THE STANDARD ชวนรู้จัก สมัย ละเลิศ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 2 ผ่านการสัมภาษณ์ในรายการคุยกันเช้านี้ ประจำวันอังคารที่ 2 มิถุนายน 2569 ดำเนินรายการโดย นิธินาฏ ราชนิยม เพื่อแนะนำตัวและแสดงวิสัยทัศน์ในการพัฒนามหานคร
สมัย ละเลิศ ปัจจุบันอายุ 55 ปี พื้นเพเป็นชาวจังหวัดอุบลราชธานี ย้ายเข้ามาใช้ชีวิตในกรุงเทพมหานครตั้งแต่อายุ 17 ปี ระบุว่าตนเองผ่านการประกอบอาชีพมาแล้วรวมทั้งสิ้น 25 อาชีพ และหากได้รับการเลือกตั้งในครั้งนี้ ตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะถือเป็นอาชีพที่ 26 ในชีวิต
สำหรับจุดเริ่มต้นในการเข้าสู่สนามเลือกตั้ง สมัยชี้แจงว่า เกิดจากการรับรู้ปัญหาของคนใกล้ชิดในภาคธุรกิจที่ประสบปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์อย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งเมื่อพิจารณาในภาพรวมแล้วเห็นว่า ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เรื่องเฉพาะบุคคล แต่เป็นปัญหาการทุจริตเชิงโครงสร้างที่ฝังรากในระบบของกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้เงินงบประมาณจำนวนมหาศาลที่ควรนำมาใช้พัฒนาเมืองสูญหายไป จึงตัดสินใจเปลี่ยนบทบาทจากอดีตผู้สังเกตการณ์ภายนอก เข้ามาเป็นผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อแก้ไขปัญหาในระดับโครงสร้างอย่างจริงจัง
ในด้านการบริหารและนโยบาย สมัยนำเสนอนโยบายขนาดใหญ่ 12 นโยบาย เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเมืองอย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายหลักในการปราบปรามการทุจริต ซึ่งประกาศว่าหากได้รับเลือกตั้ง จะเปิดเผยข้อมูลและหลักฐานขบวนการทุจริตในกรุงเทพมหานครให้ประชาชนรับทราบ พร้อมดำเนินการกับผู้กระทำผิดภายใน 100 วันแรก
นอกจากนี้ ยังเสนอแนวคิดการบริหารงบประมาณและแสวงหารายได้ใหม่ให้แก่กรุงเทพมหานคร เนื่องจากมองว่ากรอบงบประมาณเดิมจำนวนประมาณหนึ่งแสนล้านบาทนั้นไม่เพียงพอ โดยเสนอให้เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ ลดการรั่วไหล และจัดตั้งบริษัทลูกในลักษณะเดียวกับบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงานและแยกภารกิจออกจากระบบราชการที่มีความซับซ้อน
ทางด้านการสื่อสารและการเข้าถึงกลุ่มผู้ออกเสียงลงคะแนน ยอมรับว่าปัจจุบันตนเองยังไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวางเท่ากับผู้สมัครรายอื่นที่มีชื่อเสียง แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นมากกว่า โดยอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมร่วมกับทีมงานและการเปิดตัวนโยบายอย่างเป็นทางการ
สำหรับมาตรการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพมหานคร สมัยได้ยกประเด็นการจัดการปัญหาน้ำท่วมเป็นประเด็นสำคัญ โดยอ้างอิงจากประสบการณ์ตรงที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยปี 2554 และประเมินว่ากรุงเทพมหานครยังคงมีความเสี่ยงต่อภัยคุกคามด้านอุทกภัยขนาดใหญ่ที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักรับรู้ ซึ่งตนเองเตรียมที่จะนำรายละเอียดและแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวไปนำเสนอต่อสาธารณะบนเวทีดีเบตและเวทีแสดงวิสัยทัศน์ในลำดับต่อไป


