×
Menu
287745

ซาอุฯ ชี้ อาวุธที่ใช้โจมตีโรงน้ำมันเป็นของอิหร่าน ไม่ได้มาจากเยเมน

17.09.2019
  • LOADING...
Saudi oil attacks

ทางการซาอุดีอาระเบียเปิดเผยผลการตรวจสอบเบื้องต้นว่า อาวุธที่ใช้โจมตีโรงน้ำมันในเมืองอับกาอิกและคูไรส์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (14 ก.ย.) เป็นของอิหร่าน และไม่ได้ถูกปล่อยมาจากเยเมน ตามที่กลุ่มฮูตีกล่าวอ้างแต่อย่างใด 

 

หลังเกิดเหตุโจมตี กลุ่มฮูตีอ้างว่า ได้ส่งโดรน 10 ลำ ออกจากเยเมนไปโจมตีเป้าหมายในอับกาอิก รวมถึงบ่อน้ำมันคูไรส์ของซาอุดีอาระเบีย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อตอบโต้ซาอุดีอาระเบียที่ส่งทหารเข้าไปแทรกแซงสงครามกลางเมืองในเยเมนที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2015 

 

อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียไม่เชื่อว่า กลุ่มฮูตีจะครอบครองอาวุธทันสมัยเหล่านี้ได้ ดังนั้น จึงกล่าวหาอิหร่านว่าอยู่เบื้องหลัง เหมือนกับเหตุการณ์โจมตีเรือขนส่งน้ำมันของต่างชาติในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

 

พ.อ. เตอร์กี อัล-มัลกี โฆษกกองกำลังร่วมของซาอุดีอาระเบีย ที่ปฏิบัติการสู้รบกับกลุ่มฮูตีในเยเมน เผยว่า การตรวจสอบเหตุโจมตีโรงน้ำมันในซาอุดีอาระเบียยังคงเป็นการหาข้อสรุปว่าอาวุธถูกปล่อยมาจากไหน

 

“ผลการตรวจสอบเบื้องต้นบ่งชี้ว่า อาวุธที่ใช้เป็นของอิหร่าน และเรากำลังตรวจสอบเพื่อระบุสถานที่ที่ใช้ปล่อยอาวุธ แต่การก่อการร้ายครั้งนี้ไม่ได้มาจากเยเมนตามที่กลุ่มฮูตีกล่าวอ้าง” พ.อ. อัล-มัลกี กล่าวต่อผู้สื่อข่าว

 

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอิหร่านได้ออกมาปฏิเสธว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่ ประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ระบุว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการตอบโต้ของชาวเยเมน

 

ด้านองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดขึ้นในตะวันออกกลาง หลังเกิดเหตุโจมตีโรงน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย

 

เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการ NATO ระบุว่า เหตุโจมตีที่เกิดขึ้นกำลังบ่อนทำลายเสถียรภาพของตะวันออกกลางทั่วทั้งภูมิภาค ดังนั้น จึงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก เพราะจะสร้างผลกระทบเชิงลบต่อภูมิภาคโดยรวม

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR