×

กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สว. มีมติรับคำร้องของเรืองไกรยื่นสอบเศรษฐาปมภาษีซื้อขายที่ดิน เร่งสรุปข้อมูลก่อนสมาชิกรัฐสภาพิจารณาโหวตนายกฯ

โดย THE STANDARD TEAM
08.08.2023
เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ

วันนี้ (8 สิงหาคม) เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมาธิการฯ ในวันนี้ ที่มีการพิจารณาคำร้องของ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ให้ตรวจสอบการเสียภาษีการซื้อขายที่ดินของ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย

 

เสรีระบุว่า กรรมาธิการฯ มีมติรับคำร้องไว้พิจารณาแล้ว เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเมือง โดยหลังจากนี้จะมีการเชิญผู้เกี่ยวข้องและเรียกเอกสารที่เกี่ยวข้องมาพิจารณา ทั้งโฉนด สัญญาซื้อขาย และหลักฐานการเสียภาษีจากกรมที่ดิน เพื่อนำไปเปรียบเทียบข้อกฎหมาย และพิจารณาข้อโต้แย้งจากบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) โดยยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย และจะเร่งให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้กับ สส. และ สว. ในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีข้อด่างพร้อย

 

เสรียังกล่าวถึงกรณีที่เศรษฐากล่าวระหว่างการหาเสียงถึงการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ระหว่างการหาเสียงว่า นโยบายดังกล่าวเป็นข้อเสนอจากเศรษฐา ไม่ใช่นโยบายของพรรคเพื่อไทย และหากพรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อเศรษฐาให้รัฐสภาพิจารณาเป็นนายกรัฐมนตรีจริง ก็ควรให้เศรษฐามาแสดงวิสัยทัศน์ และตอบข้อซักถามต่อ สส. และ สว. เพื่อประกอบการตัดสินใจ

 

ส่วนภายในกรรมาธิการฯ ได้มีการประเมินสถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่นั้น เสรียอมรับว่ากรรมาธิการฯ มีการพูดคุยกัน เพราะผลการเลือกตั้งที่ปรากฏออกมาไม่มีพรรคการเมืองใดได้คะแนนแบบเด็ดขาด ทำให้การเลือกนายกรัฐมนตรีไม่ง่าย เพราะนอกจากเงื่อนไขของคะแนนเสียงแล้ว ยังมีเงื่อนไขนโยบาย เงื่อนไขข้อจำกัดของแต่ละพรรค และการหาเสียงที่มีการโจมตีกันอีกด้วย แต่ สว. ก็คาดหวังให้การเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นไปอย่างลุล่วง ซึ่งก็ต้องขึ้นกับพรรคการเมืองด้วยที่จะต้องไปกำหนดทิศทางของแต่ละพรรคให้ดี เพื่อให้การเลือกนายกรัฐมนตรีราบรื่น ไม่อยู่บนพื้นฐานการคาดเดาว่าจะได้จาก สส. พรรคใดกี่เสียง หรือหวังว่าจะมี สว. ลงมติให้กี่เสียง ดังนั้นแต่ละพรรคจะต้องพิจารณาให้ดี เพื่อให้ไปต่อได้และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

 

เสรียังกล่าวถึงกรณีที่มีมวลชนออกมาคัดค้านการร่วมรัฐบาลระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย โดยมองว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากแรงสนับสนุนของแต่ละพรรคและกลุ่มคน ซึ่งพรรคการเมืองต้องไปทำความเข้าใจกับมวลชนให้ดี เพราะมิเช่นนั้นอาจกลายเป็นเรื่องความไม่สงบเรียบร้อยได้ และขอให้ประชาชน ยอมรับแนวทางการตัดสินใจของแต่ละพรรคการเมือง ที่ประชาชนได้เลือกตั้ง สส. ไปทำหน้าที่เป็นผู้ที่ได้รับเลือกตัดสินใจ มิเช่นนั้นในอนาคตหากประชาชนไม่พอใจใครก็จะออกมาเรียกร้องจนบ้านเมืองวุ่นวาย และยังมีการแสดงความก้าวร้าวรุนแรงอีกด้วย


READ MORE




Latest Stories

Close Advertising