ความคืบหน้าเหตุการณ์อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ถล่ม ล่าสุด วันนี้ (5 เมษายน) เวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยและสุนัข K9 ได้กลับเข้าพื้นที่เพื่อปฏิบัติภารกิจค้นหาผู้สูญหายอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการเดินเท้าค้นหาปูพรมในทุกจุดของอาคาร ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโซนใดโซนหนึ่ง
โดยตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ภารกิจหลักของเจ้าหน้าที่มุ่งเน้นไปที่โซน B ซึ่งสามารถเจาะโพรงเข้าไปได้ 3 จุด และมี 1 โพรงขนาดใหญ่ เพื่อเร่งเปิดทางเข้าไปค้นหาผู้ที่อาจยังติดค้างอยู่ใต้ซากอาคาร แม้เบื้องต้นจะยังไม่พบผู้รอดชีวิตหรือร่างของผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม แต่การขุดเจาะในโซน B เริ่มมีความคืบหน้า โดยเจ้าหน้าที่ได้รับสัญญาณกลิ่นต้องสงสัยค่อนข้างแรง และพบลักษณะคล้ายน้ำเหลืองและคราบเลือดในบริเวณดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่พยายามอย่างหนักที่จะเจาะทะลวงเข้าไปให้ถึงจุดที่น่าสงสัย แต่ยังไม่สามารถตัดเหล็กและทำลายปูนเข้าไปได้
เช้านี้ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ยังคงระงับการใช้เครื่องจักรหนัก โดยได้มีการประกาศยุติภารกิจในช่วงเวลา 04.40 น. และกำลังอยู่ระหว่างการประชุมเพื่อวางแผนการทำงานต่อไป โดยมี 3 หน่วยงานหลักเข้าร่วมการประชุมกับหน่วยงานราชการในเช้านี้ ได้แก่ มูลนิธิร่วมกตัญญู มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และเจ้าหน้าที่กู้ชีพจาก USAR พร้อมด้วยสุนัข K9 ซึ่งผลสรุปจากการประชุมยังต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
ต่อมาในเวลา 10.00 น. รถแบ็กโฮและเครื่องจักรหนักได้เริ่มปฏิบัติภารกิจรื้อถอนเศษโครงสร้างอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินอีกครั้ง หลังจากหยุดพักไปในช่วงเช้ามืด
พลตำรวจตรีวาที อัศวุตมางกุร ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบโครงสร้างอาคารว่า เมื่อวานนี้(4 เมษายน)เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง ร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างชิ้นส่วนจากจุดเกิดเหตุ โดยมีการสุ่มเก็บตัวอย่างเหล็กแต่ละขนาดจาก 4 โซน (A, B, C, D) ขนาดความยาว 1 เมตรต่อชิ้น เพื่อส่งมอบให้สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย ทำการตรวจสอบว่าเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่
นอกจากนี้ หลังจากภารกิจการช่วยเหลือผู้ติดค้างแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่จะกลับมาเก็บตัวอย่างชิ้นส่วนปูนของโครงสร้างไปตรวจสอบเพิ่มเติมต่อไป โดยภารกิจหลักของสำนักงานพิสูจน์หลักฐานในขณะนี้คือการตรวจสอบมาตรฐานของโครงสร้างการก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน