ใช่การใช้อาวุธห้ำหั่นกัน แต่เป็นการให้อภัย และทำหน้าที่ในเรื่องของมนุษยธรรม ซึ่งก็คือการเจรจา โดยขอให้รัฐบาลเริ่มดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิด หวังว่าสันติสุขจะเกิดขึ้นโดยเร็ว

 

ส่วนความกังวลเรื่องความปลอดภัยของการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรหรือไม่นั้น ณัฏฐ์ชนน บอกว่า จุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่รอยต่อ อำเภอสะบ้าย้อย และอำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ก่อเหตุลักษณะเชิงสัญลักษณ์ โดยการเผายางรถยนต์ และพ่นสีสเปรย์เพื่อแสดงอาณาเขต โดยการประชุม ครม. เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ย้ำว่าให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย แม้แต่ อำเภอนาทวี บ้านของตนรัฐมนตรีก็ยังไม่ไปลงพื้นที่ วันนี้ทุกคนต้องอยู่ในความปลอดภัย

 

ขณะที่ ประธาน กมธ.ฯ กล่าวเสริมว่า ในเรื่องของการเยียวยาประชาชน ขอให้มีความสบายใจ เนื่องจากขณะนี้มีข้อมูลอยู่ทั้งหมดแล้ว และเร็วๆ นี้นายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่ไปประชุม ครม. สัญจร​ ใกล้ๆ พื้นที่และเชื่อว่าท่านอาจจะเลยไปเข้าในพื้นที่ เพื่อให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าตอนนี้เราควบคุมสถานการณ์ได้หมดแล้ว และเจ้าหน้าที่ไม่ได้วางใจ เราตั้งด่านป้องกัน จะไม่ให้มีการก่อเหตุอีกต่อไป

 

ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่าใครเป็นคู่การันตีถึงความปลอดภัย มณเฑียร​ กล่าวสั้นๆ เพียงว่า​ “รัฐบาล”

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising