สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยแนวทางและข้อกำหนด 7 ขั้นตอน สำหรับชาวต่างชาติที่สนใจยื่นขอวีซ่า Muaythai DTV (Destination Thailand Visa) เพื่อเดินทางมาเรียนมวยไทยกับค่ายมวยที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน พร้อมพำนักในประเทศไทยได้นานสูงสุด 180 วันต่อครั้ง
โครงการดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากความร่วมมือระหว่าง กกท. และกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้เปิดให้ชาวต่างชาติขอวีซ่าประเภท Non-Immigrant ED เพื่อเรียนมวยไทยและพำนักในประเทศไทยได้ 90 วัน โดยได้รับผลตอบรับที่น่าพอใจ ทั้งด้านการเผยแพร่ศิลปะมวยไทย การส่งเสริมการท่องเที่ยว และการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น
สำหรับวีซ่า Muaythai DTV ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กกท. กำหนดขั้นตอนการยื่นขอวีซ่าไว้ 7 ขั้นตอน เริ่มจากผู้สนใจติดต่อสมัครเรียนกับค่ายมวยไทยที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน พร้อมแจ้งความประสงค์ให้ค่ายมวยช่วยดำเนินการด้านเอกสารวีซ่า
จากนั้นค่ายมวยจะต้องจัดเตรียมหนังสือขอความอนุเคราะห์และเอกสารประกอบ ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวยตรวจสอบ โดยเอกสารสำคัญประกอบด้วยสำเนาหนังสือเดินทาง ใบอนุญาตรับรองการจดทะเบียนหัวหน้าค่ายมวย ใบรับรองมาตรฐานค่ายมวยไทยอาชีพ แบบฟอร์มสมัครเรียน หลักฐานการชำระค่าลงทะเบียน และรายการเดินบัญชีที่แสดงหลักฐานทางการเงินไม่น้อยกว่า 500,000 บาท
เมื่อเอกสารครบถ้วน สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวยจะส่งหนังสือถึงกรมการกงสุล เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับวีซ่า โดยระบุระยะเวลาดำเนินการประมาณ 5-21 วัน ก่อนแจ้งผลผ่านสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศต้นทางของผู้สมัคร
หากได้รับอนุมัติ ชาวต่างชาติสามารถเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อเรียนมวยไทยกับค่ายที่สมัครไว้ได้ ส่วนผู้ที่ไม่ได้รับอนุมัติสามารถประสานกับค่ายมวยเพื่อตรวจสอบและแก้ไขเอกสาร ก่อนยื่นคำร้องใหม่ตามคำแนะนำของสถานทูตหรือสถานกงสุล
ทั้งนี้ ตามแนวทางที่ กกท. เผยแพร่ ผู้ได้รับวีซ่าสามารถพำนักเพื่อเรียนมวยไทยได้ครั้งละไม่เกิน 180 วัน และสามารถยื่นขอขยายระยะเวลาพำนักได้อีก 180 วัน รวมสูงสุด 360 วัน ก่อนเดินทางออกนอกประเทศ โดยการอนุมัติและระยะเวลาพำนักเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


