×

โรงเรียนที่ปลอดภัยคือ โรงเรียนที่เข้าใจ เอาใจใส่ และรับฟังเสียงของเด็กอย่างแท้จริง

18.08.2026
  • LOADING...
แฟ้มภาพ: นักเรียนไทยสวมหน้ากากอนามัยนั่งเว้นระยะห่างในห้องเรียน

ทุกครอบครัวต่างคุ้นเคยกับความวุ่นวายในตอนเช้า ปลุกลูกให้ลุกจากเตียง รีบกินข้าวเช้า และคอยเตือนลูกให้ไม่ลืมกระเป๋านักเรียน แม้ทุกเช้าจะเต็มไปด้วยความชุลมุน แต่เราก็อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ เพราะนี่คืออีกหนึ่งวันที่ลูกๆ จะได้เรียนรู้ เติบโต และเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต

 

แต่ความรู้สึกเหล่านี้อาจเปลี่ยนไป หลังเหตุการณ์ความรุนแรงในวันที่ 7 สิงหาคม ได้สร้างความสะเทือนใจให้กับคนทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะเด็กๆ ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เท่านั้น แต่รวมถึงเด็กทั่วประเทศที่กำลังรู้สึกว่าความปลอดภัยในโรงเรียนของพวกเขาถูกสั่นคลอน มีเด็กเสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บ และอีกไม่น้อยต้องเผชิญกับบาดแผลทางใจที่อาจติดอยู่ในใจพวกเขาไปอีกนาน

 

โศกนาฏกรรมครั้งนี้ยังสร้างความสะเทือนใจอย่างใหญ่หลวงให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาหลายแสนคนที่เดินทางไปทำงานในแต่ละวันด้วยความตั้งใจที่จะมอบการเรียนรู้ที่ดีที่สุดให้กับเด็ก เหตุการณ์ครั้งนี้ มีครูและบุคลากรของโรงเรียนเสียชีวิตถึง 5 คน รวมถึงครูแนะแนว ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรับฟังและดูแลเด็ก

 

UNICEF ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ครอบครัวที่สูญเสียปู่และย่า รวมทั้งนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บและกำลังเผชิญกับบาดแผลทางใจ ตลอดจนคุณครูและบุคลากรทุกคนในโรงเรียนที่แม้กำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้า พวกเขาก็ยังคงช่วยกันดูแลและสร้างความมั่นใจให้กับเด็กอีกหลายพันคน ทั้งหมดต่างก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ และกำลังแบกภาระทางจิตใจของเรื่องราวที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น

 

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้เห็นภาพที่สะเทือนใจผ่านสื่อต่างๆ ไม่เพียงภาพจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังรวมถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยที่โรงเรียนทั่วประเทศนำมาใช้ ทั้งการตรวจค้นกระเป๋านักเรียนในพิษณุโลก การมีตำรวจเดินตรวจตามหน้าโรงเรียนในเชียงใหม่ เราอาจได้เห็นข้อความจากนักเรียนที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ซึ่งออกมาเรียกร้องผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า อย่าโทษโรงเรียนของพวกเขากับสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขากำลังขอสิ่งที่เรียบง่ายแต่สำคัญ นั่นคือ ‘ความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจ’ ทั้งที่เด็กคนหนึ่งไม่ควรต้องเป็นฝ่ายออกมาร้องขอสิ่งนี้ด้วยตัวเอง

 

แต่เสียงที่ยังไม่ได้ปรากฏในพื้นที่สื่อมากนัก คือเสียงของเด็กและเยาวชนจากทั่วประเทศ ผู้ซึ่งเป็นกลุ่มที่เข้าใจชีวิตในโรงเรียนไทยดีที่สุด

 

ทั้งนี้ ไม่ได้หมายถึงเด็กๆ ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรีที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งควรได้รับเวลาและพื้นที่ในการเยียวยาจิตใจ แต่เสียงที่ว่านี้ หมายถึงเสียงของนักเรียนจากทั่วประเทศที่กำลังรู้สึกสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ประสบการณ์และมุมมองของพวกเขาเป็นสิ่งจะช่วยให้สังคมเข้าใจเหตุการณ์นี้ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

 

อนาคตต่อจากนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และเราจำเป็นต้องร่วมกันสร้างอนาคตใหม่ หน้าที่ของพวกเราคือ ทำให้อนาคตนั้นดีกว่าเดิมสำหรับทุกคน โดยเฉพาะครอบครัว ครู และคนที่สำคัญที่สุด คือเด็กๆ

 

รัฐบาลควรได้รับคำชื่นชมที่แสดงความมุ่งมั่นและเร่งดำเนินการอย่างรวดเร็ว โดยมีมาตรการหลายด้านที่บางประเทศอาจไม่ได้ดำเนินการทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงในลักษณะเดียวกัน ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน กระทรวงศึกษาธิการได้ออกมาตรการเร่งด่วน 9 ข้อ ขณะที่คณะรัฐมนตรีประกาศให้ความปลอดภัยในโรงเรียนเป็นวาระแห่งชาติ โดยให้ทุกสถานศึกษาเป็นเขตพื้นที่ปลอดภัย พร้อมเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและการดูแลสุขภาพจิตสำหรับนักเรียนและบุคลากร นอกจากนี้ รัฐบาลอยู่ระหว่างการปรับปรุงกฎหมายและทบทวนมาตรการควบคุมอาวุธปืน ขณะเดียวกัน 5 กระทรวงกำลังร่วมกันจัดทำมาตรฐานความปลอดภัยโรงเรียนแห่งชาติ โดยตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน

 

มาตรการต่างๆ ที่เกิดขึ้นนี้อยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง เพราะมาตรการเหล่านี้ ‘สอดคล้อง’ กับสิ่งที่ UNICEF ได้รับฟังจากเด็กๆ เมื่อปลายปี 2567 เราได้พูดคุยกับนักเรียนจากทุกภูมิภาคในประเทศ เพื่อถามพวกเขาว่า จะทำให้โรงเรียนปลอดภัยมากขึ้นได้อย่างไร เด็กๆ บอกว่าโรงเรียนควรมีการซ้อมรับมือเหตุฉุกเฉินอย่างสม่ำเสมอ มีการตรวจอาวุธและยาเสพติดที่เข้มงวดขึ้น และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมากขึ้น พวกเขายังต้องการการสนับสนุนด้านสุขภาพจิตในโรงเรียนที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

 

นอกจากนี้ เด็กๆ ยังต้องการมีส่วนร่วมในการกำหนดกฎระเบียบใหม่ของโรงเรียน โดยเฉพาะเมื่อมีการนำมาตรการใหม่มาใช้ เด็กและเยาวชนควรมีส่วนร่วมเพราะพวกเขารู้จักโรงเรียนของตัวเองดีที่สุด และรู้ดีว่าความเสี่ยงที่ต้องเผชิญในแต่ละวันคืออะไร ความรุนแรงในโรงเรียนไม่ใช่เรื่องใหม่ และแม้เหตุการณ์วันที่ 7 สิงหาคมจะเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณมาก่อน

 

นอกเหนือจากมาตรการด้านความปลอดภัยแล้ว เด็กๆ ยังเรียกร้องอีกสิ่งหนึ่ง นั่นคือ “คุณครูที่ดีต่อใจ” ครูที่ได้รับการสนับสนุนอย่างเพียงพอ เพื่อให้สามารถดูแลทั้งการศึกษาและความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้เด็กรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น เพราะโรงเรียนไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับเรียนหนังสือ แต่เป็นพื้นที่ที่เด็กเรียนรู้เรื่องความเห็นอกเห็นใจและความเมตตา เรียนรู้ที่จะสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนและครู และเรียนรู้ว่าจะอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมอย่างไร

 

แต่เมื่อโรงเรียนกลายเป็นสถานที่ที่เด็กๆ หวาดกลัว นั่นคือสัญญาณว่า ‘เรากำลังล้มเหลวครั้งใหญ่’

 

มาตรการใหม่ๆ จึงต้องไม่เป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงที่ข่าวยังอยู่ในความสนใจ แต่ต้องเดินหน้าต่อเนื่องในระยะยาว การเพิ่มการสนับสนุนด้านสุขภาพจิตในโรงเรียนต้องมาพร้อมงบประมาณที่เพียงพอ และมีบุคลากรที่ได้รับการฝึกฝนให้รับฟังและเข้าใจเด็ก บริการเหล่านี้ต้องเข้าถึงง่ายและเป็นมิตร เพื่อให้เด็กรู้สึกปลอดภัยพอที่จะพูดถึงทั้งปัญหาใหญ่ ๆ และเรื่องเล็ก ๆ ที่อยู่ในใจ และมาตรการเหล่านี้ต้องไปถึงทุกโรงเรียนในประเทศไทย ไม่ใช่เพียงโรงเรียนขนาดใหญ่ในเมืองที่มีทรัพยากรพร้อม แต่รวมถึงโรงเรียนที่เล็กที่สุดในพื้นที่ห่างไกลด้วย

 

ที่สำคัญ รัฐบาล หน่วยงานท้องถิ่น และโรงเรียนควรเปิดพื้นที่ให้เด็กได้แสดงความคิดเห็นตั้งแต่วันนี้ ขณะที่กำลังออกแบบและนำกฎระเบียบและนโยบายใหม่ๆ มาใช้ เพราะเด็กๆ มีความรู้และประสบการณ์ที่จำเป็นในการช่วยสร้างโรงเรียนให้ปลอดภัยและน่าอยู่กว่าเดิม พวกเขารู้ว่าอะไรจะช่วยให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เห็นอกเห็นใจกันมากขึ้น ซึ่งช่วยให้พวกเขาเรียนรู้และเติบโตได้อย่างเต็มที่

 

และเมื่อเราพูดถึง ‘เด็ก’ เราหมายถึง เด็กทุกคน

 

ไม่ใช่เพียงนักเรียนที่มั่นใจ กล้าแสดงความคิดเห็นต่อหน้าผู้บริหาร หรือเข้าร่วมสภาเด็กและเยาวชนเท่านั้น แต่รวมถึงเด็กที่พูดน้อย นั่งอยู่มุมห้อง รวมถึงเด็กที่โดดเรียน เพราะพวกเขาอาจมีมุมมองที่มีคุณค่าไม่แพ้ใคร หรืออาจยิ่งเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในโรงเรียนของตนเองมากกว่าใคร คุณสมบัติเพียงอย่างเดียวที่ควรคำนึงถึงในการมีส่วนร่วมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คือการเป็นนักเรียน

 

โรงเรียนที่ปลอดภัยจึงไม่ใช่เพียงโรงเรียนที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ดี แต่ต้องเป็นโรงเรียนที่เข้าใจ ใส่ใจ และรับฟังเสียงของเด็ก ในฐานะส่วนหนึ่งของสังคม เราต้องไม่ละความพยายามที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง จนกว่าจะมั่นใจได้ว่า โรงเรียนทุกแห่งจะสามารถมอบคำมั่นเหล่านี้ให้แก่เด็กทุกคนในประเทศไทย

 

แฟ้มภาพ: Lauren DeCicca / Getty Images

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising